บทที่ 4 ตอนที่ 4
(หนึ่งปีต่อมา)
เสียงร้องไห้ของเหล่าคนรับใช้ที่รักและสงสารคุณผู้หญิงของบ้านดังระงม ไปทั่ว เมื่ออยู่ๆเช้านี้อาการของคุณผู้หญิงก็ทรุดหนักลงไปอีก แทบจะไม่มีหวังเลย ร่างกายที่ผ่ายผอมอยู่แล้วยิ่งทำให้เธอได้แต่นอนติดอยู่บนเตียง แถมข้างกายยังไร้เงาคุณผู้ชายของบ้านที่ไม่ยอมกลับมาหลายเดือนแล้ว พวกเธอที่เป็นแค่แม่บ้านรับเงินเดือนก็ได้แต่เศร้าใจตามผู้เป็นนายหญิง สงสารก็แต่คุณหนูตัวน้อยที่ต้องมารับรู้เรื่องอะไรแบบนี้
“คุณผู้หญิง เข็มแข็งไว้นะคะ”
“ใช่แล้วคุณผู้หญิง คิดถึงคุณหนูเอรีสเข้าไว้นะคะ”
“อึก คุณหญิงคะ อย่าเป็นอะไรไปเลยนะคะ ” เสียงคนดูแลข้างกายที่อยู่รับใช้มานานนมหลายปี บีบมือที่เริ่มเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเพราะร่างกายซูบผอม ตรอมใจเรื่องสามี จนกินข้าวกินปลาไม่ลง
“จริงค่ะคุณผู้หญิง อึก ๆ.. “ อีกคนนั้งบาดน้ำตาเต็มใบหน้า สงสารเหลือเกิน ขนาดคุณผู้หญิงทรุดหนักขนาดนี้ยังไม่เป็นคุณผู้ชายของบ้านมาหาเลย คงจะมีความสุขกับคนใหม่อยู่เป็นแน่
แอดดดดดด !!!!!
เสียงเปิดประตูดังขึ้นก่อนที่ร่างเด็กสาว และแม่นมเดินตามหลังเข้ามา
“คุณหนู!!”
“อึก~ เอรีสอยู่ตรงนี้ค่ะคุณแม่”
“แม่!!! อึกๆๆ แม่จ๋าาาาา แม่อย่าทิ้งเอรีสไปนะคะ” เสียงร้องไห้แทบขาดใจของคุณหนูของบ้านที่เปิดประตูวิ่งเข้ามาซบหน้าลงกับร่างกายที่ซูบผอมของมารดาบนเตียง ทุกคนที่เห็นภาพ ต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ คุณหนูตัวน้อยกระโปรงแดงที่มีกระเป๋าเป้อยู่ด้านหลัง ยังไม่ทันจะได้ไปโรงเรียนวิ่งมาหามารดาทันทีที่รู้ข่าว
“อึกๆ แม่ ตื่นมาสิคะ อึก อย่าเงียบเลยนะ เอรีสจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ อึก”
“อึก โธ่~คุณหนูของป้า” แม่นมแสงบาดน้ำตา ก่อนจะเดินมาทรุดตัวนั้งข้างๆ โอบกอดปลอมประโลมคุณหนูที่ร้องไห้อย่างหนัก ใจของเธอแทบขาดรอนๆ ไม่ต่างกัน
“อึกๆ ป้าแสง มะ..แม่เอรีส..”
“อย่าร้องเลยนะคะคุณหนูของป้า ยิ่งคุณร้องคุณแม่ยิ่งเสียใจมากนะคะ คุณต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะคะ”
“แต่คุณแม่ กำลังจะทิ้งหนูไป อึกๆ ฮื่อออออ” เอรีสมองทุกคนที่อยู่ในห้อง ผ่านม่านน้ำตาที่ไหลไม่หยุด จนเหล่าคนรับใช้เป็นต้องหลบสายตาไม่อาจทนมองเด็กสาวหรือให้คำตอบได้
“แม่ไม่รักหนูแล้วหรอคะ”
“รักสิคะ คุณผู้หญิงรักคุณหนูของป้าที่สุด “
“อะ เอรีส ละลูก…” เสียงเรียกเบาๆแทบไม่ได้ยิยดังขึ้นจากมารดาที่นอนอยู่บนเตียง ทำให้ทุกคนต่างดีใจอย่างมีความหวัง
“อึก แม่!!!!”
