บทที่ 11 สามีสวมรอย EP11

เช้าวันรุ่งขึ้น

งานวิวาห์ระดับชาติถูกจัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ทุกอย่างถูกเนรมิตขึ้นอย่างสวยงามและหรูหรา ด้วยฝีมือเวดดิ้งสตูดิโอชั้นนำ สมฐานะการมารวมตัวของแขกเหรื่อระดับวีไอพี ทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจแถวหน้า

ช่วงเช้าเป็นพิธีการภายในครอบครัว มีการเลี้ยงพระ รดน้ำสังข์ และจดทะเบียนสมรส บรรยากาศฉากหน้าดูอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ราคาแพง ทว่าหากใครได้เข้ามาสัมผัสใกล้ชิด จะพบว่ารังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากคู่บ่าวสาวของงานนั้น แทบจะแช่แข็งรอยยิ้มของผู้ร่วมงานได้เลยทีเดียว

จนกระทั่งพิธีการดำเนินมาถึงช่วงสำคัญที่สุดของช่วงเช้า นั่นคือการจดทะเบียนสมรส กำพลได้เชิญเจ้าหน้าที่เขตระดับสูงมาเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีบรรดาญาติสนิทและแขกกิตติมศักดิ์เพียงไม่กี่สิบคนร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงช่างภาพจากสำนักข่าวเพียงแห่งเดียวที่ได้รับสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟในการบันทึกภาพ

และสิ่งที่สร้างความตื่นตะลึงระคนฉงนใจแก่ผู้มาร่วมงานมากที่สุด คงหนีไม่พ้นป้ายชื่อบ่าวสาวฉากหลังเวที จากที่ควรจะเป็นชื่อของปราณ และ เพลงขวัญ กลับถูกเปลี่ยนเป็น ปริญญ์ และ เพลงขวัญ อย่างเป็นทางการ แววตาเคลือบแคลงและเครื่องหมายคำถามฉายชัดบนใบหน้าของแขกทุกคน ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม เพราะรู้ดีว่าไม่สมควร

มีเพียงกำพลคนเดียวเท่านั้นที่นั่งมองป้ายชื่อนั้นแล้วลอบยิ้มอย่างมีความสุข ตั้งแต่เดินทางกลับจากคฤหาสน์ของประภพเมื่อคืน นักการเมืองผู้กว้างขวางก็จัดการต่อสายตรงสั่งให้เลขาฯ ส่วนตัวไปหาร้านทำป้ายชื่อแบบเร่งด่วนที่สุด และสั่งให้นำมาเปลี่ยนตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนที่เจ้าสาวจะมาถึง ในเมื่อเจ้าบ่าวถูกเปลี่ยนตัวเป็นตัวจริงที่เขาหมายมั่นปั้นมือไว้ตั้งแต่แรกแล้ว  เขาก็ควรทำให้ทุกอย่างมันถูกต้องชัดเจน เพื่อป้องกันข้อครหาและปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง

“คุณดาราดัง ทำหน้าทำตาให้มันรับแขกกว่านี้หน่อยได้ไหม”

เสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญกระซิบลอดไรฟันมาจากชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สีขาวสะอาดตา ปริญญ์ปรายตาจิกเจ้าสาวที่ทำหน้างอคอหักเป็นปลาทูอยู่ข้าง ๆ เขา จริงอยู่ที่รู้กันดีว่างานวันนี้ทั้งเขาและเธอไม่ได้มีความสุขนัก แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ละครฉากใหญ่ก็ต้องเล่นให้มันสมบทบาท หลังจากจบงานนี้ เธอจะไปทำหน้าวีนหน้าเหวี่ยงใส่ใครที่ไหนก็ไม่มีใครเขาสนใจหรอก

“มันเรื่องของฉัน” เพลงขวัญแหวกลับเสียงเขียว หางตาตวัดมองเจ้าบ่าวตัวแทนด้วยความขวางหูขวางตา

“ก็ถ้าคุณอยากให้ภาพข่าวงานแต่งหน้าหนึ่งพรุ่งนี้ ออกมาเป็นภาพเจ้าสาวหน้าบูดเหมือนถูกเอาปืนจ่อหัวบังคับแต่งงานก็ตามใจ ทำหน้าแบบนี้บอกตรง ๆ ว่าโคตรเหมือนปลาทู”

“ปลาทูอะไรของนายฮะ” ดาราสาวหันขวับ ดวงตาวาวโรจน์

“ไม่เคยเดินตลาดเห็นปลาทูในเข่งเหรอคุณ ก็ทำหน้าเหมือนคุณตอนนี้ไง หน้างอคอหักเป็นปลาทูนึ่ง” ปริญญ์ตอบหน้าตาย ยียวนจนคนฟังเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ

“นี่นาย”

เพลงขวัญตวาดเสียงดังด้วยความลืมตัว ทว่าเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นแสงแฟลชวูบวาบ และสายตาของแขกเหรื่อหลายคนที่หันมามองอย่างสอดรู้สอดเห็น ดาราสาวจึงจำต้องสูดลมหายใจลึก กัดฟันฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้กับอีตาเจ้าบ่าวปากสุนัขข้าง ๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์

“ผมชื่อหมอก หัดจำใส่สมองเอาไว้เสียบ้าง อ้อ แล้วอีกอย่าง ผมเกิดก่อนคุณหกปี ตอนเรียนอาจารย์ไม่ได้สอนมารยาทเหรอ ว่าเวลาเรียกคนที่อายุมากกว่า ควรมีคำนำหน้าว่าคุณหรือไม่ก็พี่” ชายหนุ่มสั่งสอนเสียงเรียบ แต่เจ็บแสบไปถึงทรวง

เพลงขวัญอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำผรุสวาทด่ากลับให้เจ็บแสบยิ่งกว่า แต่บิดาพร้อมด้วยอาประภพและอาพิณนารากลับเดินเข้ามาหาเสียก่อน หญิงสาวจึงจำต้องกลืนก้อนความโกรธลงคอ สงบปากสงบคำเพราะไม่อยากถูกผู้ใหญ่ตำหนิกลางงาน

“พิธีการต่อไป ขอเรียนเชิญผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ขึ้นมาเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสด้วยครับ”

เสียงประกาศของพิธีกรดังก้องขึ้น หลังจากพิธีรดน้ำสังข์เสร็จสิ้นลง

เจ้าสาวคนสวยเบิกตากว้าง รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที เมื่อเห็นภาพชายวัยกลางคนในชุดข้าราชการสีกากีเดินตามหลังคุณพ่อของเธอขึ้นมาบนเวที เพลงขวัญจำชุดและแฟ้มเอกสารปกครุฑนั้นได้แม่นยำ เพราะอดีตเธอเคยเข้าฉากถ่ายละครตอนจดทะเบียนสมรสกับพระเอกมาแล้ว

“นี่มันอะไรกัน จดทะเบียนสมรสอะไร ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” หญิงสาวพึมพำออกมาเสียงสั่น ไม่ได้ต้องการเอ่ยถามใครเป็นการเฉพาะเจาะจง

“ไปถามคุณพ่อคุณดูสิ” ปริญญ์ตอบเรียบ ๆ เพราะคิดว่าเธอถามเขา

“ฉันไม่ได้ถามนาย” เพลงขวัญหันไปตวาดพร้อมกับส่งสายตาจิกกัด ก่อนจะรีบผุดลุกขึ้น ก้าวฉับ ๆ เข้าไปหาบิดาที่กำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข

บทก่อนหน้า
บทถัดไป