บทที่ 10 10.ภรรยาตัวจริง
ความกะอักกะอ่วนที่เกาะกินหัวใจเมื่อครู่มลายหายไป รอยยิ้มบาง ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก แววตากลับมาทอประกายมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง
“พร้อมค่ะอาจารย์” เธอตอบรับเสียงฉะฉาน
เอกรัฐพยักหน้ารับช้า ๆ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบางเบา คล้ายจะบอกเป็นนัยว่าเขาเชื่อมั่นในความรับผิดชอบของเธอ และไม่คิดจะเอาเรื่องวุ่นวายในชีวิตคู่มาปะปนกับหน้าที่การเรียน
เมื่อก้าวออกจากห้องพักอาจารย์ พรพิเศษถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกของวัน เธอเดินไปตามระเบียงคณะ มุ่งหน้าสู่ห้องเรียนที่อยู่ถัดไปไม่ไกล เสียงเครื่องจักรจากโรงปฏิบัติการ กลิ่นน้ำมันหล่อลื่นจาง ๆ และนักศึกษาชายในเสื้อช็อปที่เดินสวนกันไปมา ทำให้โลกกลับมาเป็นโลกที่เธอคุ้นเคยอีกครั้ง ที่นี่...ไม่มีใครเรียกเธอว่าเจ้าสาวตัวแทน ไม่มีใครเรียกเธอว่าเมียของเรืออากาศโทตฤณ หิรัญรักษ์ เธอเป็นเพียงพรพิเศษ นักศึกษาปีสี่สาขาวิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน คนเดิม
พรพิเศษผลักประตูห้องเรียนเข้าไป เสียงคุยโหวกเหวกของกลุ่มนักศึกษาชายท้ายห้องเงียบลงชั่วครู่ ก่อนเสียงคุ้นหูจะดังลั่น
“เฮ้ย! ไอ้พริก นึกว่าวันนี้มึงจะโดด” รัชพลโบกมือเรียกสุดแขน
“มัวยืนทำไมวะ มานั่งดิ” เพื่อนอีกคนเขี่ยกระเป๋าเป้ออกจากเก้าอี้ เปิดที่ว่างให้เหมือนทุกวัน
ไม่มีใครถามเรื่องงานแต่ง ไม่ถามว่านับดาวอยู่ไหน หรือเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เหมือนทุกคนตกลงกันไว้โดยไม่ต้องพูด พรพิเศษนั่งลงตามปกติ จู่ ๆ ขวดน้ำเย็นก็ลอยข้ามโต๊ะมาตกตรงหน้า
“รับ”
เธอคว้าไว้ทัน ก่อนเงยหน้ามองคนโยน เตชินทร์พยักหน้าไปทางขวดน้ำ
“หน้าซีดฉิบหาย” ยังไม่ทันตอบ กล่องนมก็ถูกเลื่อนมาชนข้อศอกเบา ๆ “กินอะไรมายัง”
พรพิเศษส่ายหน้า
เตชินทร์ถอนหายใจแรง “กูว่าแล้ว”
เขาหยิบขนมปังในกระเป๋าโยนมาให้อีกชิ้น “แดกก่อน เดี๋ยวเป็นลมกลางแฮงการ์ พวกกูไม่แบก”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ พรพิเศษหลุดหัวเราะเป็นครั้งแรกตั้งแต่เช้า บรรยากาศกลับมาเป็นปกติ ทวียกแขนพาดพนักเก้าอี้ มองเธอนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงจริงจัง
“ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอก” เขาหยุดนิดหนึ่ง “ไม่ต้องเล่า แต่ถ้าอยากให้ช่วย พวกกูช่วย”
เพื่อนอีกสองคนพยักหน้าตาม “เรื่องส่วนตัวเป็นของมึง แต่เรื่องเรียน เรื่องฝึกงาน หรือมีใครมาหาเรื่อง...”
