บทที่ 6 สอนให้สู้คน

เสียงของฉันบอกเขาพร้อมกับใช้นิ้วมือตัวเองชี้ไปทางปืนที่อยู่ในมือเขาอีกข้างหนึ่ง ก็ฉันกลัวนิ เกิดปืนลั่นขึ้นมาแล้วจะทำยังไง ฉันไม่ตายก่อนหรอ

“กลัวหรอ?”

เขาถามฉันขึ้นมาอย่างขำๆ ก่อนที่จะนำปืนเก็บเข้าไปเหน็บไว้ตรงที่เอวพร้อมกับรอยยิ้มส่งมาให้ฉันเอง รอยยิ้มที่สดใสสวยสว่าง ฉันไม่เคยได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้มาเลย

มันก็เลยทำให้หัวใจของฉันเต้นรัวกับสถานการณ์แบบนี้

“กลัวสิใครจะไม่กลัวปืนบ้างล่ะ เอ่อ..ขอบใจนะที่ช่วยฉันจากเรื่องบ้าๆ พวกนั้น ถ้าเกิดไม่ได้นายฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นยังไงเหมือนกัน ฉันชื่อเจนิสนะ”

“อ๋อ ไม่เป็นไรชื่อโซฟัส”

เขาตอบฉันเสียงเรียบๆ

“ยิ่งดีที่ได้รู้นะโซฟัส”

หลังจากนั้นฉันกับโซฟัสก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ทุกๆ วันเขาก็คอยมารับส่งฉันจากการทำงานจนคนอื่นๆ คิดว่าฉันเป็นแฟนกับเขาเสียอีกและมันคงไม่แปลกถ้าหากฉันจะมีความรู้สึกดีๆ กับเขาไม่ใช่หรอ แล้วตอนนี้ฉันก็ได้รู้จักเพื่อนๆ ของเขาทั้งห้าคนครบหมดแล้ว ทุกๆ คนใจดีกับฉันมากและดูแลฉันเหมือนน้องสาวของตัวเอง

จนกระทั่งวันนี้เมื่อฉันถูกรุ่นพี่ที่ทำงานสาดน้ำเข้าใส่เต็มๆ ตัวเลย เนื่องจากพี่เขาหาว่าฉันอ่อยแฟนเขาอีกตามเคยในขณะที่ฉันเดินออกมาหน้าร้านโซฟัสก็มารับพอดี ก็เลยเห็นฉันในสภาพนั้นเต็มๆ ทั้งๆ ที่ฉันตั้งใจที่จะชิ่งหลบเขาอยู่แล้ว

“เกิดอะไรขึ้นเจนิสทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ?”

โซฟัสคงเห็นสภาพอันดูไม่ได้ของฉันแล้วสิถึงถามขึ้นแบบนี้ คำถามที่มาพร้อมกับเสียงโหดๆก่อนจะเค้นเอาคำตอบ

“คือ...ว่าเกิดเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยนะ ไม่มีอะไรจริงๆ นะโซฟัส”

ฉันตอบเขาเสียงเบาๆ ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาเพราะไม่อยากสบตาสีทองแดงของเขาให้มากนักไม่อยากจับได้ว่าโกหก

“ใส่ซะเดี๋ยวก็เป็นปอดบวมกันพอดี”

โซฟัสยื่นเสื้อแจ๊สเก็ตหนังสีดำให้ฉันใส่ทับกับเสื้อของพนักงานร้านหาร

“ขอบคุณนะ”

ฉันบอกขอบคุณเขาเบาๆ

“แล้วก็มานี่”

โซฟัสจับมือฉันก่อนจะเดินพาเข้าไปในร้านอาหารที่ทำงานอยู่ นี่อย่าบอกนะว่าเขาจะไปเอาเรื่องพนักงานรุ่นพี่คนนั้นเมื่อเข้ามาถึงในร้านอาหารเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีลูกค้าพอดี ทุกๆ คนต่างนั่งพักกันอยู่ที่โต๊ะเรียงรายแม้กระทั้งผู้จัดการร้าน

“เจนิส?”

เมื่อเห็นฉันเข้ามาทุกคนต่างเรียกชื่ออย่างพร้อมเพียงกันและมองมาที่ฉันอย่างเป็นจุดศูนย์กลาง

“ใครสาดน้ำใส่เธอ”

โซฟัสเริ่มเปิดประเด็นทันที

“คุณเป็นใคร ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยค่ะ ฉันเองแหละที่เป็นคนสาดน้ำใส่นังเจนิสมันชอบอ่อยแฟนฉัน!”

ผู้หญิงพนักงานรุ่นพี่คนนั้นเดินออกมาพร้อมกับจ้องสายตามองฉันอย่างแค้นเคือง เขาไม่กลัวโดนไล่ออกหรือไงทำไมถึงไปกล้าต่อปากต่อคำต่อหน้าเจ้านายแบบนี้

“ผมเป็นสามีเจนิสแล้วผมไม่พอใจมากที่คุณทำกับเธอแบบนี้!”

โซฟัสตอบออกไปอีกครั้งมันทำให้ฉันถึงกับตะลึงเมื่อเขาเรียกใช้คำว่า สามีมันเรียกให้ใจของฉันหวั่นไหวและเต้นแบบแปลกๆ ขึ้นมาอีกครั้ง

“ก็เป็นแค่พนักงานด้วยกันทำไมต้องแคร์ด้วย”

พนักงานรุ่นพี่ตอบอีกครั้ง

“งั้นแสดงว่าผมก็ทำกับคุณได้ใช่ไหม?”

ซ่า...

น้ำสีแดงในแจกันใบใหญ่ที่วางไว้ข้างโต๊ะถูกโซฟัสถือออกมาพร้อมกับรดไปที่ศีรษะของพี่พนักงานคนดังกล่าวทันทีต่อหน้าพนักงานคนอื่นๆ และต่อหน้าผู้จัดการร้าน

ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ได้แต่ยืนอึ้งในสิ่งที่กำลังเห็นนั้นรวมถึงตัวของฉันด้วย

“ผู้จัดการสมชายต่อไปกรุณาอบรมสั่งสอนพนักงานใหม่ทั้งหมดและไล่พนักงานคนดังกล่าวออกด้วย ก่อนที่ผมจะสั่งรื้อพนักงานในร้านนี้ใหม่!”

“ครับคุณโซฟัส”

จากนั้นโซฟัสก็เข้ามาจับมือฉันก่อนที่จะดึงให้เดินตามเขาออกไปจากนอกร้าน ก่อนออกจากร้านฉันได้ยินผู้จัดการสมชายได้ดุด่าพนักงานทุกคนก่อนที่จะบอกว่าโซฟัสคือพี่ชายของโซเฟียเจ้าของร้านอาหารที่ฉันทำงานอยู่ โซฟัสพาฉันขึ้นรถของเขาก่อนที่จะมาส่งที่ห้องพักของฉันฝนก็ตกลงมาอย่างหนักพอดี

ฉันจึงชวนเขาขึ้นมาที่ห้องและเอาเครื่องดื่มอุ่นๆ ให้เขาได้ดื่มก่อน จะให้เขาขับรถไปตอนนี้ก็คงไม่ไหวอันตรายเสียเปล่าๆ

“โดนข่มขู่หรือเอาเปรียบแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย”

ก่อนที่จะมีเสียงของเขาถามขึ้นมา

“ยอมทุกครั้งเลยหรือไง”

“ครั้งนี้แหละที่แรงก็เธอคงคิดว่าฉันอ่อยแฟนเธอที่มาทานข้าวมั้ง ทั้งๆ ที่ฉันก็แค่ไปเสิร์ฟอาหารกับพี่นิดเท่านั้น”

ฉันตอบเขาก่อนที่จะค่อยๆ คิด

“ครั้งนี้แรงแสดงว่าโดนแกล้งหลายครั้งแล้วทำไมถึงไม่คิดโต้ตอบบ้าง อย่ามัวแต่ยอมสิเจนิส”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป