บทที่ 7 สยบหัวใจจอมมาร EP7
ตอนที่ 4 นางบำเรอแลกหนี้
พราวลดาทรุดตัวลงกับพื้นพรมอย่างหมดเรี่ยวแรง สัญญาอัปยศที่เพิ่งตวัดลายเซ็นลงไปยังคงวางหลาอยู่บนโต๊ะทำงานของมหาเศรษฐีหนุ่ม หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลอาบสองแก้มเนียน หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ เลือดสีแดงซิบออกมาทีละน้อยแต่ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบได้กับความปวดร้าวในหัวใจ เมื่อได้ยินถ้อยคำที่หลุดออกจากปากสายเลือดเพียงคนเดียว
“นายครับ นายจะปล่อยผมไปแล้วใช่ไหมครับ” กรรชัยละล่ำละลักถามด้วยความหวังเมื่อเห็นน้องสาวยอมสละตัวเองเซ็นสัญญาแทนเขาแล้ว
สตีเวนปรายตามองร่างบอบบางที่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ ทุกอย่างเป็นไปตามหมากที่เขาวางไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะตวัดกลับมามองคนทรยศด้วยความเยียบเย็น
“ถ้าไม่อยากตาย ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน”
กรรชัยรีบยกมือไหว้ปลกๆ อย่างคนขี้ขลาด “ขอบคุณครับนาย ขอบคุณจริงๆ”
“พี่ก้อง พี่ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า” เสียงสั่นเครือของพราวลดาดังขึ้นรั้งฝีเท้าของคนเป็นพี่ชายเอาไว้ หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นยืน นัยน์ตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความเคารพรักบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและผิดหวัง “พี่ขายน้องสาวตัวเองได้ลงคอเลยเหรอ”
กรรชัยชะงักงัน เขาหันมาสบตาน้องสาวเพียงเสี้ยววินาที ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “พี่ขอโทษลดา พี่ขอโทษจริงๆ แต่พี่ยังไม่อยากตาย”
“พี่ขายฉัน แล้วคิดว่าคำขอโทษคำเดียวมันจะลบล้างทุกอย่างได้เหรอคะ” หญิงสาวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “พี่เคยสัญญากับพ่อแม่ว่าจะดูแลฉัน แต่วันนี้คนที่ทำร้ายฉันที่สุดก็คือพี่ พี่เลือกที่จะให้ฉันตายทั้งเป็นเพื่อให้ตัวเองรอด”
กรรชัยก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำใดออกมาอีก เขาหันหลังกลับแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องทำงานของสตีเวนโดยไม่หันกลับมามองน้องสาวอีกเลย
พราวลดายืนมองแผ่นหลังของพี่ชายจนลับสายตา หัวใจของเธอเหมือนถูกฉีกทึ้งออกเป็นชิ้นๆ ความเสียใจอย่างสุดซึ้งค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอ้างว้างและว่างเปล่า ตั้งแต่วินาทีนี้เธอรับรู้ได้อย่างถ่องแท้แล้วว่า ไม่มีใครบนโลกใบนี้เหลืออยู่เคียงข้างเธออีกแล้ว
เมื่อบานประตูห้องปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุม หญิงสาวหันกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง สายตาของเธอสบเข้ากับอเล็กซ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล บอดีการ์ดหนุ่มยืนนิ่งงัน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอึดอัดและเจ็บปวดราวกับกำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่างในใจ ทว่าสุดท้ายเขากลับเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีและหลบสายตาเธอไปเสียเอง
ความหวังอันริบหรี่ในใจของพราวลดาดับวูบลงทันที เมื่อตระหนักได้ว่าไม่มีใครในที่แห่งนี้สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอได้ หากเธอไม่ช่วยตัวเอง เธอก็ต้องตกเป็นนางบำเรอของผู้ชายป่าเถื่อนคนนี้ไปตลอดกาล
ด้วยความอยากหนี เธอจึงอาศัยจังหวะที่ชายฉกรรจ์กำลังเผลอไผล หญิงสาวรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพุ่งตัวทะยานไปทางประตูห้องอย่างสุดกำลัง หวังเพียงแค่ได้หนีออกไปให้พ้นจากขุมนรกแห่งนี้
แต่ยังไม่ทันที่ปลายเท้าจะก้าวพ้นกรอบประตู ท่อนแขนแข็งแกร่งของลูกน้องอีกคนก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย!” พราวลดากรีดร้องพร้อมกับดิ้นรนสุดแรงเกิด หญิงสาวพยายามสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม แต่ยิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไหร่ ฝ่ามือหยาบกระด้างก็ยิ่งบีบรัดต้นแขนของเธอแน่นขึ้นจนรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงกระดูก
สตีเวนก้าวเดินมาหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวจอมพยศ นัยน์ตาสีน้ำทะเลวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นเหยื่อตัวน้อยพยายามดิ้นรนหนีออกจากกรงเล็บของเขา
“พี่ชายของเธอขายขาดเธอให้ฉันแล้วพราวลดา” น้ำเสียงเยียบเย็นกระซิบชิดใบหน้า “ต่อจากวินาทีนี้ไป เธอมีหน้าที่ต้องชดใช้หนี้แทนมันทุกบาททุกสตางค์”
พราวลดาส่ายหน้าทั้งน้ำตา สบตากับมัจจุราชร้ายอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันไม่ยอม คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน สัญญาบ้าบอนั่นมันไม่มีผลทางกฎหมาย!”
มหาเศรษฐีหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขัน “เดี๋ยวเธอก็จะได้รู้เองว่าคนอย่างสตีเวน ปาร์กเกอร์ มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์”
ชายหนุ่มปรายตามองลูกน้องด้วยแววตาเฉียบขาด “พาตัวเธอไปรอที่รถ แล้วเฝ้าเอาไว้ให้ดีอย่าให้คลาดสายตา”
“รับทราบครับบอส” ลูกน้องชุดดำรับคำสั่ง ก่อนจะออกแรงรั้งร่างบอบบางให้เดินตามออกไป
“ไม่นะ ปล่อยฉัน ฉันไม่ไป” พราวลดาขืนตัวเอาไว้สุดฤทธิ์ หญิงสาวหันไปมองบอดีการ์ดหนุ่มที่เธอคุ้นเคยเป็นครั้งสุดท้าย “พี่อเล็กซ์ ช่วยลดาด้วย ลดาไม่อยากไปกับเขา”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังทำเอาคนถูกเรียกต้องลอบกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน อเล็กซ์อยากจะก้าวเท้าเข้าไปดึงร่างบางมากอดปลอบประโลมและพาเธอหนีออกไปจากที่นี่ให้พ้นๆ แต่สัญชาตญาณและความจงรักภักดีสั่งให้เขาต้องยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน เขารู้ดีว่าหากตนเองขัดคำสั่งเจ้านาย คนที่จะต้องรับผลกรรมหนักที่สุดก็คือพราวลดา
“พาเธอออกไป” อเล็กซ์กัดฟันเอ่ยคำสั่งเสียงเรียบ ซ่อนความปวดร้าวทั้งหมดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม
