บทที่ 4 เพื่อแม่
ตอน เพื่อแม่
วันต่อมา
ครืดๆ เสียงเรียกเข้าจากมือถือเครื่องเก่าของญาดาดังขึ้น พอเห็นว่าใครเป็นคนโทรมาเธอก็รับโทรศัพท์อย่างเร็ว
“แม่ เป็นไงบ้างจ๊ะ ทำไมไม่โทรมาหานุ่นเลย” เอ่ยถามด้วยความคิดถึง
“กูสบายดี ก็ไอ้เงินห้าพันที่มึงให้มามันคืนทุนให้กูหลายบาทเลย ตอนนั้นมีเงินก็เลยไม่ได้โทรไป แต้ตอนนี้มันหมดแล้ว โอนเงินมาให้กูหน่อยสัก 2-3 พันก็พอ กูจะเอาไปทำทุน"
"แต่หนูต้องไปขอเงินที่คุณปาล์มน่ะสิแม่" ใช่แล้วมันลำบากใจตรงนี้
"เออ มึงก็ไปขอสิวะ เขาเป็นผัวมึง" หล่อนไม่เคยสนใจความรู้สึกของลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว
"จ้ะๆ" และเธอก็เป็นแบบนี้ทุกที ต้องยอมเจ็บปวด ยอมทำอะไรที่ไม่อยากทำเพื่อแม่คนนี้
เพราะว่าปองกานต์ไปทำงานแล้ว ดังนั้นเธอจึงต้องโทรไปหาเขา ไม่อยากจะทำแบบนี้เลยสักนิด ไม่อยากจะได้อะไรจากปองกานต์ ไม่ต้องการเงินหรือความสงสาร ความเห็นใจจากเขาเลย แต่คนที่บีบให้เธอต้องทำเช่นนี้ก็คือแม่ผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิต
'ฮัลโหล...นั่นใครครับ' เพราะปองกานต์ไม่ได้บันทึกเบอร์โทรของญาดาไว้ก็เลยไม่รู้ว่าคนที่โทรมาคือเธอชายหนุ่มจึงรับสายด้วยความสุภาพ
"เอ่อ...นี่นุ่นเองค่ะคุณปาล์ม"
"เธอมีอะไร!" จากน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงแข็งกระด้างทันทีเมื่อทราบชื่อผู้ที่โทรมา
"คือตอนนี้นุ่นไม่มีเงินเลยค่ะ ขอเงินสักสามพันได้มั้ย"
"นึกว่ามีอะไร ที่แท้ก็หิวเงินนี่เอง ได้สิรีบบอกบัญชีมาเดี๋ยวจะรีบโอนให้จะได้จบๆ"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ" จำต้องโดนดูถูก โดนด่าก็เพราะมารดาคนเดียว ถึงจะเจ็บก็ต้องทนเพราะเธออยากจะเป็นลูกสาวของบุษบาเอง
และปองกานต์ก็โอนเงินมาให้เธอ เขาโอนมาให้เป็นจำนวน 10,000 บาท โอนมาเกินจำนวนที่ขอ เป็นเพราะเจ้าตัวอยากจะตัดความรำคาญ ไม่อยากจะเสวนากับหล่อนบ่อยๆ ก็เลยให้ไปทีเดียวหนึ่งหมื่น ญาดาไม่ได้เอาเงินหนึ่งหมื่นบาทไปใช้ เธอให้บุษบาไปจำนวนสามพันตามที่นางขอ ส่วนเงินที่เหลือก็เก็บไว้ให้บุษบาในครั้งต่อไป เพราะไม่เคยเอาเงินไปซื้ออะไรให้ตัวเองเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่น สภาพเธอถึงได้ดูโทรมๆ และหม่นหมองขึ้นทุกวัน ทั้งที่จริงๆ แล้ว ถ้าตัดเรื่องความโทรมออกไปญาดาถือว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ เธอเป็นคนตาโต ขนตางอนงาม จมูกโด่งเป็นสัน หน้าเรียวเล็ก ปากอวบอิ่มเป็นรูปกระจับ คิ้วดกดำและโก่งสวย แต่ก็เป็นเพราะไม่เคยดูแลตัวเองหรือใช้เครื่องสำอางแต่งหน้า ความสวยที่มีจึงไม่ได้อวดโฉมให้ใครเห็น
1 เดือนต่อมา มารดาของหญิงสาวไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย ถ้าให้เธอเดาก็คงจะเป็นเพราะตอนนี้ท่านคงกำลังมีเงินจากการเล่นการพนัน แม่ของญาดาติดการพนันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะเหตุนี้เมื่อก่อนจึงลำบากมากถ้าวันไหนบุษบาเสียเงินจากการพนันเยอะเธอก็ต้องท่านข้าวกับ ไข่ต้ม มาม่า ปลากระป๋อง อาหารที่มนุษย์เงินเดือนมักเก็บไว้กินยามที่เงินในกระเป๋าใกล้จะหมด หรือถ้าบางวันโชคร้ายมากๆ ก็อดข้าวทั้งแม่ทั้งลูก และหากวันไหนท่านได้เงินมาเยอะก็จะได้ทานอาหารที่ดีกว่านี้ แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้หล่อนชอบเลยสักนิดที่มารดาติดการพนันหนักจนถึงขั้นเลิกไม่ได้เลยเช่นนี้ เพราะว่าการที่มารดาติดการพนันหนักมันก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่อายุ 16ปี เป็นโรคจิตอย่างที่แม่เธอว่า...
ตอนนี้หญิงสาวก็มีอายุครรภ์มาขึ้นถึง 2 เดือนแล้ว ถึงจะมีอายุครรภ์ที่มากขึ้นแต่ก็ใช่ว่าจะมีอะไรดีๆ เข้ามาในชีวิต หล่อนยังคงเป็นตัวน่ารังเกียจของคุณหญิงมณีและลูกชายเช่นเดิม ในบ้านนี้ก็มีแค่คุณชัชชาติและเหล่าคนใช้เท่านั้นที่ใจดีกับเธอ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีเป็นมิตรด้วยเลย
ครืดๆ โทรศัพท์เธอสั่นขึ้นเพราะมีสายเรียกเขา พอรู้ว่าแม่โทรมาก็รีบรับ
"จ้ะแม่" กรอกเสียงถามไปอย่างดีใจ
"ฮึก...นุ่น นุ่นช่วยแม่ด้วย ฮือ..." ตกใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินว่าท่านร้องขอให้ช่วยและร้องไห้
"แม่เป็นอะไรจ๊ะ ร้องไห้ทำไม"
"แม่โดนพวกเจ้าหนี้มันทำร้ายน่ะลูก มันรุมซ้อมแม่แล้วบอกว่าถ้าแม่ไม่คืนเงินมันจะเผาบ้านเราทิ้ง" ญาดาร้อนใจมากและถึงไม่ต้องถามเธอก็พอจะรู้ว่ามารดาไปติดหนี้เพราะอะไร มันก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการพนัน และก่อนหน้านี้ที่ไม่โทรมาขอเงินจากหญิงสาวเลยก็คงจะเป็นเพราะว่าเล่นการพนันจนมีเงินแล้วก็เล่นทุกวันจนตอนนี้ก็หมดตัว สุดท้ายก็คงจะหนีไม่พ้นการเป็นหนี้
"แม่ติดหนี้กี่บาทจ๊ะคราวนี้" เธอได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเพียงหนี้สินก้อนเล็๋กๆ ที่เธอพอจะมีปัญญาจ่ายให้เหมือนเมื่อก่อน
"200,000 ลูก" ตัวเลขนี้ทำเอาหญิงสาวตกใจจนแทบจะล้ม
"ตั้ง 200,000 ทำไมเจ้าของบ่อนเข้าถึงยอมให้แม่ติดหนี้เยอะขนาดนี้" แล้วแบบนี้เธอจะกล้าแบกหน้าไปขอเงิน 200,000 จากปองกานต์ได้อย่างไร ครั้งที่แล้วขอ 3,000 บาท เขายังบอกว่าเธอหิวเงินแล้วครั้งนี้ล่ะ...
