บทที่ 2 ตอนที่ 2 ข้อเสนอจากประธาน
ตอนที่ 2 ข้อเสนอจากประธาน
#เช้าวันต่อมา
ข่าวภาพจูบกลางงานเปิดตัวของวารินกรุ๊ปขึ้นเป็นหัวข้อเด่นในเว็บไซต์ข่าวธุรกิจและบันเทิงพร้อมกัน ภาพของสายขิมที่จับปกเสื้อประธานบริหารบริษัทแน่นถูกนำไปตัดต่อเป็นภาพเคลื่อนไหวซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางสำนักพาดหัวว่าเธอคือคนรักลับ ๆ ของภาคิน บางสำนักตั้งคำถามว่าเธอใช้ความสัมพันธ์เพื่อเลื่อนตำแหน่งหรือไม่
ขิมนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องฝ่ายประชาสัมพันธ์ด้วยสีหน้าเหมือนคนที่ยังไม่ตื่นจากฝันร้าย มือของเธอเลื่อนเมาส์ไปมาโดยไม่รู้ว่ากำลังเปิดเอกสารอะไรอยู่ตั้งแต่เมื่อไร เพื่อนร่วมงานหลายคนเดินผ่านโต๊ะแล้วเหลือบมอง บางคนแกล้งทำเป็นไม่สนใจ บางคนส่งข้อความถามตรง ๆ ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
เธอยังไม่ได้ตอบใคร
ครืด~ ครืด~
โทรศัพท์สั่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายจากแม่อร
“ขิม ลูกอยู่ไหน” เสียงของแม่ดังมาจากปลายสาย “เมื่อคืนมีข่าวลูกกับประธานบริษัทเต็มหน้าจอเลยนะ”
“ขิมอยู่ที่ทำงานค่ะ แม่อย่าเพิ่งตกใจนะคะ มันไม่มีอะไร”
“ไม่มีอะไรแล้วทำไมลูกถึงจูบเขาล่ะ”
ขิมหลับตาแน่น พลันภาพเมื่อคืนก็ย้อนกลับมาอย่างชัดเจน ริมฝีปากของภาคิน ความนิ่งของเขา และสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมา
“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ”
“อุบัติเหตุแบบไหนต้องปีนขึ้นไปจูบประธานบริษัท”
“แม่...”
“แม่ไม่ได้จะดุลูก แต่ถ้าจะทำอะไรบ้าบิ่นก็ช่วยบอกแม่ก่อน แม่จะได้เก็บดอกไม้ไว้เยอะ ๆ เผื่อต้องไปเยี่ยมลูกในคุก”
ขิมหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เช้า ทว่ารอยยิ้มอยู่ได้ไม่นาน เมื่อสายจากฝ่ายบุคคลโทรเข้ามาแจ้งให้เธอเข้าพบผู้บริหารทันที
ห้องประชุมเล็กชั้นยี่สิบเก้าเย็นกว่าปกติ ภาคินนั่งอยู่หัวโต๊ะ นที เลขานุการส่วนตัวของเขานั่งข้าง ๆ พร้อมแฟ้มเอกสารหนาหนึ่งแฟ้ม ฝ่ายบุคคลกับผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อขิมเดินเข้าไป ทุกคนหยุดบทสนทนา
“เชิญนั่งครับคุณสายขิม” นทีเป็นคนพูด
ขิมนั่งลงอย่างระมัดระวัง เธอพยายามไม่มองภาคิน แต่สุดท้ายก็เผลอสบตาเขาอยู่ดี ชายหนุ่มยังคงเหมือนเมื่อคืน สูทเรียบกริบ ผมจัดทรงอย่างเป็นระเบียบ สีหน้าสงบจนแทบทำให้เธอสงสัยว่าเขาจำเหตุการณ์นั้นได้หรือไม่
“ฝ่ายบริษัทต้องการให้คุณพักงานชั่วคราวเพื่อป้องกันผลกระทบจากข่าว” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเริ่มต้น “ระหว่างนี้จะมีการตรวจสอบว่าเหตุการณ์เมื่อคืนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในทางมิชอบหรือไม่”
“ขิมเข้าใจค่ะ แต่ขิมไม่ได้ใช้ตำแหน่งของตัวเองเพื่อเข้าถึงคุณภาคิน”
“เราไม่ได้กล่าวหาคุณ เพียงแต่ภาพที่ออกไปสร้างความเข้าใจได้หลายแบบ”
“ถ้าพักงานขิมตอนนี้ เท่ากับบริษัทกำลังยอมรับโดยปริยายว่าขิมมีความสัมพันธ์กับคุณภาคินเพราะตำแหน่งงานไม่ใช่หรือคะ”
ห้องประชุมเงียบไป ผู้จัดการฝ่ายบุคคลชะงัก ไม่คิดว่าเธอจะโต้กลับทันที ขิมรู้ตัวว่ากำลังใช้ความสามารถด้านประชาสัมพันธ์พูดกับคนที่อาจเป็นผู้ประเมินอนาคตการทำงานของเธอ แต่เธอไม่ยอมให้ใครตัดสินว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เกาะผู้ชายมีอำนาจ
“คุณพูดถูก” ภาคินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่ทำให้ทุกคนหันไปมอง “ถ้าให้คุณพักงานในตอนนี้ ข่าวจะตีความว่าบริษัทกำลังลงโทษคุณ และคนที่เสียหายที่สุดจะเป็นคุณ”
ขิมหันไปมองเขา
“ถ้าอย่างนั้น...”
