บทที่ 5 หมดหนทาง

ตอน หมดหนทาง

วันต่อมา พอถึงเวลาที่ต้องทานอาหารเช้าและไปทำงานปองกานต์ก็เดินถือกระเป๋าทำงานออกมาจากห้อง และมุ่งหน้าเดินไปที่ห้องทานอาหาร เมื่อคืนเขายังนอนหลับสบายเช่นทุกคืน ไม่ได้คิดมากถึงเรื่องที่ถูกญาดาอ้อนวอนให้ช่วยชีวิตแม่ของเธอเลยสักนิด เขาเป็นคนแบบนี้เป็นคนจำพวกรักแรงเกลียดแรง ถ้ารักใครแล้วก็จะรักมากที่สุดแต่เมื่อได้เกลียดใครแล้วต่อให้คนๆ นั้นต้องตายไปต่อหน้าต่อตา ชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร 

"อรุณสวัสดิ์ครัับ" 

"อรุณสวัสดิ์ลูก ทานข้าวซะสิ" คุณพ่อของเขาพูดขึ้น โดยข้างๆ ก็มีคุณแม่ที่นั่งทานข้าวเช้าด้วยท่าทางที่ดูจะมีความสุขกว่าทุกวัน พอมองไปที่นั่งข้างๆ เขาก็พบว่ามันว่างเปล่าชายหนุ่มก็หายสงสัยทันที นั่นก็เพราะเช้านี้ญาดาไม่ได้ลงมาทานอาหารด้วยแม้นึกสงสัยว่าทำเธอถึงไม่มาทานอาหารเช้าแต่เพราะสมองของเขามันไม่เคยนึกสนใจผู้หญิงคนนี้อยู่แล้วชายหนุ่มจึงไม่ได้ถามพ่อกับแม่ว่าทำไมเธอไม่มา และอีกอย่างถ้าเขาถามไปมารดาก็คงจะหมดอารมณ์ทานอาหารพอดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่านิสัย ปากร้าย รักแรงเกลียดแรงนี้มันมาจากใคร มันถ่ายทอดมาจากมารดาของเขาล้วนๆ​

ใช้เวลาไม่นานลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลก็ทานอาหารจนอิ่มและขอตัวไปทำงาน 

"ไปก่อนนะครับแม่ เจอกันที่บริษัทนะครับพ่อ" 

"จ้ะลูก ขับรถดีๆ นะลูก" คุณแม่ตอบกลับลูกชาย

"ยังเหลือเวลาอีกนาน คุณเองก็ทานข้าวให้อิ่มก่อนนะคะเดี๋ยวค่อยไป" ยิ่งเห็นว่าภรรยาอารมณ์ดีขนาดไหน ลูกชายไม่สนใจถามถึงเมียที่นอนป่วยอยู่บนห้องคุณชัชชาติก็ยิ่งหนักใจ ท่านรู้ดีว่าภรรนยากับลูกชายตามเดิมแล้วทั้งสองไม่ใช่คนเลวร้ายหรือจิตใตอัมหิตแต่อย่างใด แต่เพราะเป็นคนรักแรงเกลียดแรง ความเกลียดชังที่สองแม่ลูกมีต่อญาดามันจึงรุนแรงมากเสียจนทำให้ทั้งสองดูเป็นจิตใจอัมหิตไปเลย 

"ผมขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ" 

"คุณจะคุยอะไรกับฉันเหรอคะ" ยังคงยิ้มอารมณ์ดี 

"เรื่องนุ่นน่ะ" 

"จะคุยเรื่องมันทำไมคะ แค่ได้ยินชื่อนี้ฉันก็สะอิดสะเอียนจะแย่อยู่แล้ว" หน้าตาเปลี่ยนไปทันทีพอได้ยินชื่อนี้ 

"คุณนี ที่ผมรักคุณที่แต่งงานกับคุณโดยไม่สนเรื่องฐานะก็เพราะว่าคุณเป็นผู้หญิงจิตใจดี เป็นคนกตัญญูและสู้ชีวิตนะ ทุกคนก็รักคุณเพราะว่าคุณเป็นคนดี คุณอยู่กับนุ่นมากกว่าคนใช้คนอื่น เมื่อก่อนคุณก็เอ็นดูนุ่นมากๆ ช่วยบัวออกค่าเทอมส่งเสียให้นุ่นเรียนจนมัธยมปลาย คุณยังจะส่งเขาเรียนมหาลัยด้วยซ้ำถ้าหากวันนั้นยายของนุ่นที่อยู่ต่างจังหวัดไม่เสียชีวิตไปซะก่อนนุ่นก็คงจะได้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว" 

"เหอะ! อันที่จริงเดือนหน้านี้มหาวิทยาลัยเขาก็จะเปิดรับสมัครแล้วล่ะค่ะ ก่อนที่จะเกิดเรื่องฉันคุยกับมันซะดิบดีว่าจะออกเงินค่าสมัครให้ถ้ามันไม่มีตังค์ แต่มันดันมาทำเรื่องสกปรกแบบนี้ซะก่อน สุดท้ายตอนนี้มันก็เป็นได้แค่อีเมียคนใช้ไร้การศึกษา เพราะมันโลภ" คุณหญิงเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาพอพูดถึงเรื่องนี้

"พอก่อนคุณนีผมยังพูดไม่จบ ก็อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละ คุณรักและเอ็นดูนุ่นมาก เพราะนุ่นเป็นเด็กดี สู้ชีวิต กตัญญูต่อบุพการีเหมือนกับคุณ เพราะนุ่นเขาเหมือนคุณไงผมถึงเชื่อว่าเขาไม่มีทางที่จะคิดทำอะไรแบบนี้ได้ คุณไม่เห็นเหรอว่าเขาไม่มีความสุข ไม่มีคนเลวคนไหนทำเลวแล้วมานั่งสำนึกผิดหรอก คุณเกลียดเขามากจนไม่ได้สังเกตเลยเหรอว่าเขากับแม่เขาต่างกันมาก แม่เขามีความสุขแต่เขากลับเศร้าแล้วยิ่งเศร้าลงทุกวัน เมื่อก่อนตอนที่เข้ามาในบ้านนี้ใหม่ๆ นุ่นดูมีความสุขกว่านี้ เป็นเด็กที่รักสวยรักงามเหมือนผู้หญิงทั่วไป คุณยังชมเลยว่าเขาหน้าตาสวยและน่ารักต่างจากแม่ของเขา แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงไม่อยากใส่เสื้อผ้าสวยๆ เหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่น เขาดูหดหู่มากคุณอยู่บ้านทุกวันคุณก็น่าจะรู้นี่ว่าเขาเป็นยังไง" คุณหญิงได้แต่นั่งเงียบๆ คิดตามสิ่งที่สามีพูด สามีของท่านพูดจริงทุกอย่าง ท่านรู้ท่านเห็นแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร 

"ที่ผมอยากจะบอกก็คือ คุณไม่รักนุ่นก็ได้แต่อย่าเกลียดเขาหรือว่าทำให้เขารู้สึกแย่เลยนะ คุณก็รู้ใช้มั้ยถ้าหากเขาเศร้ามากๆ เครียดมากๆ มันอาจจะมีผลกับเด็กในท้องได้ เด็กในท้องนั่นก็หลานเราเองเลือดเนื้อเชื้อไขของตามปาล์ม ไม่รักแม่เขาก็รักลูกเขาก็ยังดีนะคุณ อย่าเกลียด อย่าทำร้ายแม่ของหลานเราเลย ผมขอร้อง" คุณหญิงมณีเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าญาดาเป็นคนดี แต่ก็เกลียดเธอเพราะแม่ของเธอและเรื่องที่เกิดขึ้น

"ก็ได้ค่ะ ฉันจะหยุดด่าและหยุดทำอาการรังเกียจใส่มันแต่จะให้ฉันกลับไปรักมันเหมือนเมื่อก่อนก็คงจะยากนะคะ" ท่านจะยอมทำเพื่อความสบายใจของสามีและเพื่อนหลานของท่านที่อยู่ในท้องของญาดา แม้ก่อนหน้านี้จะทำทีเป็นไม่เชื่อว่าเด็กในท้องไม่ใช่หลานของตน แต่เอาเข้าจริงท่านก็ไม่ได้มั่นใจเต็ม100% อย่างที่พูด คงต้องรอให้ผลDNA เป็นเครื่องยืนยัน

"ครับ แค่นี้ผมก็สบายใจแล้ว ผมไม่อยากเห็นนางฟ้าของผมต้องกลายเป็นนางร้าย" ว่าแล้วท่านก็จับมือภรรยาที่ยังสวยไม่สร่างมากุมไว้ 

"คุณล่ะก็ นางฟ้าอะไรล่ะคะฉันแก่แล้ว" คุณหญิงอดเขินอายกับคำชมของสามีไม่ได้ สามีของท่านเป็นผู้ชายที่ดี คุณชัชชาติไม่เคยดูถูกคนที่ด้อยกว่าตัวเอง เมื่อก่อนคุณหญิงมณีเป็นเพียงแค่แม่ค้าจนๆ ในตลาดเท่านั้น แต่โชคชะตาทำให้ให้ทั้งคู่พบกันและรักกันโดยคุณชัชชาติก็รักคุณหญิงด้วยหัวใจที่แท้จริงไม่ได้สนเลยว่าทั้งสองนั้นต่างกันขนาดไหน คุณหญิงก็คาดหวังมาโดยตลอดว่าลูกชายของท่านจะเป็นสามีที่ดีเหมือนบิดาของเขาได้ 

แต่ก็ลืมคิดไปเสียสนิทเลยว่าเพราะความโกรธแค้นกับทิฐิตอนนี้มันได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นสามีที่เลวร้ายไปเสียแล้ว ถึงท่านจะไม่ยอมรับว่าญาดาเป็นลูกสะใภ้ แต่เพราะว่าเธออุ้มท้องหลานของท่านออยู่ว่ากันตามเป็นจริงเธอก็คือสะใภ้ของตระกูล อศัวการกุล เพียงแต่แม่สามีกับสามีของเธอไม่ยอมรับความจริงเท่านั้นเอง และในเมื่อความจริงมันเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าลูกของท่านนั้นเป็นสามีที่ไม่ดีโดยสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว 

