บทที่ 5 ไม่สามารถทนต่อไปได้
บ้านเทพพิพัฒน์
“เพลล์” เสียงเรียกจากชั้นสองของบ้านทำให้เพลล์ที่เพิ่งกลับมาในช่วงเที่ยงคืนกว่าเงยหน้าขึ้นไปมอง ซึ่งคนที่กำลังเดินลงมาคือเพียงพราวพี่สะใภ้ของเขาที่เธอยังคงทำหน้าที่ดูแลทุกคนในบ้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
“นี่ดื่มมาอีกแล้วเหรอ? แล้วกินอะไรมาหรือยัง”
“ผมกินมาแล้ว เพราะวันนี้ไปที่คลับของเฮียเตมา”
“แล้วเฮียติณนอนแล้วหรือไง?”
“ใช่ นี่พี่ลงมาหาผลไม้กินสักหน่อยเพราะหมดแรงไปกับตัวเล็กทั้งวันเลย ว่าแต่เพลล์จะกินด้วยไหม? เดี๋ยวพี่ทำเผื่อให้”
“ไม่เป็นไรหรอก ความจริงวันนี้ผมซื้อของเล่นมาให้ตัวแสบด้วยเหมือนกัน แต่กินเหล้ามาเลยไม่อยากเจอหลานตอนนี้” เพลล์พูดด้วยเสียงที่อ่อนลง ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกับติณณภพจนถึงตอนนี้เพียงพราวยังคงเป็นพี่สะใภ้คนโตที่ดีของครอบครัวอยู่เสมอ แถมเธอยังมีหลานคนแรกที่น่ารักอย่างเพียงขวัญให้กับครอบครัวของเขา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเพียงพราวถึงเป็นผู้หญิงที่เป็นข้อยกเว้นสำหรับทั้งเพลล์และเพลิงที่พวกเขาจะไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วยแถมยังทำตัวสุภาพมากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องซื้อมาเยอะหรอก ตอนนี้ห้องของน้องขวัญก็มีของเล่นที่เฮียซื้อมาเต็มไปหมดแล้ว เพลล์เก็บเงินไว้เถอะ”
“พี่ทำเหมือนครอบครัวของเราไม่มีเงินอย่างนั้นแหละ”
“ถ้าใช้เงินแบบไม่คิดนาน ๆ มันก็หมดได้นะ พี่เองก็พยายามปรามเฮียเรื่องพวกนี้เหมือนกัน”
เรื่องนี้เขารู้ได้เป็นอย่างดีจากการที่เห็นว่าพี่ชายของเขาโดนเมียดุแทบจะทุกครั้งที่ซื้อของราคาแพง ยิ่งพอมีลูกเพียงพราวก็ดูจะคิดเรื่องการใช้เงินมากกว่าปกติ เพียงแต่เขาไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ก็เท่านั้นว่าทำไมพี่ชายของเขาจะต้องคอยแอบซื้อของและโกหกราคาภรรยาที่เป็นแม่ของลูกด้วย และพอถามไปติณณภพก็จะตอบกลับมาแค่ว่า ‘พอมีเมียแล้วจะเข้าใจ’ แค่นั้น
“แล้วพรุ่งนี้เพลล์จะลงมากินมื้อเช้าไหม พี่จะได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้”
“ผมคงกินตอนกลางวันทีเดียวเลย แล้วจะได้ไปเล่นกับหลานตอนนั้นด้วย”
เพียงพราวพยักหน้าเข้าใจแล้วหลบทางให้น้องสามีเดินขึ้นไปชั้นบน เธอเริ่มชินกับทั้งเพลล์และเพลิงแล้วหลังจากผ่านมาร่วมปีเพลิงก็ดูเหมือนจะมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นจนทุกคนคลายกังวล จะมีก็แต่เพลล์เท่านั้นที่ยังคงใช้ชีวิตเป็นหนุ่มเจ้าสำราญอยู่แบบนี้