“คุณจะไม่ถูกพักงาน”
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีสีหน้าลำบากใจ
“ท่านประธานคะ แต่คณะกรรมการ...”
“ผมจะรับผิดชอบเอง”
ภาคินเลื่อนแฟ้มเอกสารตรงหน้ามาทางขิม ภายในเป็นภาพข่าวและข้อความจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงเอกสารบางอย่างที่ทำให้เธอขมวดคิ้ว
“นี่คืออะไรคะ”
“ข่าวที่ธันวากำลังปล่อยออกไป”
ขิมก้มอ่าน คำกล่าวหาหลายข้อความไม่ได้ระบุชื่อเธอตรง ๆ แต่พาดพิงว่าอดีตพนักงานหญิงของวารินกรุ๊ปจงใจสร้างข่าวรักกับผู้บริหารเพื่อปกป้องตัวเองจากการเลิกรา เธอรู้ทันทีว่าคนปล่อยข่าวต้องการให้คนคิดว่าเธอเป็นฝ่ายนอกใจและใช้ภาคินเป็นเครื่องมือ
“เขาจะทำแบบนี้ไปทำไม”
“เพราะถ้าคนอื่นเชื่อว่าคุณเป็นฝ่ายทำผิด เขาจะไม่ต้องตอบคำถามว่าทำไมความสัมพันธ์ถึงจบลง”
คำตอบของภาคินทำให้ขิมกำแฟ้มแน่น เธอไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องของเธอมากแค่ไหน แต่ความจริงที่ถูกพูดออกมานั้นตรงเกินกว่าจะปฏิเสธ
“คุณต้องการอะไรจากขิมคะ”
ภาคินไม่ได้ตอบในทันที เขาหันไปพยักหน้าให้นที เลขานุการจึงเปิดแฟ้มอีกเล่มและวางเอกสารลงตรงหน้าเธอ
“ข้อเสนอการทำสัญญาความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับท่านประธาน”
ขิมอ่านประโยคแรกแล้วเงยหน้าขึ้นทันที
“ขอโทษนะคะ ขิมอ่านผิดหรือเปล่า”
“ไม่ผิดครับ” นทีตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “บริษัทต้องการให้คุณกับท่านประธานแสดงความสัมพันธ์ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการเป็นระยะเวลาหกเดือน”
“แสดงความสัมพันธ์?”
“คู่รักกำมะลอ” ขิมพูดออกมาเอง ดวงตาจับจ้องภาคิน “คุณกำลังเสนอให้ขิมเป็นแฟนปลอม ๆ ของคุณเหรอคะ”
“ใช่” คำตอบสั้น ๆ ของเขาทำให้ขิมหัวเราะอย่างเหลือเชื่อ
“คุณภาคินคะ เมื่อคืนขิมทำเรื่องน่าอายไปเรื่องหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าขิมจะยอมทำเรื่องน่าอายซ้ำโดยมีเอกสารรับรองนะคะ”
“คุณจะได้ค่าตอบแทนตามสัญญา และบริษัทจะรับรองว่าคุณไม่ได้ใช้ความสัมพันธ์เพื่อเลื่อนตำแหน่ง”
“ฟังดูเหมือนคุณกำลังซื้อขิม”
แววตาของภาคินนิ่งลงเล็กน้อย
“ผมไม่ได้ซื้อคุณ ผมกำลังเสนอทางเลือกที่ปกป้องผลประโยชน์ของเราทั้งคู่”
“ผลประโยชน์ของคุณคืออะไรคะ”
คราวนี้ความเงียบทอดยาวกว่าเดิม ภาคินเอนหลังพิงเก้าอี้ ปลายนิ้วแตะโต๊ะเบา ๆ เขาเป็นคนสุขุมจนอ่านยาก แต่ขิมรู้สึกว่าเบื้องหลังท่าทางนิ่งเฉยนั้นมีเรื่องที่เขายังไม่พูด
“อีกสามเดือนจะมีการประชุมผู้ถือหุ้น” เขากล่าวในที่สุด “อาของผมกำลังรวบรวมเสียงสนับสนุนเพื่อถอดผมออกจากตำแหน่ง เขาใช้ข่าวเรื่องชีวิตส่วนตัวและความไม่มั่นคงของบริษัทเป็นข้ออ้าง การมีความสัมพันธ์ที่เปิดเผยและมั่นคงจะช่วยลดแรงกดดันบางส่วน”
“คุณต้องการให้คนเชื่อว่าคุณมีชีวิตที่มั่นคง เพื่อรักษาตำแหน่งตัวเอง”
“ผมต้องการให้ผู้ถือหุ้นสนใจผลการบริหารมากกว่าข่าวลือ”
“แล้วทำไมต้องเป็นขิม”
ภาคินมองเธอตรง ๆ
“เพราะคุณเป็นคนเดียวในบริษัทที่กล้าพูดกับผมเหมือนพูดกับคนทั่วไป”
ขิมชะงัก เธอนึกไม่ออกว่าเคยทำอะไรให้เขาจำได้มากขนาดนั้น
“และเพราะคุณต้องการให้ธันวาเห็นว่าคุณไม่ได้เสียเขาไปแล้วไม่มีอะไรเหลือ”
คำพูดนั้นแทงใจจนขิมเผลอหลบตา เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แต่ความตรงไปตรงมาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเปิดแผลกลางห้องประชุม
“คุณรู้เรื่องของขิมได้อย่างไร”
“ผมมีฝ่ายรักษาความปลอดภัยและฝ่ายกฎหมายทำงานอยู่”
“หรือคุณสืบเรื่องขิม”
“ผมตรวจสอบความเสี่ยงของทุกคนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับบริษัท”
คำตอบเป็นเหตุเป็นผล แต่ไม่ได้ทำให้เธอสบายใจขึ้นเลย
ภาคินเลื่อนเอกสารกลับไปทางเธอ
“คุณไม่ต้องตอบวันนี้ เอากลับไปอ่านก่อน หกเดือน ไม่บังคับให้คุณลาออก ไม่แตะต้องเงินเดือน และทุกกิจกรรมจะต้องได้รับความยินยอมจากคุณ”
“ถ้าขิมปฏิเสธล่ะคะ”
“คุณยังทำงานต่อได้ตามปกติ”
“แล้วคุณจะไม่ใช้เรื่องนี้กดดันขิม”
“ไม่”
ขิมมองใบหน้าที่จริงจังของเขา พยายามแยกให้ออกว่าเขากำลังพูดในฐานะประธานบริษัทหรือในฐานะผู้ชายที่เพิ่งถูกเธอจูบต่อหน้าคนทั้งงาน
“ขิมขอคิดดูก่อนค่ะ”
“ได้” ภาคินตอบ “แต่มีเรื่องหนึ่งที่คุณควรรู้”
ขิมชะงักก่อนลุกขึ้น
“ธันวากำลังจะให้สัมภาษณ์คืนนี้ เขาจะเล่าเรื่องของคุณในแบบที่ทำให้เขาดูเป็นคนถูกทิ้ง”
ลมหายใจของขิมสะดุด เธอกำแฟ้มแน่นกว่าเดิม
“ถ้าเขาอยากเล่าก็ให้เขาเล่าไปค่ะ ขิมไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเองให้ทุกคนฟัง”
“ผมเห็นด้วย” ภาคินกล่าว “แต่คุณควรแน่ใจว่าคุณเลือกไม่อธิบายเพราะเข้มแข็ง ไม่ใช่เพราะกลัวว่าถ้าพูดแล้วจะร้องไห้”
ขิมเงยหน้าขึ้นมองเขา รู้สึกเหมือนถูกคนแปลกหน้ามองทะลุเข้าไปถึงส่วนที่เธอพยายามซ่อน
ภาคินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงเปิดทางให้เธอเดินออกจากห้องประชุม
ขิมก้าวออกไปพร้อมแฟ้มข้อเสนอในมือ และคำถามมากมายในหัว
เธอควรปฏิเสธเขา
ควรเก็บเศษหัวใจของตัวเองกลับไปซ่อมที่บ้าน แล้วปล่อยให้เรื่องเมื่อคืนจบลงเพียงแค่ข่าวฉาวหนึ่งวัน
แต่เมื่อโทรศัพท์สั่นขึ้นพร้อมข้อความจากธันวา ขิมก็หยุดเดิน
ธันวา : คืนนี้ผมจะบอกทุกคนว่าคุณเป็นคนทิ้งผมเพราะมีคนใหม่
ขิมอ่านข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดแฟ้มในมืออีกครั้ง
ตรงหน้าคือข้อเสนอจากผู้ชายที่เธอเพิ่งจูบเพื่อแก้แค้น
และเป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มคิดว่า บางทีการแก้แค้นอาจไม่จำเป็นต้องใช้เสียงตะโกนหรือคำด่าทอ
แค่ทำให้คนที่เคยคิดว่าเธอไม่มีทางไปไหนได้เห็นว่า เธอกำลังเดินไปข้างหน้าก็พอ