เตชินทร์ยักคิ้ว “บอกพวกกู วิศวะไม่ปล่อยคนของตัวเองโดนรังแกอยู่แล้ว”
พรพิเศษก้มมองขวดน้ำในมือ คลี่ยิ้มบาง “ขอบใจนะ”
คำพูดสั้น ๆ แต่ทำให้เธอรู้ว่า อย่างน้อยในโลกใบนี้ ยังมีที่ที่ไม่มีใครมองเธอเป็นตัวแทนของใคร
รัชพลยักไหล่ ทำหน้ากวนประสาท “จะซึ้งทำไม โปรเจกต์ยังไม่เสร็จเลย มึงห้ามหาย"
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิมของพรพิเศษ จังหวะนั้นอาจารย์ประจำวิชาเดินถือเอกสารเข้ามาในห้องพอดี ทุกคนรีบแยกย้ายหันกลับไปสนใจหน้าจอโน้ตบุ๊ก ทำเหมือนบทสนทนาเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
พรพิเศษเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า ดวงตายังคงเจือไปด้วยรอยยิ้ม เธอรู้ดี เธอไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องราวบ้าบอพวกนั้นให้ใครฟังเลย เพราะเพื่อนกลุ่มนี้เลือกที่จะยืนอยู่ข้างเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเดินเข้ามาแล้ว
ร้านกาแฟใกล้คณะช่วงหลังเลิกเรียนลูกค้าบางตากว่าเมื่อเช้า พรพิเศษผลักประตูเข้าไป ลักษมีกับจันทร์กระพ้อนั่งรออยู่ที่โต๊ะมุมสุด น้ำแข็งในแก้วที่ละลายไปกว่าครึ่งบอกให้รู้ว่าเพื่อนทั้งสองมารอพักใหญ่แล้ว ทันทีที่พรพิเศษนั่งลง ลักษมีก็เลื่อนแก้วชาพีชมาตรงหน้าโดยไม่ต้องรอสั่ง
“เล่ามา” ลักษมีเปิดประเด็นทันที
พรพิเศษเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างย่อ ตั้งแต่นับดาวหายตัวไป จนถึงการตัดสินใจสวมชุดเจ้าสาวแทน
“บ้าไปแล้ว” ลักษมียกมือนวดขมับ “แล้วผู้หมวดนั่นไม่โวยวายเหรอ”
“เขาไม่มีทางเลือกเหมือนกัน” พรพิเศษหลุบตาลงเมื่อนึกถึงแววตาเย็นชาในห้องหอ “เขาคิดว่านับดาวเกิดอุบัติเหตุ หรือมีคนทำร้าย ตอนนี้กำลังตามหาอยู่”
จันทร์กระพ้อเงียบไปพักใหญ่ ก่อนถามขึ้น “พริก...แกเชื่อแบบนั้นจริงเหรอ”
พรพิเศษเงยหน้า “เรื่องอะไร”
จันทร์กระพ้อเม้มปาก “ที่ว่าหายตัวเพราะอุบัติเหตุ”
ทั้งโต๊ะเงียบ พรพิเศษขมวดคิ้ว “หมายความว่าไง”
จันทร์กระพ้อสูดลมหายใจ “ฉันอาจคิดมากไปเอง...แต่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ฉันเห็นนับดาวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งบ่อย ๆ”
พรพิเศษชะงัก “ใคร”
จันทร์กระพ้อตอบช้า ๆ “ธาม นักร้องค่ายจิมมี่เรคคอร์ด” เธอเงียบไปอึดใจ ก่อนเอ่ยประโยคต่อมา “แล้วเมื่อวานซืน...เขาก็หายตัวไปเหมือนกัน”
พรพิเศษกำแก้วชาพีชแน่น ความเย็นซึมผ่านปลายนิ้ว แต่ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดในอกลดลงเลย ขณะที่ลักษมีนั่งเงียบอยู่อึดใจ ก่อนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ
“ถ้ายัยดาวไปหาธามตั้งแต่หลายเดือนก่อน” เธอเงยหน้ามองเพื่อน “มันไม่ใช่ความบังเอิญ งานแต่งไม่ได้เพิ่งจัดเมื่อวาน ถ้าดาวจะหนี...ต้องวางแผนมาก่อน”
“ไอ้ลูกหมี” จันทร์กระพ้อแตะแขนเพื่อนเพื่อปรามเมื่อเห็นสีหน้าของพรพิเศษ แต่ลักษมีหยุดไม่ได้แล้ว ภาพจิ๊กซอว์ต่อกันจนเห็นความจริงชัดเจนเกินไป
“แกคิดดูนะ หายไปพร้อมกันทั้งคู่ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ฉันไม่รู้หรอกว่าน้องสาวแกคิดอะไรอยู่ แต่มันอดคิดไม่ได้ว่ายัยนั่นกำลังเยาะเย้ยแกว่าจะมีสิทธิ์ ก็ต่อเมื่อนางไม่ต้องการแล้ว”
พรพิเศษเม้มปากแน่น เธอรีบคว้ากระเป๋า “ฉันต้องไปแล้ว ต้องกลับไปเก็บของที่บ้าน”