"ก็ตอนนั้นมันเล่นเพลินอ่ะ ช่วยแม่หน่อยนะนุ่น มันขู่แม่ขนาดนี้แม่กลัว แล้วตอนนี้แม่ก็เจ็บมากๆ ด้วย มันให้เวลาภายในสามวัน นุ่นช่วยแม่ด้วยนะลูก ไม่รู้ว่ามันจะเผาบ้านอย่างเดียวหรือว่าจะฆ่าแม่ด้วย พวกมันโหดมากขนาดนี้ ฮือๆ จะไปแจ้งความที่โรงพักก็ไม่ได้พวกมันขับรถมาวนดูอยู่ทุกชั่วโมงเลย" แม้จะปวดหัวกับเรื่องที่ต้องแบกหน้าไปขอเงินปองกานต์อีกสองแสน แต่สำหรับเธอยังไงซะชีวิตของแม่นั้นสำคัญที่สุด
"จ้ะแม่ แม่รอก่อนนะหนูจะหาเงินให้ได้ภายในสามวัน"
"ฮือๆ ขอบใจมากนะนุ่น ลูกของแม่ แม่ขอโทษ ฮือๆ" แม้จะอยู่ในภาวะที่เริ่มเกิดความเครียด แต่คำว่า 'นุ่นลูกของแม่' มันทำให้เธอตื้นตันใจจนน้ำตาไหลที่บุษบาพูดดีๆ กับเธอแบบนี้ มันเป็นคำพูดที่หญิงสาวไม่เคยได้รับมาก่อนตั้งแต่เด็กจนโต
"เดี๋ยวหนูจะโอนเงินค่าทำแผลให้แล้วแม่ก็ไปหาหมอนะจ๊ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูไปหานะ" พอรู้ว่ามารดาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่แบบนี้เธอก็อยากจะไปหาท่าน
"ไม่ลูก ไม่ต้องมา นุ่นกำลังท้อง ไม่ควรเดินทางไปไหนมาไหนไกล จากคฤหาสน์มาที่นี่มันก็ไกลนะ นุ่นเอาเวลาไปพักผ่อนและดูแลสามีดีกว่า แม่ไปให้หมอทำแผลก็คงจะดีขึ้นแล้วเดี๋ยวแม่จะโทรไปน่ะลูก" มีไม่กี่ครั้งนักที่มารดาจะแทนตัวเองว่า 'แม่' และเรียกเธอว่า 'ลูก' แม้จะเป็นห่วงท่านมากแต่ก็ดีใจที่ท่านพูดดีๆ ด้วย
"งั้นแม่ไปหาหมอเถอะจ้ะ เดี๋ยวนุ่นจะไปคุยกับคุณปาล์มเขาให้"
"ขอบใจนะลูก 'นุ่นลูกสาวของแม่' " พูดจบท่านก็กดวางสายทันที
"ฮึก...ฮือ" คำสุดท้ายที่แม่พูดทำให้เธอต้องบ่อน้ำตาแตกร้องไห้หนักกว่าเดิม หญิงสาวมั่นใจว่าเมื่อกี้เธอได้ยินไม่ผิดแน่ๆ ตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรกที่แม่พูดคำๆ นี้กับเธอ แต่สิ่งที่เธอควรทำตอนนี้ก็คือไปเจรจาขอเงินจากปองกานต์ไม่ใช่มานั่งร้องไห้เพราะความตื้นตันใจ
แม้จะมีความกลัวและไม่กล้าแต่พอนึกถึงหน้าของมารดาเธอก็ทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปหาปองกานต์ที่ห้องทำงานของเขาทัน เมื่อก่อนเธอกับแจงมักจะนำของว่างมาเสิร์ฟให้ปองกานต์ตอนกลางคืนอยู่บ่อยๆ จึงรู้ว่าเวลานี้เขายังไม่นอนและกำลังทำงานอยู่
ก๊อกๆ หล่อนเคาะประตูทุกครั้งตามมารยาท
"เข้ามาได้ครับ" เพราะไม่รู้ว่าเป็นญาดาจึงสุภาพไว้ก่อน
"คุณปาล์มคะ"
"เฮ้ย! ยัยซาดาโกะ!" ตกใจอย่างแรงเมื่อเห็นญาดาเข้ามา เขาตกใจเพราะเธอก็เหมือนผีซาดาโกะจริงๆ ชุดนอนกระโปรงยาวสีขาว ร่างผอมๆ บางๆ ปล่อยผมยาวเหยียดตรง ผมหน้าม้าที่ยาวลงมาจนแทบจะปิดตา เขาเกือบจะกระโดดออกจากเก้าอี้แล้วเชียว
"ขะ...ขอโทษที่ทำให้ตกใจค่ะ" รีบขอโทษเขาใหญ่
"น่ากลัวจริงๆ มีอะไรล่ะ" ถามขึ้นทั้งที่หัวใจยังเต้นแรงด้วยความตกใจ
"พอดีว่านุ่นมีเรื่องที่ต้องใช้เงินน่ะค่ะ ขอเงินหน่อยนะคะ" ปองกานต์ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่มองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ครั้งที่แล้วเขาให้ไปเป็นหมื่นแต่เธอก็ไม่ได้ดูดีขึ้นมาเลยสักนิด นั่นก็แปลว่าหญิงสาวไม่ได้เอาเงินไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าใส่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ และตั้งแต่นั้นมาหล่อนก็ไม่ได้ขอเงินเขาอีกแล้วเธอเอาเงินพวกนั้นไปทำอะไร...
"ขอเท่าไหร่ล่ะคราวนี้" ถามโดยที่หันไปทำงานต่อและไม่ได้มองหน้าเธอ
"200,000 บาท ค่ะ"
"ฮะ! 200,000 เอาไปทำอะไรเยอะแยะ" เขารวยมากจริงเงินแค่ 200,000 หรือมากกว่านี้เขาก็มีให้อยู่แล้ว แต่เพราะถูกปลูกฝังมาว่าให้เป็นคนที่เห็นคุณค่าของเงิน ดังนั้นเงินจำนวนสองแสนสำหรับชายหนุ่มก็ถือว่าเยอะมากอยู่พอสมควร
"เอ่อ...มันมีเรื่องให้ต้องใช้น่ะค่ะ" หล่อนตอบไม่ตรงคำถาม
"ก็นั่นแหละฉันรู้แล้ว แต่เธอจะเอาเงินมากขนาดนั้นไปทำอะไร ปกติอยู่บ้านนี้เธอก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินอยู่แล้วนี่" ต้องการฟังเหตุผลจากปากเธอ
"นุ่นจะเอาไปให้แม่ค่ะ แม่ของนุ่นติดหนี้พนันอยู่สองแสน เจ้าของบ่อนเขาสั่งให้คนมารุมทำร้ายแม่ และก็ขู่ว่าถ้าแม่ไม่มีเงินมาคืนภายในสามวัน เขาจะเผาบ้านนุ่น คุณปาล์มช่วยนุ่นกับแม่ด้วยนะคะ นุ่นขอร้อง" คุกเข่าอ้อนวอนและพนมมือขึ้นไว้ทั้งน้ำตา ที่ร้องไห้ออกมาก็เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ยอมช่วย
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ฉันมีหน้าที่รับผิดชอบเธอกับลูกในท้อง ในข้อตกลงของเรามันไม่มีบอกไว้เลยว่าฉันต้องช่วยชีวิตแม่ของเธอด้วย จัดการหาเงินเองเถอะไม่ต้องมาไหว้ฉันเพราะถึงยังไงฉันก็ไม่สงสาร" เขาไม่สงสารอย่างที่พูดจริงๆ ยิ่งรู้เหตุผล ยิ่งเห็นเธอนั่งคุกเข่าอ้อนวอนยิ่งสมเพชและรังเกลียดผีพนันอย่างบุษบา ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าจ้องจะเกาะเขากินทั้งสองแม่ลูก เมื่ออคติกับแรงเกลียดชังมันมีเยอะขนาดนี้ก็ยากนักที่จะทำให้เขาสงสารได้
"ฮือๆ นุ่นขอร้อง ช่วยแม่นุ่นด้วยนะคะ" คราวนี้เธอคลานเข่าเข้าไปหาและก้มลงกราบแทบเท้าของชายหนุ่ม แต่เพราะเกลียดชังที่ปองกานต์มีต่อเธอกับแม่มันมากนักเขาจึงลุกหนีโดยเร็ว
"โถ่โว้ย...ไม่ต้องทำมันแล้วงงงาน!" เริ่มเกรี้ยวกราดขึ้นมาเพราะรำคาญเสียงร้องไห้และเสียงอ้อนวอนของเธอคนนี้ จนต้องปิดคอมและรีบเดินออกมา แต่หญิงสาวไม่ยอมแพ้นั้นเธอรีบเดินไปกอดขาเขาไว้ทันที
"ปล่อยฉันนะ ยัยบ้า! จนตรอกมากซะจนต้องทำขนาดนี้เหรอไง"
"ก็แม่ของนุ่นตกอยู่ในอันตราย ช่วยแม่นุ่นด้วยนะคะนุ่นขอร้อง ฮือๆ " ถึงแม้จะไม่เหลือศักดิ์ศรีอยู่เลย ต่อให้โดนด่า โดนเกลียดมากกว่านี้เธอก็ยอม
"ไม่! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง บอกว่าไม่ก็คือไม่สิวะ น่ารำคาญ!" พูดจบก็รีบแกะแขนของหญิงสาวออกจากตัวและเดินออกจากห้องนี้ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง พอเข้าไปได้ก็รีบปิดประตูห้องอย่างรวดเร็วจนหล่อนตามไม่ทัน
ญาดาได้แต่นั่งร้องไห้อย่างน่าสังเวชอยู่ที่หน้าห้องเขา โชคร้ายนักที่ทำถึงขนาดนี้แต่กลับไม่ได้รับความสงสารหรือเห็นใจเลยสักนิด จะตระโกนร้องเรียกเขาก็คงไม่ได้เพราะกลัวว่าคุณชัชชาติกับคุณหญิงมณีจะตื่น ว่ากันตามข้อตกลงในบ้านหลังนี้ก็มีแต่ปองกานต์เท่านั้นที่หล่อนจะขอเงินได้ ทว่าในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว อ้อนวอนขนาดนี้ก็ยังไม่ได้รับความเห็นใจ แล้วแบบนี้หล่อนจะใช้วิธีไหนช่วยมารดาได้บ้าง...
ปองกานต์กำลังล้างเนื้อล้างตัวและเปลี่ยนชุดนอนชุดใหม่ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกขยะแขยงตัวเองมาก ก็เพราะเมื่อกี้เนื้อตัวสกปรกของผู้หญิงที่เกลียดมันมาถูกตัวของเขา
'นังผีพนัน คิดเหรอว่าฉันจะช่วยเหลืออะไรแก คนอย่างแกมันควรตายๆ ไปซะ' เกลียดทั้งแม่ทั้งลูกแต่ดูจะเกลียดแม่มากกว่าเพราะตัวต้นคิดที่ลากเขาเข้าไปข่มขืนญาดาในห้องก็คือผู้หญิงคนนี้ ตัวต้นเหตุที่ทำให้ความรักของเขามันต้องพังลง เพราะฉะนั้นถึงแม้บุษบาจะตายไปเขาก็ไม่สนใจ...