เพลล์เข้ามาในห้องนอนแล้วทิ้งตัวบนเตียงก่อนจะปิดเปลือกตาลง ทว่าภาพที่เขาเห็นและคนที่เขานึกถึงก็ยังคงเป็นคนเดิมคือหญิงสาวที่เป็นพนักงานเสิร์ฟคนนั้น
“ริต้า...” ปากหยักเรียกชื่อของเธอออกมาโดยไม่รู้ตัวพลางจินตนาการถึงลักษณะภายนอกที่เขาพอจะจดจำได้ของเธอไปด้วย ทั้งลำคอขาวเนียน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ แต่ก็ยังคงเนียนใสน่ามองอยู่ หรือแม้แต่มือเรียวเล็กซึ่งกำลังหยิบเครื่องดื่มมาเสิร์ฟบนโต๊ะ น่าแปลกที่เขาสามารถจดจำเกือบทุกส่วนนอกร่มผ้าของผู้หญิงคนนั้นได้ทั้งหมด ซึ่งขนาดแค่ได้มองในตอนนั้นเพียงอย่างเดียวเพลล์ยังรู้สึกถึงความเนียนนุ่มบนผิวขาวเนียนนั้นได้
หลายวันต่อมา
เพราะทนต่อความคิดที่รบกวนเขามาเป็นระยะเวลาหลายวันไม่ไหว วันนี้เพลล์จึงกลับมาที่คลับของเตชินท์อีกครั้งพร้อมกับจองที่นั่งโซนวีไอพีไว้แบบวันนั้น ต่างกันแค่วันนี้เขามาคนเดียวโดยไม่ได้บอกใคร เพราะถ้าบอกแผ่นดินก็คงจะเอาไปเล่าต่อให้เดมี่ฟังและมาล้อเลียนเขาอีกแน่นอน
เขามันเป็นเสือที่มีแต่เหยื่อวิ่งเข้ามาหาทั้งนั้น ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เพลล์จะออกมาล่าเองแบบนี้ แต่ภาพใบหน้าของหญิงสาวในวันนั้นก็ทำให้เขาต้องยอมออกจากถ้ำและมาหาเหยื่อด้วยตัวเองแบบนี้
“วันนี้ริต้ามาใช่ไหม”
“คะ?”
“ที่นี่มีคนชื่อนี้หลายคนรึไง” เพลล์เอนกายแล้วเอ่ยออกมาเสียงห้วนเมื่อพนักงานหญิงสาวตรงหน้ายังคงยืนนิ่งงันแล้วไม่ให้คำตอบที่เขาต้องการ สายตาของเขาในตอนนี้แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจนแบบไม่ปิดบัง
ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถเดินออกไปหาเธอเองได้ง่าย ๆ ทุกส่วนของคลับถ้าริต้าไม่เป็นฝ่ายเข้ามาก่อน แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองถึงต้องมานั่งรอเป็นชั่วโมงอยู่แบบนี้กับแค่แผนการที่ผุดขึ้นมาชั่วขณะ แต่พอรู้ตัวอีกทีเขาก็มานั่งรอที่นี่ได้ครบชั่วโมงแล้ว
“ตอนนี้น้องริต้ากำลังดูแลแขกที่ชั้นล่างอยู่ค่ะ”
“ปกติพนักงานไม่ได้ดูแลแขกในโซนของตัวเองหรือไง”
“ใช่ค่ะ เพราะน้องริต้าเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่เลยยังไม่ได้ดูแลแขกในโซนวีไอพีค่ะ”
เพลล์พยักหน้าเมื่อได้ข้อมูลใหม่ สงสัยวันนั้นคงจะเป็นเรื่อง ‘บังเอิญ’ ที่ริต้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ พอรู้แบบนั้นเพลล์จึงก้มดูนาฬิกาข้อมือแล้วรอเวลาต่อไป
