บทที่ 7 เลขาท่านประธาน
ด้วยวัยเพียงยี่สิบสามเมื่อเขาก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดรัตนกิจ ผลิตปุ๋ยจากมูลค้างคาวออกจำหน่าย สามปีให้หลังกิจการของเขาก็ครอบคลุมการผลิตยาฆ่าแมลงชนิดต่างๆ จากพืชธรรมชาติ ไม่กี่ปีต่อจากนั้นเขารุกเข้าสู่ตลาดเคมีภัณฑ์อย่างเต็มตัว ‘ห้างหุ้นส่วนจำกัด รัตนกิจ’ ได้กลายเป็น ‘รัตนกิจอุตสาหกรรม’ มีขอบข่ายงานกว้างและลึก ผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตออกจำหน่ายมีนับไม่ถ้วนประเภทและชนิด มีห้องทดลองทันสมัยใหญ่โต มีเครื่องมือต่างๆ สำหรับงานวิจัยค้นคว้าครบครัน
ปีที่ผ่านมานี้เองรัตนกิจอุตสาหกรรมได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศถึงความสำเร็จเกี่ยวกับการทดลองวิจัย สร้างเม็ดพลาสติกเทียมที่สามารถย่อยสลายได้ภายในระยะเวลารวดเร็วกว่าการย่อยสลายของพลาสติกที่ใช้กันอยู่ทั่วไปถึงแปดสิบเท่า
ทิราภากำลังจะลุกกลับออกไป เมื่อมีเสียงเคาะประตูเบาๆ
ผู้ที่เยี่ยมหน้าเข้ามาเป็นหญิงสาววัยสามสิบกลางๆ
วาทีเลิกคิ้ว เมื่อเห็นเลขาส่วนตัวเหลือบมองบุตรสาวของเขาแล้วทำท่าลังเล
เมื่อรับจิรางค์ ภัทรไชย เข้ามาทำหน้าที่แทนสมสุข สว่างศรี เขาไม่ได้คาดหวัง ว่าหญิงสาวจะมีความสามารถทัดเทียมเลขาคนเก่าที่ร่วมงานกับเขามาตั้งแต่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัท แต่หญิงสาวก็พิสูจน์ตัวเองได้ภายในเดือนแรกว่าหล่อนคือเลขาทรงประสิทธิภาพคนหนึ่ง
ถ้าจะแตกต่างจากเลขาคนเก่าของเขาที่ขอเกษียณตัวเองออกไปเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน ก็คงเป็นที่วัยกับรูปร่างหน้าตา
นอกจากอายุน้อยกว่าสมสุข หล่อนยังมีรูปร่างหน้าตาสะสวยชวนมอง
พูดจริงๆ บ่อยครั้งมากเลยละที่เขาเห็นว่าเลขาของเขาคนนี้ นอกจากจะหน้าตาอ่อนเยาว์กว่าอายุสักสิบปี หล่อนยังมีความงามเย้ายวนภายใต้ท่าทีเอาการเอางาน
เขาคิดว่าหล่อนคงตกใจอาจถึงขั้นลาอออกจากงานไปเลยก็ได้ ถ้าได้รู้ว่ากลิ่นกายหอมอ่อนๆ จากเครื่องประทินโฉมสำหรับหญิงสาวของหล่อน ทำให้เขาเกิดอาการตื่นตัวทางเพศ
หลายครั้งยามมองหล่อนหันหลังเดินออกประตู หลังจากรับคำสั่งเรื่องงานจากเขาเรียบร้อย ขณะมองแผ่นหลังตั้งตรงระเรื่อยลงมาที่สะโพกกลมผาย มายังเรียวขายาวงามบนรองเท้าส้นสูง เขาถึงกับปวดหนึบแก่นกายชายที่ปรารถนาจะได้รับการปลดปล่อยความเครียดจากราคะที่พุ่งขึ้นมา
“ท่านประยุทธ์โทรมาค่ะ ท่านจะรับสายเลย หรือว่า...”
จิรางค์ชะงักการรายงาน เหลือบมองบุตรสาวนายจ้างอีกแวบ
“เรียนท่านเดี๋ยวผมโทรกลับ”
“ได้ค่ะ”
ทิราภาถามขึ้นทันทีที่เลขาหน้าห้องของบิดาผลุบกลับออกไปพร้อมดึงประตูปิดให้อย่างเรียบร้อย
“ท่านประยุทธ์ที่ว่านี้คงไม่ใช่ท่านรัฐมนตรีกลาโหมคนปัจจุบันหรอกนะคะ”
“เผอิญว่าใช่ เอาละ หนูหมดธุระกับพ่อแล้วใช่มั้ย” วาทีพูดเรื่อยๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ
ทิราภาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่เปลี่ยนใจ ลุกเดินออกประตูไปเงียบๆ
แต่แทนที่จะตรงไปยังห้องทำงานของตน กลับเข้าไปหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานเลขาของบิดาแทน
“คุณจิรางค์รู้มั้ยคะคุณพ่อมีธุระติดต่อกับรัฐมนตรีกลาโหมด้วยเรื่องอะไร”
จิรางค์ยิ้มให้หญิงสาววัยอ่อนกว่าเก้าปีด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานก่อนตอบ
“ดิฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ รู้แค่ว่าท่านรัฐมนตรีฯ ติดต่อมาหลายครั้งตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งซ่อมครั้งหลังสุด ทีแรกดิฉันยังคิดว่าหรือทางพรรคการเมืองที่ท่านรัฐมนตรีสังกัดส่งท่านมาทาบทามคุณพ่อของคุณทิลงเล่นการเมืองอีกคน”
“เลือกตั้งซ่อมล่าสุดผ่านไปหลายเดือนแล้วนี่” ทิราภาตั้งข้อสังเกต “จะว่าติดต่อกันเรื่องธุรกิจ เท่าที่รู้ท่านนายพลประยุทธ์เป็นทหารอย่างแท้จริง หลายบริษัทเคยพยายามทาบทามเชิญท่านไปเป็นที่ปรึกษาบ้างอะไรบ้าง หวังจะอาศัยชื่อและยศตำแหน่งของท่านให้บริษัทของตนเป็นที่น่าเกรงขาม แต่ท่านปฏิเสธหมด ยังให้เหตุผลขำๆ ด้วยว่าถ้าท่านเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแวดวงธุรกิจ ก็คงเป็นนายทหารใจซื่อมือสะอาดต่อไปไม่ได้เพราะมัวคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ”
“ดิฉันก็ได้ยินมาอย่างนั้นเหมือนกัน ยังแปลกใจเมื่อท่านลาออกจากราชการมารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม”
จิรางค์สนับสนุนความเข้าใจบุตรสาวนายจ้าง ก่อนแทรกแง่คิดของตนเข้าไป
“เป็นไปได้มั้ยคะ เมื่อท่านลาออกจากงานราชการ และยังหันมาเล่นการเมืองท่านเริ่มสนใจธุรกิจการค้าขึ้นมา”
“เป็นอย่างนั้นจริงก็แล้วไปเถอะค่ะ กลัวแต่ว่าท่านจะติดต่อคุณพ่อด้วยธุระอย่างอื่นนะสิคะ”
“คุณทิเป็นห่วงอะไรหรือคะ”
จิรางค์ถามเสียงอ่อนโยน ความรักความผูกพันระหว่างพ่อลูกคู่นี้ ทำให้เธอนึกอิจฉาอยู่เงียบๆ ด้วยตัวเธอเองนั้นมีพ่อที่ยิ่งกว่าขาดความรับผิดชอบ
นอกจากไม่รับผิดชอบลูกเมีย ยังทำตัวเป็นภาระให้เมียเป็นฝ่ายหาเลี้ยงดูกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต
เธอไม่เคยลืมเสียงเอ็ดตะโรของพ่อขี้เมา หลายครั้งลงไม้ลงมือกับภรรยาเพราะไม่ได้ดังใจ เป็นต้นว่าไม่มีเงินให้ซื้อเหล้า
เธอคิดว่าตัวเองอาจจะตกนรกเมื่อตายไป ที่รู้สึกว่าพ่อแบบนั้นตายเสียได้ก็ดี
แต่ก็เป็นความจริง นับตั้งแต่พ่อที่ไร้ความรับผิดชอบจากไปชีวิตสองแม่ลูกก็ดีขึ้น ถึงแม้ว่ามารดาของเธอจะยังคงทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูส่งเสียบุตรสาวให้ได้รับการศึกษาสูงๆ แต่ท่านก็ไม่มีสีหน้าระทมทุกข์เช่นเมื่อครั้งยังมีสามีอยู่ร่วมบ้าน
จิรางค์พอจะรู้ตัวเองอยู่เหมือนกัน ประสบการณ์ในวัยเยาว์ที่มีพ่อขี้เมาขาดความรับผิดชอบ ทำให้เธอนึกรังเกียจผู้ชาย เป็นเหตุให้ตลอดวัยสาวกระทั่งอายุเลยสามสิบของเธอปราศจากเพศตรงข้ามโดยสิ้นเชิง เห็นว่าผู้ชายคือเพศที่เธอจะต้องหลีกลี้หนีให้ห่าง กระทั่ง...ได้เข้ามาทำงานที่รัตนกิจอุตสาหกรรม ในตำแหน่งเลขาประธานบริหารสูงสุด
เธอเขินใจทุกครั้งที่ความรู้สึกเกลียดชังผู้ชายถึงขั้นขยะแขยงไม่เพียงแต่จะลดน้อยไปจากใจ แต่แทบจะลืมความรู้สึกนั้นยามอยู่ใกล้นายจ้างวัยห้าสิบสามที่ดูหนุ่มแน่นกว่าอายุสักสิบปี
