บทที่ 1 ตอนที่ 1 ใบสั่งดูตัว
ตอนที่ 1 ใบสั่งดูตัว
“ไม่แต่ง! ยังไงมินก็ไม่แต่ง!”
เสียงหวานแหลมทุบโต๊ะทำงานไม้ดังปัง ‘มินตรา’ ในชุดกางเกงขายาวสีครีมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวลุกขึ้นยืนค้ำหัวบุพการีทั้งสอง ใบหน้าสวยคมเชิดขึ้นเล็กน้อย มินตรามองผู้เป็นพ่อกับแม่อย่างไม่ยอมลดละ
‘คุณนายจันทร์ส่อง’ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดเป้งยกขึ้นนวดขมับ ก่อนจะปัดมือไล่ควันธูปหอมที่จุดไว้ในห้องทำงาน
“ใครบอกจะให้แกแต่งยัยมิน แม่บอกให้ไป ‘เดต’ ไปดูตัว ฟังภาษาไทยไม่ออกรึไงฮะ?” คุณนายจันทร์ส่องสวนกลับน้ำเสียงเข้มทันที
“มันก็เหมือนเท่ากันนั่นแหละแม่นี่มันยุคไหนแล้วแม่ ยังมีอยู่อีกเหรอการคลุมถุงชนเนี่ย! มินอายุสามสิบแล้วนะ ไม่ใช่เด็กสาววัยใสที่จะยอมให้แม่ชี้สั่งขวาหันซ้ายหัน!”
“สามสิบแล้วไง? สามสิบแล้วมีผัวหรือยังล่ะ!” ผู้เป็นแม่ตบโต๊ะคืนบ้าง “วันๆ เอาแต่คลุกอยู่กับรีสอร์ต คุยกับต้นไม้ คุยกับหัวหน้าแม่บ้าน แกคิดจะออกลูกเป็นหน่อไม้รึไงยัยมิน!”
“แม่!!!” มินตราหน้าเหวอ หันไปหาแนวร่วมทันที “พ่อ...ดูแม่พูดเข้าสิ พ่อช่วยมินหน่อย!”
‘คุณทวีศักดิ์’ ที่นั่งจิบชาเงียบๆ อยู่บนโซฟาหนังรีบยกถ้วยชาขึ้นบังหน้า ก่อนที่จะกระแอมกระไอเบาๆ “เอ่อ... มินตราลูก พ่อว่า... ฟังแม่เขาหน่อยก็ดีนะ”
“พ่อ!” มินตรากระทืบเท้า “พ่อก็ยอมแม่ตลอด!”
“ก็ถ้าพ่อแกไม่ยอม ป่านนี้บ้านแตกไปแล้ว!” คุณนายจันทร์ส่องกอดอก มองลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่ถอดแบบความดื้อรั้นของตัวเองไปเต็มๆ “แกฟังแม่นะมินตรา นัดเดตครั้งนี้แกต้องลงกรุงเทพพรุ่งนี้เลย”
“ไม่ไปค่ะ พรุ่งนี้มินมีตรวจรับเฟอร์นิเจอร์โซนวิลล่าใหม่” มินตราเอ่ยปฏิเสธเสียงแข็ง สะบัดหน้าหนี
“แม่เลื่อนให้หมดแล้ว!”
“แม่ทำแบบนี้ได้ยังไงคะ นั่นมันงานของมินนะ!”
“ก็เพราะมันเป็นงานของแกไง แม่ถึงมีสิทธิ์สั่งเลื่อน ในฐานะที่แม่ใหญ่ที่สุดในที่นี้” คุณนายจันทร์ส่องยืดอก ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด “พรุ่งนี้ตอนหนึ่งทุ่มตรง ที่โรงแรม แกต้องไปตามนัด ห้ามสาย ห้ามเบี้ยว ห้ามแกล้งตาย!!”
หญิงสาวอ้าปากค้าง สมองกำลังแล่นจี๋หาทางรอด “แล้วไอ้หนุ่มนั่นมันเป็นใครคะ ลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมแม่ต้องกระตือรือร้นอยากได้เป็นลูกเขยขนาดนี้ สงสัยจะเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ดีแต่ใช้เงินพ่อแม่ไปวันๆ น่ะสิ”
“ปากดี!” คุณนายจันทร์ส่องตีเพี้ยะเข้าที่ต้นแขนลูกสาวตัวดีของตัวเอง “นั่นลูกชายเพื่อนสนิทแม่เอง สมัยเรียนด้วยกัน ฝ่ายโน้นเขาเป็นถึงเจ้าของโรงแรมใหญ่โตทางภาคใต้ รวยระดับหมื่นล้าน”
“อ๋อ... พวกมาเฟียใต้” มินตราเบ้ปาก ท่าทางหยิ่งเชิด “คงจะหยาบกระด้าง พกปืนไล่ยิงคนไปวันๆ ละมั้งคะ มินไม่ชอบคนป่าเถื่อน!”
“เขาชื่อ คุณภานุ อายุสามสิบห้า โปรไฟล์เริ่ด จบโทจากอังกฤษ บริหารงานเก่งจนธุรกิจท่าเรือกับอสังหาริมทรัพย์ขยายใหญ่โต หน้าตาก็หล่อ แม่เห็นรูปแล้ว... หล่อกว่าดาราซะอีก!”
“ชมขนาดนี้ แม่ไม่แต่งเองเลยล่ะคะ” มินตราเอ่ยพึมพำเสียงเบา
“ยัยมิน!! ฉันได้ยินนะ” ผู้เป็นแม่ชี้หน้าลูกสาวด้วยความโกรธทันที “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ ตั๋วเครื่องบินส่งเข้าอีเมลแกแล้ว ไปถึงกรุงเทพ ก็เข้าพักที่ห้องสูทที่แม่จองไว้ แต่งตัวให้สวยที่สุด ห้ามทำให้แม่เสียหน้าเด็ดขาด!”
“ถ้ามินไปแล้วทำพังล่ะคะ” มินตราหรี่ตาอย่างมีเลศนัย “ถ้ามินแกล้งหรือด่าเขาล่ะ?”
“ถ้าแกทำพัง แม่จะยึดงบประมาณสร้างสปาเฟสสองของแกทั้งหมด!” คุณนายจันทร์ส่องยื่นคำขาด ทุบโต๊ะปิดจ๊อบ “และแม่จะสั่งกักบริเวณแกให้อยู่แต่ในรีสอร์ต ห้ามออกไปไหนสามเดือน”
“แม่! มันจะมากไปแล้วนะ” มินตราเอ่ยประท้วงเสียงหลง
“ไม่มากไปหรอก สำหรับลูกสาวที่ดื้อรั้นอย่างแก” ผู้เป็นแม่เอ่ยพูดกับลูกสาวจบ ก็หันไปเอ่ยพูดกับคนเป็นสามีทันที “พ่อ... กลับบ้าน! ปล่อยให้ยัยมินมันเคลียร์งานล่วงหน้าไป”
คุณนายจันทร์ส่องเอ่ยจบ ก็เดินนำออกไปจากห้องทำงานทันที ผู้เป็นพ่อยันตัวลุกขึ้นยืน เดินมาตบไหล่ลูกสาวเบาๆ เชิงเป็นการปลอบใจ
“เอาน่าลูก... ถือว่าไปเที่ยวกรุงเทพ ไปกินข้าวฟรีมื้อนึ่งนะ”
“พ่อก็เข้าข้างแม่ตลอดเลย!” มินตราหน้ามุ่ย
“ก็พ่อรักชีวิตนี่... อ้อ อีกอย่างนะ” พ่อกระซิบเสียงเบา “ไอ้หนุ่มคนนี้ พ่อแอบเช็กโปรไฟล์มาแล้ว ร้ายไม่เบาเลยนะ ท่าทางจะปราบยาก... พ่อว่าเหมาะกับแกดี”
“พ่อ!!”
คุณทวีศักดิ์รีบวิ่งตามภรรยาออกไป ทิ้งให้มินตรายืนกำหมัดแน่นอยู่ในห้องทำงานคนเดียว
“ภานุ... งั้นเหรอ?” มินตรากัดฟันกรอด ดวงตาฉายแววเจ้าแผนการขึ้นมาทันที “คิดว่ารวยเป็นหมื่นล้านแล้วฉันต้องก้มหัวให้รึไง มาเฟียใต้แล้วไง เจอเจ้าแม่เมืองเหนือหน่อยเป็นไง!”
เธอกระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูอีเมล ทันทีที่เห็นตั๋วเครื่องบินไฟลต์เช้าวันพรุ่งนี้ ใบหน้าสวยก็บึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม
“ได้! อยากให้ไปนัดเดตดีนักใช่ไหม” มินตราคลี่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที “ฉันจะไป... แต่ฉันจะไม่ไปตรงเวลาแน่ๆ อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่แม่หามาให้ ถ้าโดนผู้หญิงหักหน้าให้นั่งรอจนรากงอก จะทำหน้ายังไง!”
#วันต่อมา
#เวลา 19:15 น.
#โรงแรมหรู ระดับห้าดาว
ชั้นบนที่มองเห็นวิวแสงสีของกรุงเทพแบบ 360 องศา ลมพัดโชยเบาๆ เสียงดนตรีสดขับกล่อมเบาๆ สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก แต่บรรยากาศที่โต๊ะวีไอพีมุมที่ดีที่สุดกลับมีรังสีอำมหิตจนพนักงานไม่กล้าจะเดินเข้าไปใกล้
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเคาะเป็นจังหวะอยู่บนขอบแก้วออนเดอะร็อก ใบหน้าคมเข้มดุดัน ดวงตาคมกริบกวาดมองนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรู
‘ภานุ’ หรือ ‘ภาม’ เจ้าของอาณาจักร The Grand Andaman เลิกคิ้วขึ้นสูง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“นายครับ... เลยเวลามาสิบห้านาทีแล้วครับ ฝ่ายหญิงยังไม่มาเลยครับ” เอก ลูกน้องคนสนิทที่ยืนกุมมืออยู่ด้านหลังก้มลงกระซิบเสียงเบา
“หึ! ยัยตัวแสบ” ภามแค่นยิ้ม “คิดจะลองดีกับฉันงั้นสิ ดัดหลังด้วยการมาสายประชดแม่?”
“จะให้ผมโทรเช็กกับทางเลขาของคุณนายจันทร์ส่องไหมครับ?”
“ไม่ต้อง” ภานุยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ “ในเมื่อเธออยากเล่นเกม... ฉันก็จะเล่นด้วย มึงไปบอกผู้จัดการ ให้ยกเลิกโต๊ะนี้ซะ”
“ยกเลิกเลยเหรอครับนาย? แล้วถ้าคุณมินตรามาถึง...”
“ก็ให้เธอยืนเคว้งอยู่ตรงนี้แหละ” นัยน์ตาคมฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
ภานุเดินเลี่ยงออกจากโซนวีไอพี แต่แทนที่จะกลับห้อง ทว่าเขากลับเดินขึ้นไปยังบาร์ชั้นลอยที่เป็นมุมมืด สามารถนั่งมองลงมาเห็นโต๊ะวีไอพีตัวเดิมได้อย่างชัดเจน เพราะเขาอยากเฝ้ารอดูความสนุกของค่ำคืนนี้
