บทที่ 2 ตอนที่ 2
เคร้งงงง !!!!!!เพล้งงงงง!!!!!
เสียงข้าวของตกกระทบพื้นดังสนั่นลั่นคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ แม่บ้านต่างพากันตกอกตกใจไปตามๆกัน จนแทบจะนั้งไม่ติด แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายด้านบน
“ หื้มมม เสียงอะไรคะป้าแสง เอรีสได้ยินมาจากด้านบนค่ะ “ ป้าแสงแม่นมของเด็กสาวเหลือบมองตามปลายนิ้วเล็กที่ชี้ขึ้นไปบนชั้นสองของคฤหาสน์ ที่มีเสียงข้าวของแตกกระจาย และมีเสียงคุณหญิงกับคุณผู้ชายดังเล็ดลอดลงมา คงจะทะเลาะกันอีกตามเคย
เหตุการณ์แบบนี้เริ่มเกิดขึ้นช่วงหลังไม่นานมานี้ เมื่อคุณผู้ชายของบ้าน ไม่ค่อยกลับบ้านมักจะอ้างทำงานจนเหนื่อยเลยพักที่บริษัทบ้าง ติดงานบ้าง จนวันนี้คุณผู้หญิงดวงใจบังเอิญไปเจอว่าคุณผู้ชายมีผู้หญิงคนใหม่ แถมยังเป็นเลขาส่วนตัวอีกด้วย และพอเรื่องแดงขึ้น คุณผู้ชายได้เอ่ยขอให้ผู้หญิงคนนั้น เข้ามาอยู่ในบ้านร่วมกัน เรืองแบบที่มีผู้หญิงที่ไหนรับได้ คุณหญิงดวงใจไม่ยอม จึงมีปากเสียงกับทุกครั้งที่คุณภพกลับมาที่บ้าน
ครอบครัวที่มักจะมีแต่เสียงหัวเราะ สดใส เปลี่ยนไป เป็นไร้สีสัน รอยร้าวที่ยากจะประสานเกิดขึ้น บ้านหลังใหญ่ที่เคยมีความสุข ตอนนี้กลับไม่มีให้เห็น คุณผู้หญิงดวงใจต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ไม่กล้าเอ่ยกับใคร เธอสงสารคุณหนูตัวน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไร ได้แต่คอยดูแลไม่ให้เธอรู้เรื่องบิดามารดา แต่วันนี้คงยากที่จะหลีกเลี่ยง
“เออออ สงสัยของจะตกนะค่ะ คุณหนู ไปห้องอาหารกันดีกว่า เดียวป้าพาคุณหนูไปหาอะไรกินนะคะ” รีบเปลี่ยนความสนใจของคุณหนูไปก่อน
“แต่ว่า..”
“ไปเถอะค่ะ เดียวป้าให้พี่ๆเขาไปดูให้นะคะ สงสัยจะเป็นหนูละมั้งคะ ช่วงนี้หนูไม่รู้มาจากไหนเยอะแยะไปหมด ไปค่ะไป..”
“ ก็ได้ค่ะป้าแสง” เอรีสในวันเก้าขวบเดินมาแรงจูงของแม่นม ไม่วายหันกลับไปมองด้านบนอีกครั้ง เมือเสียงข้าวของหล่นตกแตกไม่หยุด คิ้วเล็กขมวดเป็นปม ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปนความสงสัยไว้ในใจ
“ แม่นมเข้าไปเตรียมของให้เอรีสก่อนนะคะ เดียวเอรีสไปเข้าห้องน้ำแปปเดียว แล้วจะรีบตามไปค่ะ” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นบอกแม่นมตัวเอง ใบหน้าเล็กฉีกยิ้ม เพื่อไม่ให้แม่นมของเธอสงสัย
“ก็ได้ค่ะ….. งั้นคุณหนูรีบตามมานะคะ ป้าจะทำของโปรดให้ค่ะ”
“รับทราบค่ะ!!!” เด็กสาวสาวยิ้มแฉ่งไม่ลืมยกมือตะเบ๊ะเหมือนกับตำรวจทหาร ก่อนจะหมุนตัววิ่งดุ้กดิ้กออกมาทันที
เอรีสทำทีจะเดินไปเข้าห้องน้ำ ใบหน้าเล็กหันซ้ายมองขวา เมื่อพบว่าทางสะดวก จึงเปลี่ยนเส้นทาง รีบวิ่งไปที่บันได กระดืบๆขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้านทันที พอขึ้นมาชั้นสองได้ เธอค่อยๆย่อตัวลงก้าวขาเบาๆ ย่องเกาะตามผนังห้องเลียบไปจนใกล้จะขึ้นห้องต้นเสียง
เพล้งงงงงงงงงง!!!!!!!! ปังงง!!
“ฮื้อออออออ~~ คุณทำแบบนี้ได้ยังไงคุณภพ คุณไม่สงสารฉันกับลูกบ้างหรอ !!!!”
“ ก็แค่รับพิมพากับลูกเข้ามาอยู่ด้วย คุณจะอะไรนักหนา เขาไม่มีที่ไป แถมเขายังเป็นเลขาของผมด้วย”
“ คุณคิดว่าฉันจะยอมหรอ!! ฉันเป็นเมียคุณนะคุณภพ!!! งั้นก็หย่ากับฉันแล้วค่อยพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามา!!! ”
“ ผมก็ไม่มีความสุขแล้วเหมือน ได้…งั้นเราหย่ากัน เลย !!!!!”
เพล้งงงง!!!!!!!!
“ฮื่ออออออ~~”
เสียงทะเลาะของพ่อและแม่ของเธอดังทะลุออกมาจากด้านใน ดั่งสายฟ้าฟาดลงตรงหน้า ถึงเธอจะยังเด็ก แต่เธอก็เข้าใจคำ ว่า ‘หย่า’ ดี ในละครก็มีให้เห็น เอรีสรีบยกมือปิดปากกั้นเสียงสะอึกสะอื้นไม่ให้ดังเล็ดลอดออกมา น้ำตาไหลทะลัก ที่พ่อและแม่มีปัญหากันเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของผู้เป็นพ่อ เธอรู้สงสารคุณแม่จับใจที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ เด็กหญิงกำหมัดแน่น เนื้อตัวสั่นเทา กลั้นเสียงสะอื้น ปาดน้ำตา ก่อนจะรีบเดินออกจากบริเวณหน้าห้องนอนของพ่อกับแม่เธอ มาอย่างเงียบๆ
“ คุณหนูคะ ชุปฟักทองของโปรดคุณหนูเสร็จแล้วค่ะ ป้ากำลังจะไปตามพอดีเลย มาค่ะ มา” เอรีสรีบฉีกยิ้มหวานปนเศร้า ฝืนยิ้มให้แม่นมตัวเอง ก่อนจะเดินไปนั้นยังเก้าอี้ประจำ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ข้างในเเธอยากจะถามความจริงจากแม่นมขนาดไหน
“ เป็นอะไรรึป่าวนะ คุณหนูเจ็บตรงไหนรึป่าว บอกป้าได้นะคะ ” แสงที่สังเกตเห็นความเศร้าผ่านดวงตากลมโตที่บวมเป่ง และกำลังสั่นระริกคล้ายกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ปะ..ป้าแสงคะ …”
“คะ คุณหนู มีอะไรจะถามป้าหรอคะ” แสงฝืนยิ้มให้คุณหนูตัวน้อยของเธอ
“ถ้าวันหนึ่งคุณพ่อไม่อยู่กับคุณแม่แล้ว ป้าแสงยังจะอยู่กับหนูไหมคะ” ดวงตากลมโต ที่ตอนนี้กำลังเอ่อล้มไปด้วยน้ำตาใส เด็กสาวพยายามกระพริบตาไล่ แสงที่เห็นคุณหนูตัวน้อยๆ เด็กสาวที่ครั้งหนึ่งเป็นที่น่ารักน่าเอ็นดู สดใส ใครเห็นเห็นเป็นต้องหลง แต่ตอนนี้กำลังเศร้าเสียใจกับปัญหาของผู้ใหญ่ เธอไม่รู้ว่าคุณหนูตัวน้อยรู้เรื่องมากน้อยแค่ไหน ถึงไม่รู้ตอนนี้ ไม่นานเธอก็ต้องรู้เข้าสักวันอยู่ดี เพราะเอรีสเป็นคนฉลาดตั้งแต่เด็ก
“โธ่~~ คุณหนูของป้า ป้าไม่ทิ้งคุณหนูไปไหนแน่นอนค่ะ จะอยู่กับคุณหนูและคุณผู้หญิงตลอดไปเลย อย่าร่อนนะคะ ป้าใจไม่ดีเลย ” แสงดึงร่างเล็กของคุณหนูของบ้านเข้ามากอด เธอสงสารแกเหลือเกิน อายุเพียงเท่านี้มีมารับรู้ปัญหาของผู้ใหญ่แล้ว ความครัวที่อบอุ่นกำลังพังลงเพราะความมักมากของคุณผู้ชาย และเชื่อคนง่าย ไม่น่าเลย เธอได้แต่กอดร่างเล็กของคุณหนูตัวน้อยที่กำลังสะอึกสะอื้นในอ้อมอก ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ พร้อมกันนั้นเสียงเอะอะโวยวายด้านบนก็ดังขึ้นเป็นช่วงๆอีกครั้ง
(วันต่อมา)
วันนี้เด็กสาวแต่งกายด้วยชุดนักเรียน กระโปรงแดงน่ารัก นั้งนิ่งให้แสงเปียผมสองข้างให้เหมือนเคย เพราะคุณแม่เธอตอนนี้ยังไม่ยอมออกจะห้องเลย เด็กสาวที่น่ารัก ยิ้มแย้มสดใส วันนี้กลับเงียบกริบ ไม่พูดไม่จา ถึงเธอจะตัวแค่นี้ แต่ก็เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น คุณพ่อคงไม่รักเธอกับแม่แล้ว ดวงตาที่สดใส เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง จนแม่นมอดห่วงไม่ได้
“เสร็จแล้วค่ะ เดียวไปทานข้าวแล้วไปโรงเรียนกับป้านะคะ”
“คุณแม่กับคุณพ่อละคะ ไม่ลงมากินหรอ” เอรีสเอ่ยถาม ถึงจะรู้คำตอบอยู่แล้ว
“เออ คุณหญิงไม่สบายนิดหน่อยค่ะ แต่กินยาแล้ว คุณหนูไม่ต้องห่วงนะคะ ส่วนคุณผู้ชายออกไปทำงานแล้วค่ะ” แสงจำเป็นต้องโกหก เพื่อไม่ให้เอรีสต้องเป็นห่วงมารดาที่นั้งร้องไห้ ท่ามกลางข้าวของพังอยู่ในห้อง และไม่ยอมให้แม่บ้านเข้าไป เธอกลัวเด็กสาวจะสะเทือนใจมากไปกว่านี้
“งั้นหรอ…”
“ ค่ะ ไปกัน เดียวไม่ทันเข้าแถวนะคะ ป่านนี้คุณหนูเอวาคงรอ คุณหนูของป้าแย่แล้ว” เอรีสพยักหน้าเดิมตามแรงจูงของแม่นมไป อดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาขึ้นมองชั้นบนของบ้าน เมื่อเป็นห่วงแม่ของเธอ
( โรงเรียนปริ้นส์ นานาชาติ)
“เอรีสส!!! เอรีสมาแล้ว เอวานึกว่าวันนี้เอรีสจะเบี้ยวไม่มาซะอีก อะ สวัสดีค่ะป้าแสง” เอวารีบวิ่งออกจากห้องเรียนมาหาเพื่อนสนิท ไม่ลืมยกมือไหว้แม่นมข้างกายเพื่อน
“สวัสดีค่ะคุณหนูเอวา ป้าฝากคุณหนูของป้าด้วยนะคะ”
“หื้ม เอรีสไม่สบายหรอคะ ดูสิคะตาบวมเปล่งเลย มดกัดรึป่าว เอวาเคยโดนนะ เจ็บมากด้วย” เอวาขมวดคิ้วงุนงงตามประสาเด็ก ยกมือขึ้นชี้ที่ตาทั้งสองข้างของตัวเอง
“เอรีส แค่เจ็บตาหนะเอวา “
“จริงหรอ แล้วต้องไปหาหมอรึป่าว” เอวาเบิกตากว้าง อ้าปากหวอ กลัวเพื่อนจะเป็นอะไรไป
“ไม่หรอกค่ะคุณหนูเอวา แค่ดูแลคุณหนูของป้าก็พอแล้วค่ะ” แสงยิ้มหวานให้กับเด็กสาวที่เป็นห่วงเพื่อน จับนั้นจับนี้ตามร่างกายเพื่อน เช็คดูอาการตามประสาเด็ก ที่เป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก
“รับทราบ เอวาจะดูแลเอรีสอย่างดีค่ะป้าแสง!” ยกมือตะเบ๊ะเป็นตำรวจก่อนจะจับจูงแขนบางเดินเข้าห้องไป