“คุณผู้หญิง!!” เอรีสรีบบาดน้ำตาที่อาบเต็มใบหน้า หันมองมารดาตัวเองอย่างดีใจ สองมือสั่นระรัว กอบกุมมือมารดาไว้ในอุ้งมือเล็กๆของเธอ รอฟังเสียงที่เบาราวกับสายลมของมารดา
“แม่ของโทษนะลูก ที่ทำให้หนูต้องมาเจอ อะไรแบบนี้ แม่ไม่อยู่แล้ว ลูกต้องดูแลตัวเองให้ดี..”
“อึก มะ แม่ มะ ไม่นะคะ เอรีสอยากให้แม่อยู่กับเอรีส”
“แม่ขอโทษนะลูก”
“แม่~~~” เด็กสาวส่ายหน้าที่เปื้อนน้ำตาไปมา มองมารดาผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อล้น กลั้นเสียงสะอึกสะอื้นเอาไว้ กลัวจะไม่ได้ยินมารดาพูด
“อย่าโกรธพ่อเลย แม่กับพ่อคงมีวาสนากันเท่านี้ ลูกจงใช้ชีวิตอย่างมีสติ อย่าเชื่อใครง่าย ….และขอให้ลูกเจอคนที่รักลูกจริงๆ แม่เหนื่อยแล้วเอรีส แม่ขอโทษนะ …แม่ รัก ลูก”
พรึบบบบบบ!!!
ติ๊ดดดดดดดด!!!! เสียงสัญญาณการเต้นของหัวใจหยุดทำงานกระทันหัน ผลแสดงบนหน้าจอวิ่งเป็นเส้นตรงบงบอกว่าหัวใจของคนบนเตียงได้หยุดเต้นไปแล้ว
เอรีสเบิกตากว้างอย่างตกใจมองมือมารดาที่หลุดจากมือตัวเอง สองมือเล็กๆสั่นเทาเลื่อนไปสัมผัส ก่อนจะพบการร่างกายของมารดาไม่ตอบสนองแล้ว น้ำตาที่เหือดหายหลั่งไหลมาอีกครั้งจนแทบขาดใจ
“แม่จ๋าาา~~ ฮื่ออออ~~~”
“คุณผู้หญิง!!!!! ฮื่ออออออ~~~” เสียงเหล่าคนรับใช้ของบ้างต่างวิ่งมารวมกันหน้าประตู เด็กสาวที่อยู่ในสภาวะซ็อคล้มหมดสติลงไปทันที
“คุณหนู!!!!!”
(อีกด้านหนึ่ง)
“ว่าไงนะ ดวงใจทำไม” เสียงลูกน้องที่รายงานมาตามสายหลังเขาไม่ได้กลับบ้านหลายเดือนเพราะลูกสาวของ พิมพาไม่สบายหนัก
(คุณผู้หญิงดวงใจเสียแล้วครับ) ดาวตาคมเบิกกว้าง ตกใจอยู่ไม่น้อย แทบไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่เขาเคยรักจะจากไปแล้ว ดวงตาคมวูบไหวไปชั่วครู่ แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาเห็น ไม่นานสายตาก็กับมาเป็นแบบเดิม
( คุณภพครับ ..)
“เดียวฉันจะกลับไป “ ตอบกลับปลายสายก่อนจะวางโทรศัพท์ นึกย้อยคิดกลับไปเรื่องเก่าๆ ถ้าพิมพาไม่ส่งรูปที่ดวงใจแอบนัดพบกับชายข้างนอก จนเขาเริ่มไม่เชื่อใจเธอเหมือนเดิม ที่อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเอรีส จนวันหนึ่งพิมพา เลขาข้างกายค่อยอยู่ข้างๆ ปลอบใจเขา ทำให้เขาหลงอยู่ในวังวนเสน่ห์ของพิมพาเข้าอย่างจัง
“คุณภพคะ นั้นคุณจะไปไหนหรอ” พิมพาที่กำลังเดินออกจากห้องน้ำ ภายในคอนโดมิเนียมสุดหรูที่ ภพเป็นคนซื้อให้ เอ่ยถามขึ้น เมือเห็นเขากำลังจัดเก็บกระเป๋าอย่างรีบร้อน
“ผมต้องรีบกลับบ้าน ดวงใจเสียแล้ว ผมต้องกลับไปดูลูกและจัดการงานศพ” บอกเธอไปด้วยระหว่างที่เก็บของ โดยไม่หันมอง จึงไม่ได้เห็นพิมพาที่เก็บอาการดีอกดีใจเอาไว้ไม่มิด
“อุ้ยตายจริง พิมสงสารหนูเอรีสจังค่ะ งั้นคุณรีบกลับเถอะนะคะ เดียวพิมจะอยู่ตรงนี้รอคุณติดต่อมาค่ะ” รีบทำเสียงเศร้า เสียอกเสียใจต่อหน้าภพทันที ทั้งที่ข้างใจหูผึ่ง ตาวาววับ ในที่สุด เวลาที่รอคอยก็มาถึง อีกไม่นานหรอกเธอจะได้เป็นคุณนายของบ้านหลังใหญ่นั้น ไม่เสียแรงที่เธอวางแผนมาหลายปี
“ครับพิม ผมไปก่อน“
“ค่ะคุณภพ”
ปังงงงงง!!! เสียงปิดประตูห้องดังขึ้น พิมพาแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินไปยังบาร์ รินไวน์ใส่แก้วทรงสูง ฉลองให้กับตัวเอง ที่กำลังจะได้เป็นคุณนายบนกองเงินกองทองคนต่อไป ในที่สุดก็จัดการดวงใจได้ ต่อไปก็เหลือแต่ลูกของมัน!
(คฤหาสน์ กิจจานุกิจ)
เพล้งงงงง!!!
คุณหญิงพินใจที่ได้รับข่าวซ็อคของดวงใจ เผลอปล่อยแก้วชาตกกระแทกพื้น ด้วยมือไม้ที่อ่อนแรง เรี่ยวแรงไม่มีเป็นต้องทรุดตัวนั้งลงไปกับพื้น
“คุณ!!!! “ ฮาเดสที่เดินเข้ามาหลังจากกลับจากข้างห้องรีบทิ้งกระเป๋าวิ่งมาผยุงร่างของภรรยาไว้ในอ้อมแขน
“อึกก อึก คุณคะ…. ดวงใจไม่อยู่แล้ว”ซบหน้าบนอกของสามีร้องไห้ ที่เพื่อนสนิทต้องมาตรอมใจตายแบบนี้ เพราะสามีไม่หนักแน่นพอจึงทำให้มือที่สามแทรกตัวเข้ามาได้
“ถือว่าคุณดวงเขาหมดเวรหมดกรรมแล้วนะคุณ อย่าร้องเลย เรามาช่วยกันดูแลหนูเอรีสคนข้างหลังเถอะ”
“อึก พินใจอยากจะพาลูกเอรีสมาอยู่ด้วย”
“ผมว่าคงไม่ง่ายหรอก ภพไม่มีทางยกเอรีสให้มาอยู่ในความดูแลเราแน่ ถึงยังไงเอรีสเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของมัน ” เขาคิดว่าภพไม่มีทางยกลูกสาวให้พวกเขาเป็นแน่ จริงๆแล้วภพรักลูกรักดวงใจมาก แต่อาจจะหลงผิดจนทำให้ครอบครัวขาดสบั้น คนที่น่าสงสารที่สุดคงจะตกไปอยู่ที่ลูกสาวอย่างเอรีส อายุเพียงเท่านี้แต่ขาดความอบอุ่นภายในครอบครัว
