บทที่ 10 น้อยใจ
“เธอจะได้เห็นยังไงล่ะพัชราภาว่าพวกเรามีสังคมระดับไหน ถ้าหากอยากเป็นเพื่อนกับนายบอมบ์ เธอจะได้วางตัวถูกต้อง เวลาได้รับเกียรติให้ไปร่วมงานหรือรับประทานอาหารในสังคมของคนระดับเรา!”
มาแรงจริงๆ ว่าที่คุณแม่ผัวของพัชราภา ฉันคนนี้ก็ได้แต่ยิ้มรับทั้งที่น้ำตาตกใน
คุณบอมบ์คงเห็นท่าจะไม่ดี ถึงได้รีบแกะมือไม้ของยัยคุณแพรวออกจากแขนล่ำๆ แล้วเดินมาคว้ามือฉันไปกุมเหมือนให้กำลังใจ
“ขอบคุณนะคะ แต่พัชไม่ขอรบกวนคุณอมรากับคุณแพรวดีกว่าค่ะ!”
ฉันหันไปปฏิเสธว่าที่แม่ผัวแบบนิ่มๆ เมื่อเห็นว่ากองเชียร์รูปหล่อมาอยู่ฝั่งตัวเอง แล้วตามด้วยการวางระเบิดให้ว่าที่คุณแม่ผัวกับยัยคุณแพรวไปกู้กันลูกเบ่อเริ่ม
“กลับไปทานข้าวที่บ้านของเรากันดีกว่านะคะคุณบอมบ์! พัชรู้สึกปวดหัวอยากพักผ่อน”
เอาสิคะ ฉลาดกันพอจะคิดออกไหม? ฉันจงใจเน้นคำว่า ‘บ้านของเรา!’ อย่างชัดเจนแล้วว่าที่คุณแม่ผัวยังจะแถไถไปได้อีกไหม
“ถ้าอย่างนั้นผมกับพัช เราขอตัวก่อนนะครับคุณแม่ น้องแพรว!”
คุณบอมบ์เองก็รับมุขว่าที่ศรีภรรยาอย่างฉันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทำเอาคนเป็นแม่หน้าแดงแซ๊ดด! ด้วยความปลื้มปิติ!
“สวัสดีค่ะคุณอมรา ขอตัวกลับก่อนนะคะคุณแพรว”
เราสองคนจับมือถือแขนเดินออกไปจากที่นั่น อย่างกระหนุงกระหนิงทิ้งให้กลุ่มคนข้างหลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกันด้วยความเอร็ดอร่อยโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าอาหาร
“คุณบอมบ์คะ พัชขอถามอะไรคุณบอมบ์สักอย่างหน่อยได้ไหมคะ?”
ระหว่างที่เราอยู่บนรถ ฉันขบคิดอะไรมากมายจนสมองทำงานสับสนวุ่นวายไปหมด ไม่ว่าเรื่องปัจจุบันและอนาคตของเราสองคน
“ถามมาสิครับ!”
“คนในครอบครัวคุณบอมบ์ยังไม่มีใครรู้ว่าเราสองคนคบหากันและก็อยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหมคะ?”
“ครับ!” คุณบอมบ์เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะยอมรับออกมากับฉันตรงๆ
“คุณพัชน้อยใจหรือครับ?”
“ก็นิดหน่อยค่ะ”
ฉันตอบออกไปตามตรง หลังจากที่โดนคุณอมราแสดงท่าทางรังเกียจจนออกนอกหน้า เมื่อได้รู้โดยบังเอิญว่าฉันคบหาอยู่กับคุณบอมบ์ ฉันก็ไม่ได้อยากเกี่ยวข้องพัวพันกับครอบครัวผู้รากมากดีของเขาเลยสักนิด
“พัชเข้าใจสถานะของเราสองคนดีค่ะ ถึงจะอยากให้ทุกคนยอมรับและให้เกียรติพัชก็ตาม แต่พัชก็เข้าใจคุณอมราด้วยค่ะ พัชรู้ดีด้วยว่าพื้นฐานด้านสังคม ฐานะครอบครัวและความเหมาะสมในด้านต่างๆ มักจะเป็นสิ่งที่ชัดเจนแน่นอนกว่าความรักชั่ววูบระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายเสมอ!”
“ทำไมคุณพัชพูดแบบนี้?”
คุณบอมบ์แสดงออกถึงความหงุดหงิดออกมาทั้งทางน้ำเสียงและสีหน้า เมื่อได้ยินคำพูดของฉัน
“ก็เพราะว่าแม้แต่คุณบอมบ์ยังคบกับพัชแบบหลบซ่อน แล้วจะให้พัชเอาแน่เอานอนอะไรกับความสัมพันธ์ของเราคะ?”
“อย่าพาลสิพัช! โอเค! ผมผิดที่ไม่ได้พาคุณไปเปิดตัวกับครอบครัวอย่างถูกต้อง แต่รู้อะไรไหมว่าผมไม่เคยรักใครมากเท่าคุณ มีแค่คุณที่ผมอยากจะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ด้วย!”
“พัชเชื่อคุณบอมบ์ค่ะ! แล้วก็ไม่คิดจะพาล แต่อยากให้คุณบอมบ์รู้ใจตัวเองว่ารักพัชมากขนาดนั้นจริงรึปล่าว เพราะการกระทำคุณบอมบ์มันสวนทางกับสิ่งที่เราเคยพูดตกลงกัน”
“คุณพัชพร้อมจะแต่งงานกับผมรึปล่าวล่ะครับ? เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด วันพรุ่งนี้ก็ยังได้ถ้าหากมันจะทำให้คุณมั่นใจว่าผมรักคุณ!”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ! พัชจะไม่แต่งงานกับคุณบอมบ์ถ้าหากเรายังไม่มีลูกด้วยกัน”
ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะคำพูดของคุณนาง ผู้หญิงที่สาปฉันในนั้น ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดคำนึงของฉันทุกลมหายใจ คำพูดของเธอฉันจำได้ขึ้นใจทุกคำ เหมือนเหตุการณ์นั้นพึ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาที
ไม่ใช่เพียงแค่คุณบอมบ์รักฉันเท่านั้น ฉันจึงจะหลุดพ้นจากคำสาปพิศวาส แต่มันหมายถึงฉัน! รักเขาอย่างแท้จริงไหม?
เพราะว่าในทุกวันร่างกายของฉันอ่อนเยาว์และสวยขึ้นจนน่าอัศจรรย์ สวยจนไม่มีผู้ชายคนไหนที่มองเห็นแล้วจะไม่มองซ้ำ! บางคนมองค้างและหันหลังกลับมามองตามชนิดที่ว่าคุณบอมบ์ต้องคอยโอบกอดไหล่ฉันแสดงความเป็นเจ้าของอย่างหวงแหน
หากสักวันที่คุณบอมบ์แก่เฒ่าและฉันยังคงความสาวอยู่เสมอ! เราคงใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้... ฉันไม่อยากจะเป็นคนเห็นแก่ตัวทำลายชีวิตของคุณบอมบ์ ทำให้เขาต้องเสียเวลา สู้ปล่อยให้เขาไปมีชีวิตที่สวยงาม กับคนที่คู่ควรอย่างคุณแพรวจะไม่ดีกว่าหรือ?
“ถ้าอย่างนั้นผมคงได้เป็นพ่อคนเร็วๆ นี้สินะ!”
“อะไรนะคะ?” ฉันยังงงกับคำพูดของคุณบอมบ์ เพราะมัวแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเรา
“คุณพัชบอกเองว่าจะไม่แต่งงานถ้าหากว่าเราสองคนยังไม่มีลูกด้วยกัน! ถ้าอย่างนั้นผมคงได้เป็นพ่อคนเร็วๆนี้แน่นอน ชัดเจนพอรึยังครับ?”
คุณบอมบ์ยิ้มเจ้าเล่ห์และทำตาวิบวับใส่ฉันแบบนี้คงไม่พ้นเรื่องอย่างว่าอีกแล้ว! คนอะไรไม่รู้ ชอบทำให้พัชราภาฟุ้งซ่านได้ทุกเวลาและสถานการณ์ ไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์เลยจริงๆ
