บทที่ 3 3.สายตาเย็นชา
ตฤณไม่ถาม เพราะเขาได้คำตอบแล้ว ผู้หญิงคนนี้แค่คว้าโอกาสที่คนอื่นทำหล่น งานวันนี้ไม่ใช่งานแต่งธรรมดา แขกด้านนอกคือผู้บังคับบัญชาและบุคคลสำคัญระดับประเทศ แต่เธอกลับรับสถานการณ์ได้อย่างสงบนิ่ง สำหรับเขา...ความนิ่งนั้นไม่ใช่ความเสียสละ แต่คือการเตรียมตัวมาอย่างดี
ชายหนุ่มละสายตาจากร่างในชุดเจ้าสาว ไม่มีความสงสาร มีเพียงความผิดหวัง เขาเกลียดคนที่สร้างความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น และนับจากวันนี้...ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ต่างกัน
พรพิเศษยืนนิ่งหน้าประตูห้องพิธี น้ำหนักชุดไทยและเครื่องทองโบราณที่กดทับลงบนบ่า ยังไม่หนักเท่าคำพูดของตฤณเมื่อครู่
“อย่าสับสนระหว่างทะเบียนสมรสกับความรู้สึกของผม”
เธอหลับตาลง ปล่อยความเจ็บปวดให้แล่นริ้วในอกเพียงครู่ ก่อนสูดลมหายใจลึกแล้วลืมตา เขาไม่ได้พูดผิด หากเป็นเธอก็คงรับคนที่มาแทนคนรักไม่ได้เหมือนกัน
รอยยิ้มจางผุดขึ้นมุมปาก ไม่ใช่เพราะความสุข แต่เพราะเธอเลือกยอมรับความจริง เธอไม่เคยคิดแย่งเขาจากนับดาว ไม่คิดใช้การแต่งงานเรียกร้องหัวใจ สิ่งเดียวที่ทำได้คือเดินออกไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เสียงพระสวดดังแว่วมา เจ้าหน้าที่ค่อย ๆ เปิดประตู แสงจากด้านในสาดกระทบจนเธอต้องหรี่ตา เบื้องหน้าคือแขกนับร้อย ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจนถึงนายกรัฐมนตรีต่างนั่งประจำที่ ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสาวที่กำลังก้าวเข้าไป...ไม่ใช่คนเดิม
พรพิเศษกำชายสไบแน่น ก่อนก้าวเข้าไปในฐานะเจ้าสาวของตฤณในสายตาแขก งานสมรสดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงชัตเตอร์ดังเป็นระยะ บันทึกภาพคู่บ่าวสาวบนตั่งรดน้ำสังข์ มีเพียงสองคนบนนั้นที่รู้ว่า...นี่ไม่ใช่งานแต่งที่ควรเกิดขึ้น
“เจ้าบ่าวครับ มองเจ้าสาวนิดนึงครับ” ช่างภาพเตรียมกดชัตเตอร์
ตฤณไม่ขยับ สายตายังมองตรงไปเบื้องหน้า ทำเหมือนไม่มีผู้หญิงอีกคนนั่งเคียงข้าง
ช่างภาพหัวเราะเจื่อน “มองกันหน่อยครับ เดี๋ยวรูปไม่สวย”
ความเงียบอึดอัดเข้าปกคลุม ก่อนเสียงคุณหญิงดาริกาจะดังขึ้นจากด้านหลัง
“ตฤณ”
เขาจึงยอมหันมา แต่สายตาหยุดอยู่เพียงเครื่องประดับบนหน้าผาก ไม่ยอมสบตาเธอแม้แต่วินาทีเดียว ขณะที่พรพิเศษคลี่ยิ้มให้กล้อง...เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอต้องฝืนมากแค่ไหน
“ต่อไปเชิญเจ้าบ่าวสวมแหวนครับ” พิธีกรประกาศ
พานทองถูกยกเข้ามา ตฤณหยิบแหวนเพชรที่เคยตั้งใจจะสวมให้นับดาว พรพิเศษยื่นมือซ้ายออกไปเงียบ ๆ ปลายนิ้วควรสัมผัสกัน แต่ตฤณกลับใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับเพียงปลายนิ้วนางของเธอหลวม ๆ เว้นระยะไม่ให้ผิวแตะกันแม้แต่น้อย พอสวมเสร็จ เขาก็ปล่อยมือทันที พรพิเศษสัมผัสได้ถึงความเย็นชา แต่รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงเดิม
“จับมือเจ้าสาวนิดครับ” ช่างภาพบอก
“ไม่จำเป็น”
เสียงชัตเตอร์ดังต่อเนื่องจนจบพิธีรดน้ำสังข์ ไม่มีแขกคนใดรู้ว่าภายใต้ภาพบ่าวสาวที่นั่งเคียงคู่ พวกเขาเว้นระยะห่างไม่ต่างจากคนแปลกหน้า มีเพียงคุณหญิงดาริกาที่นั่งอยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นทุกอย่าง ทั้งมือลูกชายที่รีบชักกลับ และรอยยิ้มที่พรพิเศษฝืนประคองไว้ไม่ให้ใครจับพิรุธ หญิงวัยกลางคนได้แต่เก็บความหนักใจไว้ใต้สีหน้าเรียบนิ่ง
เสร็จพิธีสงฆ์ แขกผู้ใหญ่ทยอยลุกกลับ ทีมงานเริ่มเก็บของและจัดขบวนส่งแขก ขณะที่ทุกคนคิดว่าเจ้าสาวคนใหม่คงทำอะไรไม่ถูก พรพิเศษกลับก้าวเข้าไปช่วยงานทันที เธอรับถาดน้ำจากแม่บ้านไปถวายพระอย่างคล่องแคล่ว ก่อนรีบประคองคุณย่าฝ่ายเจ้าบ่าวที่กำลังลุกจากเก้าอี้
“ค่อย ๆ นะคะคุณย่า”
หญิงชรายิ้มเอ็นดูพลางลูบมือเธอ “ขอบใจนะหนู”
พรพิเศษยิ้มรับ ก่อนหันไปไหว้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เดินผ่าน“สวัสดีค่ะท่าน สวัสดีค่ะคุณหญิง”
ทุกคำเรียกถูกต้อง กิริยาสุภาพ ไร้ความประหม่าลนลาน เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ
“ลูกสาวคนโตบ้านสว่างบดินทร์ใช่ไหม...วางตัวดีนะ”
“เด็กคนนี้น่ามองกว่านับดาวอีก”
ตฤณยืนมองอยู่ห่าง ๆ เฝ้าติดตามทุกการเคลื่อนไหวของเธอโดยไม่รู้ตัว แต่ยิ่งมอง ความระแวงในใจยิ่งเพิ่มขึ้น คนที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวเป็นเจ้าสาวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ไม่ควรรับมือสถานการณ์ได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้
“เด็กคนนี้มีสติดีนะ มารยาทก็ดี ไหว้สวย พูดจาฉะฉานเชียว” เสียงผู้ใหญ่คนหนึ่งเอ่ยชมขึ้นมา
“นั่นสิ วางตัวดีมาก ต่างจากนับดาวเลย”
เสียงชื่นชมดังแทรกจากวงสนทนา พรพิเศษเพียงยกมือไหว้รับด้วยรอยยิ้ม ก่อนก้าวเข้าไปประคองคุณย่าฝ่ายเจ้าบ่าวลงบันได
“ค่อย ๆ นะคะคุณย่า”
“ขอบใจนะหนู” หญิงชรายิ้มเอ็นดูพลางลูบหลังมือเธอ
ภาพนั้นตกอยู่ในสายตาตฤณ เขายืนนิ่งอยู่ริมเสา มือไพล่หลังตามความเคยชิน สายตายังจับจ้องเจ้าสาวคนใหม่ไม่วางตา คนอื่นอาจเห็นความอ่อนน้อม แต่เขาเห็นผู้หญิงที่รู้ว่าควรยิ้มกับใคร ไหว้ใคร พูดอะไร และทำตัวอย่างไรเพื่อเอาชนะใจคนทั้งงาน
เสียงชื่นชมยิ่งทำให้ใบหน้าตฤณตึงเครียด เขาไม่เชื่อว่าคนที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวเป็นเจ้าสาวเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน จะรับมือสถานการณ์ได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้ สำหรับเขา...นั่นไม่ใช่ไหวพริบ แต่คือการเตรียมตัวมาอย่างดี และเมื่อแขกผู้ใหญ่ทยอยกลับ ห้องรับรองวีไอพีก็ตกอยู่ในความเงียบ พลอากาศเอกเชิดชายลดโทรศัพท์ในมือลง สีหน้าเคร่งเครียด