@บริษัทของตระกูลอศัวการกุล 

"วันนี้งานเยอะหน่อยนะครับท่านรอง" คุณ การุณย์ ​เลขาคนสนิทของเขาพูดติดตลกพร้อมกับหอบเอกสารกองโตมาให้ท่านรองประทานของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังแห่งนี้ 

"มันก็เยอะทุกวันนั่นแหละครับ" ว่าแล้วก็ยิ้มให้คุณเลขา ทั้งที่สถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้ท่านรองของเขาก็ยังคงอารมณ์ดีเหมือนเดิมคุณการุณย์รู้สึกดีใจมากที่ได้มาทำงานเป็นเลขาของคนที่เก่งขนาดนี้ ที่ว่าสถานการณ์ย่ำแย่นั่นก็คงจะเป็นเรื่องที่เขาต้องยกเลิกงานแต่งกับรสิตาผู้หญิงที่คบหามานานถึง 5 ปี สาเหตุเพราะทำคนใช้ในบ้านท้อง ท่านรองของเขาดูเศร้าไปเลยช่วงแรกๆ แต่พอหลายวันผ่านมาอาการก็ดีขึ้นจนกลับมาเป็นท่านรองคนเดิมที่อารมณ์ดีและใจดีกับพนักงานทุกคน 

"เฮ้อ...ใครมันจับตั้งล่ะเนี่ย" ปองกานต์บ่นขึ้นเมื่อรูปคู่ของเขากับรสิตาถูกจับให้ตั้งให้วางลงบนโต๊ะทำงานของเขาอีกแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขามักจะคว่ำรูปนี้ลงบนโต๊ะทุกวัน แต่พวกแม่บ้านก็ชอบจับขึ้นมาวางทุกวันเช่นกัน 

"ถ้ามันยุ่งยากนั้นท่านรองก็เก็บมันใส่ลิ้นชักสิครับ" เลขาหนุ่มออกความคิดเห็น

"เอ้อ...จริงด้วยคุณนี่ฉลาดจริงๆ คุณกานต์" ว่าแล้วก็ทำท่าจะเก็บรูปภาพ2รูป ที่อยู่ในกรอบของรสิตาลงลิ้นชัก แต่ในระหว่างที่มองภาพนั้น ภาพแรกเป็นภาพที่เขาและเธอถ่ายด้วยกันตอนไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งส่วนอีกภาพก็เป็นภาพเมื่อ5ปีที่แล้วตอนที่ทั้งสองไปเดตครั้งแรกด้วยกัน พอนึกย้อนไปถึงรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะและคำสารภาพรักในวันนั้นหัวใจของเขามันก็บีบเข้าหากันอย่างเจ็บปวด มองไปที่ผนังห้องส่วนหนึ่งที่ว่างเปล่าก็นึกถึงคำพูดที่บอกรสิตาในตอนที่เธอมานั่งเล่นที่นี่

'ถ้าเราแต่งงานกันแล้วช่องว่างตรงนั้นจะเป็นรูปแต่งงานของเรานะ' 

ตอนนั้นรสิตาดีใจมากแต่ตอนนี้เธอก็เจ็บช้ำหัวใจมากเช่นกันที่าเขาทำไม่ได้อย่างที่พูด เพราะนึกได้ว่าต้องรีบทำงานชายหนุ่มจึงสลัดความคิดเศร้าๆ ออกจากหัวและเก็บสองรูปนั้นเข้าในลิ้นชักก่่อนจะกลับมามีสมาธิในการทำงานอีกครั้ง

@คฤหาสน์อศัวการกุล 

ที่บอกว่าป่วย ไม่สบาย จึงไม่ลงไปทานอาหารนั่นคือเรื่องโกหกแต่ความจริงแล้วเธอกำลังหาเงินไปช่วยมารดาต่างหาก ในเมื่ออ้อนวอนขนาดนี้แล้วเขายังนิ่งเฉยไม่ยอมช่วยเหลือ หญิงสาวก็ต้องหาเงินด้วยตัวเอง หาโดยการแอบเข้ามาในห้องของปองกานต์ค้นหาของที่น่าจะเอาไปจำนำให้ได้ราวๆ

200,000 บาท ร่างเล็กกวาดสายตามองหาทรัพย์สินราคาแพงของปองกานต์ไปทั่วห้อง และสิ่งที่เธอสะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นแหวนเพชรเม็ดงามที่อยู่บนโต๊ะวางโคมไฟบนหัวเตียง หญิงสาวรีบเดินเข้าไปหามัน หล่อนคิดว่าถ้าหากเอาไปจำนำก็ต้องได้ราคาสองแสนแน่นอน เธอจึงมองแหวนเพชรวงนี้ด้วยแววตามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เพื่อช่วยชีวิตแม่ผู้เป็นที่รัก ถ้าปองกานต์จะจับเธอส่งตำรวจเธอก็ยอม...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป