บทที่ 3 ตอนที่ 3
(คฤหาสน์ กิจจานุกิจ)
เสียงพูดคุยกันระหว่างบิดาและมารดาดังเล็ดลอดออกมาจากห้องหนังสือประจำคฤหาสน์ กิจจานุกิจ ในขนาดที่ชายหนุ่มลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลกำลังเดินผ่านพอดี ปลายเท้าหนาหยุดชะงัก จำต้องหยุดเดินกระทันหันเมือเรื่องที่บิดามารดาคุยกัน นั้นเป็นปัญหาเคร่งเครียด เกี่ยวกับบ้านของสาวน้อยตัวเล็กของเขา
‘ฉันสงสารดวงใจ กับหนูเอรีสมากเลยค่ะคุณ ดวงใจต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานแต่ฉันช่วยอะไรแกไม่ได้เลย จนตอนนี้ดวงใจยังไม่ยอมออกจากห้องเลยค่ะ ไม่รับสายใครทั้งนั้น ฉันกลัวดวงใจจะเป็นอะไรไป’
‘ผมก็สงสารไม่ต่างจากคุณ แต่ปัญหาหาครอบครัวนั้นยากที่จะเข้าในสอดแทรก คุณก็รู้ เราทำได้แค่เป็นที่ปรึกษา ค่อยดูแลอยู่ห่างๆ เท่านั้น’ ฮาเดสดึงภรรยาเข้ามากอดปลอบประโลม เขาเคยเอ่ยถามเรื่องนี้กับภพแล้ว แต่คนที่กำลังติดบวงหลง หูเบา ไม่หนักแน่นแล้วนั้น อยากที่จะดึงกลับได้
“อึก ๆ ฮื่ออออ…”
เรื่องที่ดังลอดออกมา ทำชายหนุ่ม เบิกตากว้าง ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน มือแกร่งกำหมัดแน่นกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ เมือคิดว่าน้องน้อยของเขาต้องเจอกับเรื่องนี้จะทุกข์ใจเพียงใด หัวใจแกร่งของเขาก็เหมือนถูกบีบซ้ำๆ
เอเดนรีบเดินจนพ้นบริเวณห้องสมุด ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกตามด้วยพ่อกับแม่ของเขาจะเดินออกมา ชายหนุ่มยืนหลบข้างแจกันใบใหญ่ มองพ่อที่โอบไหล่แม่เดินออกไปจนลับตา ใบหน้าคมที่ฉายแววหล่อเหลาตั้งแต่เด็ก ดุดันขึ้น กรามแกร่งขบจนเป็นสัน ไม่มีใครรู้ว่าเขานึกคิดอะไร ก่อนชายหนุ่มจะสาวเท้าเดินออกจากมุมที่ลับไปทันที
“วันนี้ผมขอไปส่งเอวาด้วยนะครับ” เอเดนเดินล้วงกระเป๋าตรงไปยังรถตู้ที่ แม่บ้านวัยกลางคนกำลังจูงมือน้องสาวจอมแสบเตรียมจะขึ้นรถ
“พี่เอเดนนนน~~”เสียงใสตะโกนอย่างดีอกดีใจ
“ครับยัยตัวยุ่ง”
“เย้ๆๆๆ วันนี้พี่เอเดนจะไปส่งเอวาด้วยค่ะ ป้าแจ๋ว” หันไปโอ้อวดแม่นมตัวเอง ก่อนจะฉีกยิ้มแก้มป่องให้พี่ชายตัวเอง
“ค่ะคุณหนู งั้นไปกันค่ะ มาค่ะเดียวป้าอุ้มขึ้นรถนะคะ” ป้าแจ๋วแม่นมของเด็กหญิงเอวาคุณหนูคนเล็กของบ้าน ยกกระเป๋านักเรียนใบโปรดขึ้นไว้ ก่อนจะหันมาอ้าแขนเตรียมจะอุ้มเด็กสาวขึ้นตามเคย
“อื้ออออ~~ เอวาอยากให้พี่เอเดนอุ้มต่างหากละคะ ป้าแจ๋วก็…อิๆๆ พี่เอเดนอุ้มเอวาที” เด็กส่ายหัวดุ้กดิ้กก่อนจะวิ่งอ้าแขนกระโดดใส่พี่ชายตัวเอง ไม่ยอมให้แม่นมอุ้มเหมือนเคย
“เอวา พี่รับไม่ทันทำไง อยากหัวแตกหรอ ยัยดื้อ” อดไม่ได้ที่จะดุน้องสาวเบา ๆ สมกับเป็นเพื่อนกันกับเอรีสเลย นิสัยดื้อเหมือนกันไม่มีใครเกินใครเลยจริงๆ
“เอวารู้ว่าพี่รับทันหรอกค่ะ อิๆๆ”
“หึๆ ยัยดื้อ เดียวปล่อยตกเลยดีไหม”
“ม่ายยยย~~” เอเดนระบายยิ้ม ไม่ลืมเขกหัวน้องสาวจอมแก่นเบาๆ เธอกลับหัวเราะชอบใจซะงั้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วมองเขาอย่างงอนๆ เอาซะเขาตามอารมณ์น้องสาวคนนี้ไม้ทันเลย
“อะ !!!พี่เอเดน ถ้าเอวาฉี่รดที่นอนทำไงคะ เอวาจะโทษพี่ที่เขกหัวเอวานะ” ใบหน้าเล็กเบะปาก อย่างเอาเรื่อง เอเดนสายหน้าไปมา เลิกสนใจยัยดื้อน้องสาวจอมแสบ ก่อนจะก้าวเดินขึ้นรถโดยมีน้องสาวนั้งตรงหว่างขาไม่ยอมลงนั้งที่ข้างๆ
“คุณหนูจะให้ป้าไปด้วยไหมคะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดียวผมไปกับลุงสมศักดิ์ก็พอแล้ว ป้าแจ๋วไปทำอย่างอื่นเถอะครับ” เอเดนบอกคนคนดูแลเอวา
“ค่ะคุณหนู” ก่อนจะปิดประตูรถให้คุณหนูทั้งสองของบ้าน ยืนส่งจนรถตู้คันหรูเคลื่อนตัวหายลับจากประตูคฤหาสน์ ก็เดินกลับเข้าไป
(หน้าโรงเรียนปริ้นส์ นานาชาติ)
“ถึงแล้วไหมยัยดื้อ ลงไปได้แล้ว นุ้นเอรีสมารอแล้ว” เอเดนสะกิดตัวน้องสาวที่กำลังเล่นเกมลูกบอลอย่างเมามันไม่ยอมลงรถสักที จนเห็นเด็กสาวตัวเล็กๆ ยืนมองอยู่ไม่ไกล ขนาดเขามองผ่านกระจกรถตรงนี้ ยังรู้เลยว่าดวงตาที่สดใสคู่นั้นเศร้าหมองเพียงใด
“ว้าาา แพ้เลย เพราะพี่เอเดนคนเดียว โอ๊ะ!! เอรีสมารับเอวานี้คะ “เด็กสาวยืนไอแพดคืนพี่ชายตัวเองก่อนจะเตรียมกระเป๋าลงรถ
“ใช่แล้ว เอวาต้องดูแลเอรีสตอนอยู่ที่โรงเรียนด้วยรู้ไหม” ไม่ลืมเอ่ยกำชับน้องสาวตัวเอง ที่มองเขาตาแป๋ว
“แน่นอน แต่ว่าช่วงนี้เอวาเห็นเอรีสแอบไปร้องไห้ทุกวันเลยค่ะ เอรีสเจ็บอะไรรึป่าวคะพี่เอเดน” ใบหน้าน้องสาวหันมาถามเขาด้วยความงุนงงอยากรู้ตามประสาเด็ก เพราะเธอไม่ชอบเลยที่เพื่อนเพียงคนเดียวร้องไห้เสียใจขนาดนั้น
คำพูดของน้องสาวกับกระแทกใจแกร่งอย่างจัง เอเดนเงยหน้าขึ้นมองออกไปออกกระจกที่ เอรีสกำลังเดินเข้ามา อยากจะกอดปลอบน้องน้อยของเขาเหลือเกิน
“เอางี้นะครับเอวา”
“คะ” มองพี่ชายตาปริบๆ
“เอวาต้องอยู่กับเอรีสตลอดรู้ไหมครับ เวลาเพื่อนเคร้าเอวาต้องทำยังไง ไหนตอบพี่ซิ”
“ปลอบค่ะ”
“ใช่แล้ว ไม่นานเขาก็จะพูดมาเองครับ ระหว่างนี้เอวาต้องคอยดูแลเอรีสระหว่างที่อยู่โรงเรียนก็พอแล้ว ตามนี้นะครับ” เด็กสาวพยักหน้ารับ พร้อมชู้นิ้วสัญญากับพี่ชาย ก่อนจะสะพายกระเป๋าเอลซ่าลงจากรถ ที่พี่ชายเปิดให้
“เอรีสส~~”
“เอวา”
“อะ!! พี่เอเดน เอรีสสวัสดีค่ะ” เอรีสเอียงคอมองพี่ชายเพื่อนที่วันนี้เป็นคนมาส่งเอวาด้วย เด็กสาวกระโปรงแดงในตอนนี้ ไม่สดใสเลย ทุกทีเวลาเห็นเขาเธอจะต้องรีบวิ่งเข้ามาหา และกระโดดกอดเขาแน่น แต่เวลานี้ ดวงตากลมโตสดใสคู่นั้นดูเศร้าหมองไปหมด
เอเดนเดินลงจากรถไปนั้งยองๆ ตรงหน้าเอรีส ก่อนจะอ้าแขนกว้าง มุมปากยิ้มอย่างอ่อนโยน เอรีสกระพริบตาอย่างงุนงง เมื่อสมองคิดตามไม่ทัน
“มาครับ พี่กอดหน่อย สาวน้อยของพี่”
“อึก.”
พรึบบบ!!! เอรีสแทบจะกลั่นเสียงสะอื้นไว้ไม่ไหว กระโดดสู่อ้อมอกของอัศวินของเธอ ที่ตอนนี้กำลังกระชับอ้อมกอด ยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน
“อย่าร้องสิครับ พี่อยู่ข้างเราเสมอ รู้ไหม”
เอเดนบาดน้ำตาให้เด็กสาว ที่ตอนนี้กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว พยักหน้ารับหงึกๆ สะอึกสะอึ้น จนตัวโยน เขาแทบจะร้องตามอยู่แล้ว
“คะ..ค่ะ พี่เอเดน พะพ่อ กับ แม่.. อึกๆ”
“ไม่ต้องพูดแล้วครับ พี่เข้าใจ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไงพี่อยู่ตรงนี้เสมอ พี่ให้สัญญาเอรีสว่ายังไง จะอยู่ปกป้องเอรีสตลอดไปไม่ใช่หรอครับ หื้ออ~ ไม่ร้องสิ”
“อึก ตะ แต่ว่า..” เอรีสรีบเช็ดน้ำตาข้างแก้ม จ้องมองพี่อัศวินของเธอ ที่มักจะดูแลเธออยู่เสมอๆ
“อึก ก ค่ะ เอรีสรู้ว่าพี่เอเดนจะต้องอยู่ข้างๆ เอรีสค่ะ”
“อะไรกัน แล้วเอวาละ” เอวากอดอกแน่น จ้องทั้งสองเขม้ง ทำไมไม่เห็นเอ่ยขึ้นเธอกันบ้างเลย น่างอลจริงๆ เอวาจิปากไม่หยุดจนเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเอรีสที่มองเพื่อนงอน
เด็กสาวระบายยิ้มกว้าง ถึงแม้วันนี้ครอบครัวเธออาจจะไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่ทุกคนรอบๆ ข้างยังอยู่เคียงข้างเป็นห่วงเธอกับแม่เสมอ แค่นี้เธอก็ดีใจแล้ว
