บทที่ 4 ตอนที่ 4 ยอมจำนน

ตอนที่ 4 ยอมจำนน

“นายรู้ชื่อฉันได้ยังไง” มินตราเบิกตาโตทันที

“ก็ในคลิปคุณเพิ่งป่าวประกาศเองว่าชื่อมินตรา คุณประสาทกลับหรือเปล่าเนี่ย” ภานุเอ่ยโกหกหน้าตาย ทั้งที่จริงๆ เขารู้จักเธออยู่แล้ว “เอาเป็นว่า เงินหมื่นหนึ่งที่มัดจำเมื่อคืน ผมเก็บเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว สัญญาจ้างก็มีผลสมบูรณ์แล้วด้วย”

มินตรารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินตกหลุมพรางของหมาป่าเจ้าเล่ห์

“ฉันเพิ่มเงินให้เป็นสองหมื่น! คุณลบคลิปนั้นทิ้งซะ แล้วแยกย้ายกันไป” เธอรีบเอ่ยตัดบททันที

“เสียใจด้วยครับ พอดีผมเป็นคนมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ... รับเงินมาแล้ว ต้องทำงานให้คุ้มค่าจ้าง” ภานุขยับตัวเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก จนมินตราต้องถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมากระซิบเสียงแผ่วเบา “อีกอย่าง... รสจูบมัดจำเมื่อคืน มันก็... คุ้มค่า จนผมอยากทำงานนี้ใจจะขาดแล้วด้วยสิ”

“ไอ้... ไอ้คนลามก!” มินตราหน้าแดงก่ำ ผลักอกเขาออกสุดแรง “ถอยออกไปเลยนะ”

“เอาล่ะ เลิกเล่นได้แล้ว” ภานุเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ทว่าแววตาเจ้าเล่ห์ยังคงอยู่ “วันนี้ผมจะทำหน้าที่ลูกจ้างที่ดีพาคุณไปพบคุณแม่เอง”

มินตรามองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกโกรธ และอาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคลิปในมือเขามันเป็นหลักฐานชั้นดีที่ถ้าหลุดไปถึงหูคุณนายจันทร์ส่อง เธอได้โดนยึดงบสปาเฟสสองแน่ๆ

“ก็ได้” มินตราเอ่ยอย่างยอมจำนน “แต่คุณต้องฟังคำสั่งฉัน ห้ามพูดอะไรนอกเหนือจากแผน เข้าใจไหม”

“ครับผม... คุณผู้ว่าจ้าง” ภานุยกมือขึ้นทำท่ารับทราบขำๆ

โดยที่มินตราไม่มีวันรู้เลยว่า... แฟนกำมะลอที่เธอจ้างมาด้วยเงินหมื่น แท้จริงแล้วคือมาเฟียใหญ่หมื่นล้านที่เป็นคู่เดตตัวจริงตั้งหาก

“งั้นก็ลุกขึ้นไปแต่งตัวได้แล้วคุณ” ภานุเอ่ยยิ้มๆ พลางขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง อวดแผงอกล่ำๆ อย่างไม่แคร์สายตาหญิงสาว

“นี่คุณ! หันไปทางอื่นเลยนะ ไอ้คนหน้าไม่อาย” ร่างเล็กดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดตา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

“หึ! เมื่อคืนเห็นกอดแน่นไม่ยอมปล่อย ทีตอนนี้มาทำเป็นอาย” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้มินตร้านั่งกำหมัดแน่นอยู่บนเตียงคนเดียว

“ฝากไว้ก่อนเถอะ! ยัยมินนะยัยมิน หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ”

หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว มินตราก็จำใจพาแฟนกำมะลอของเธอขึ้นเครื่องบินไฟลต์ด่วนที่สุดกลับเชียงใหม่ทันที ตลอดการเดินทางคนตัวเล็กเอาแต่นั่งกอดอกหน้าบึ้ง ในขณะที่ภานุนั่งอมยิ้มอารมณ์ดี ราวกับกำลังจะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

#มนต์เมืองเหนือรีสอร์ต

รถตู้หรูของรีสอร์ตแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นโซนส่วนตัวของครอบครัวหญิงสาว บรรยากาศโดยรอบๆ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์และวิวเขาที่สวยงาม แต่หัวใจของมินตรากลับเต้นระรัวเหมือนกำลังจะเข้าสนามรบ

“ฟังฉันนะ” มินตราหันไปย้ำกับภานุเสียงเข้ม “เดี๋ยวเดินเข้าไป คุณห้ามพูดอะไรเด็ดขาด และห้ามเรียกฉันว่ายัยตัวแสบ ให้เรียกฉันว่าที่รักแทน แล้วก็เราคบกันมาได้สักพักแล้ว เข้าใจไหม?”

“แล้วให้ผมบอกว่าทำอาชีพอะไรล่ะคุณ หนุ่มหล่อถังแตกเหรอ?” ภานุแกล้งถามสีหน้ากวนๆ

“เออ! คุณบอกไปว่าเป็นฟรีแลนซ์ รับงานอิสระทั่วไปนั่นแหละ แม่ฉันเกลียดพวกงานไม่มั่นคงที่สุด ยิ่งนายโปรไฟล์แย่เท่าไหร่ แม่จะได้ยิ่งสั่งให้ฉันเลิกเร็วๆ แผนการจะได้จบๆ!”

“อ๋อ~~ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวว่างั้น” ภานุยิ้มร้ายอย่างรู้ทันแผนการของเธอ “ได้ครับ ผมจะจัดให้ตามคำขอ”

เพียงครู่เดียวรถตู้ก็จอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ทั้งคู่เดินลงจากรถตู้พร้อมกัน มินตราเดินนำเข้ามาในห้องโถงกว้าง โดยที่มีภานุเดินตามหลังมาติดๆ

‘คุณนายจันทร์ส่อง’ นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนโซฟาตัวยาว โดยมี ‘คุณพ่อทวีศักดิ์’ นั่งจิบชาอยู่ข้างๆ ทันทีที่คุณนายจันทร์ส่องเห็นลูกสาวเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ชายแปลกหน้าร่างสูงใหญ่ ดวงตาของท่านทั้งสองก็เบิกกว้างด้วยความช็อกทันที

“แกกลับมาได้ยังไง! แล้วนั่น... แกพาผู้ชายที่ไหนเข้าบ้านฮะ!” คุณนายจันทร์ส่องลุกขึ้นยืนชี้หน้า เสียงแหลมปรี๊ด

“แม่คะ พ่อคะ... นี่แฟนของมินเอง!” มินตราประกาศเสียงดัง ฟังชัด เชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ

“แฟน? แฟนอะไรของแก!” คุณนายจันทร์ส่องมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าชัดๆ แล้วก็ต้องชะงักไปทันที ทรงหน้าแบบนี้ ส่วนสูงแบบนี้ ผิวเข้มคมแบบนี้... ท่านจำได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือ ‘ภาม’ ลูกชายของเพื่อนสนิทที่เป็นคู่เดตที่ส่งไปให้ลูกสาวนั่นเอง

คุณนายจันทร์ส่องกำลังจะอ้าปากทัก

“เอ๊ะ! นี่มันตาภา...”

ทว่าชายหนุ่มรีบส่งซิกทางสายตาให้คุณนายจันทร์ส่องทันที ชายหนุ่มขยิบตาข้างหนึ่งพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘เงียบไว้ก่อนครับคุณแม่’

ผู้เป็นแม่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนเข้าใจสถานการณ์ได้ทันทีว่าลูกสาวตัวดีกำลังเล่นงิ้วหลอกพวกท่านอยู่แน่ๆ ท่านจึงหุบปากฉับ แล้วแกล้งไหลไปตามน้ำทันที

“แฟนงั้นเหรอ? แกมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ไม่รู้” คุณนายจันทร์ส่องแกล้งตีหน้ายักษ์ ทำเสียงดุๆ ก่อนที่จะหันไปเอ่ยถามภานุ “แล้วนี่ทำงานทำการอะไร?”

“สวัสดีครับคุณแม่ คุณพ่อ” ภานุก้มหัวไหว้อย่างสุภาพ “ผมชื่อภามครับ เป็น... ฟรีแลนซ์รับจ้างทั่วไปครับ ช่วงนี้งานไม่ค่อยมีครับ เลยว่างมาหาคุณแม่พอดีครับ”

“ฟรีแลนซ์?” คุณนายจันทร์ส่องแกล้งเอามือทาบอก “แกตาต่ำหรือไงยัยมิน! ปฏิเสธลูกชายมาเฟียใต้รวยหมื่นล้านเพื่อมาคว้าผู้ชายไม่มีอันจะกินคนนี้เนี่ยนะ”

“เงินทองมันของนอกกายค่ะแม่ มินรักเขาที่หัวใจ มินกับเขาเราสองคนรักกันมาก รักกันจนไม่มีอะไรมาพรากเราได้” มินตราแกล้งสวมบทบาทนางเอกละครน้ำเน่าดึงแขนภานุมาโอบกอดไว้แน่น

“รักกันมากงั้นเหรอ เหอะ! ฉันไม่เชื่อ” คุณนายจันทร์ส่องกอดอกประชด “แกจ้างผู้ชายกะล่อนคนนี้มาหลอกแม่เพื่อหนีการดูตัวล่ะสิ อย่ามาเล่นละครตบตาคนอย่างฉันนะยัยมินตรา”

มินตราเริ่มหน้าเสียเมื่อเห็นว่าแม่ไม่หลงกลง่ายๆ สมองมึนเมาที่เพิ่งสร่างแฮงก์สั่งการให้เธอต้องทำอะไรสักอย่างที่เด็ดขาดเพื่อพิสูจน์ให้คุณนายจันทร์ส่องเห็นว่า ‘นี่คือแฟนเธอจริงๆ’

“แม่ไม่เชื่อใช่ไหมคะว่าเราสองคนรักกันจริง” มินตราหันไปสบตากับภานุ

“คุณจะทำอะ...” ภานุยังพูดไม่ทันจบคำ

มินตราก็เอื้อมมือสองข้างขึ้นไปคว้าท้ายทอยของชายหนุ่ม กระชากใบหน้าคมเข้มลงมาอย่างแรง พร้อมกับเขย่งปลายเท้า ริมฝีปากบางประกบจูบริมฝีปากของชายหนุ่มต่อหน้าต่อตาพ่อกับแม่ทันที

จุ๊บ!

มินตราไม่ได้แค่แตะปากธรรมดา แต่เธอแกล้งบดเบียดริมฝีปากนุ่มนิ่มส่ายไปมาเพื่อความสมจริงขั้นสุด ดวงตากลมโตสบตาภานุในระยะประชิดคล้ายจะสั่งว่า ‘จูบตอบฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นนายโดนหักเงินแน่!’

ภานุที่ตอนแรกตกใจเล็กน้อย แต่พอโดนยัยตัวแสบเปิดเกมรุกจูบโชว์แม่ มีหรือมาเฟียอย่างเขาจะยอมปล่อยโอกาสทอง ชายหนุ่มใช้มือหนารวบเอวบางของมินตราเข้ามาแนบชิดอกแกร่งทันที

ก่อนจะเปลี่ยนจากจูบหลอกๆ ให้เป็นจูบจริงที่แสนเร่าร้อน ลิ้นหนาแทรกเข้าไปหยอกเย้าชิมความหวานในโพรงปากนุ่มอย่างจงใจตอกย้ำสัมผัสของเมื่อคืน จนคนตัวเล็กตาโต ร่างกายอ่อนระทวยปวกเปียกแทบยืนไม่อยู่ในอ้อมแขนของเขา

“อื้อ~~ อ่อย...” มินตราครางประท้วงในลำคอ หน้าแดงไปถึงใบหูเพราะความเสียวซ่านที่แล่นพล่านเข้าในเรือนร่าง

“โอ๊ย! คุณทวีศักดิ์ ดูลูกสาวตัวดีสิ!” คุณนายจันทร์ส่องรีบเอามือปิดตา แต่ก็แอบถ่างนิ้วมองพลางยิ้มกริ่มในใจ คุณทวีศักดิ์ที่นั่งจิบชาอยู่ สำลักน้ำชาไอขึ้นมาทันที

“แค่กๆ มินตรา! เกรงใจหัวหงอกบนหัวพ่อบ้าง”

ภานุค่อยๆ ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งไล้ขอบปากมินตราเบาๆ ราวกับหลงใหลนักหนา ก่อนจะหันไปยิ้มสุภาพให้บิดามารดาของเธอทันที

“ขออภัยด้วยครับ พอดีความรักมันล้น จนผมกักเก็บไว้ไม่อยู่จริงๆ”

มินตรายืนหอบหายใจ หน้าแดงจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอหันไปหาแม่ด้วยท่าทางนิ่งๆ พยายามไม่แสดงพิรุธอะไรออกมา

“เห็นหรือยังคะแม่ มินกับเขาเราเป็นแฟนกันจริงๆ แม่เลิกบังคับให้มินไปแต่งงานกับไอ้มาเฟียบ้าอำนาจคนนั้นได้แล้วค่ะ!”

“เออๆ! เห็นแล้ว ชัดเต็มสองตาจนตาแม่จะบอดอยู่แล้วยัยมิน” คุณนายจันทร์ส่องแกล้งถอนหายใจยาวๆ “ในเมื่อรักกันปานจะแหกตูดดมขนาดนี้ แม่ก็จะไม่ห้าม... แต่!”

“แต่อะไรคะแม่?”

“ในเมื่อแฟนแกไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง งั้นแม่จะสั่งให้แฟนแก มาทำงานเป็นพนักงานทั่วไปที่รีสอร์ทมนต์เมืองเหนือของเราเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับลูกสาวแม่ไหม ถ้าทำงานไม่ได้เรื่อง... แม่จะสั่งให้แกเลิกกับเขาเด็ดขาด!” คุณนายจันทร์ส่องยื่นคำขาดพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งไปให้ภานุทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป