บทที่ 5: คุณไม่สามารถนอนในห้องของฉัน
คำพูดของเอิร์นประโยคเดียว ดึงดูดความสนใจของกลุ่มเพื่อนที่อยู่รายล้อมไนน์ได้ในทันที
หนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า “พี่ไนน์ เขาบอกว่าที่พี่พูดมันไร้สาระ แถมยังบอกว่าพี่จะแพ้อีกด้วย...”
เมื่อถูกเพื่อนฝูงพากันหยอกล้อ ไนน์ก็ได้แต่ลอบกัดริมฝีปากตัวเองเงียบ ๆ
เขาจะพูดได้ไหมว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาอยู่ในวงการมอเตอร์ไซค์แล้วได้เจอกับผู้หญิงที่หยิ่งยโสขนาดนี้?
“พี่ไนน์ ผู้หญิงคนนี้ท้าทายพี่ขนาดนี้แล้วนะ ถ้าพี่ไม่แสดงฝีมือให้เห็น เธอคงมองพี่เป็นแค่แมวป่วยแน่”
“พี่ไนน์ จัดการเธอเลย จัดให้หนักจนกว่าเธอจะยอมศิโรราบ”
เสียงยุยงปลุกปั่นจากกลุ่มเพื่อนช่วยให้ไนน์เรียกความมั่นใจกลับมา เขายิ้มเยาะพลางจ้องมองเอิร์นในชุดนิรภัยเต็มยศ ก่อนจะชี้หน้าเธออย่างอวดดี “ผู้หญิงอย่างเธอ ตายแน่...”
เอิร์นขี้เกียจจะสนใจไนน์แล้วหันมาตรวจเช็กอุปกรณ์ของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์ในท่าที่พร้อมจะลุยได้ทุกเมื่อ
ในไม่ช้า ไนน์ก็สวมชุดป้องกันของตัวเองเสร็จเรียบร้อย เขาบิดมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ผ่านการดัดแปลงมาอย่างดีไปจอดเทียบที่เส้นสตาร์ท ทะยานขึ้นมายืนเคียงคู่กับเอิร์น บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยกลิ่นอายการเชือดเฉือนที่ยากจะบรรยาย
เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น มอเตอร์ไซค์ของคนทั้งสองก็พุ่งทะยานออกจากเส้นสตาร์ทราวกับลูกศร
มอเตอร์ไซค์ของไนน์เป็นรถที่ผ่านการดัดแปลงมาแล้ว เพราะทุ่มเงินไปจำนวนมาก สมรรถนะของรถจึงยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
ส่วนรถของเอิร์นคันนี้เป็นของมาร์ค ฐานะทางบ้านของมาร์คไม่ค่อยดีนัก สมรรถนะรถของเขาจึงค่อนข้างธรรมดา ทว่ามาร์คมักทุ่มเทดูแลรถอยู่เสมอ เมื่อบวกกับทักษะระดับเทพของเอิร์น ทำให้ในช่วงแรกระยะห่างของทั้งสองคนยังไม่ทิ้งกันมากนัก
เมื่อเห็นว่าเอิร์นตามหลังตัวเองอยู่ ไนน์ก็แอบดีใจอยู่ในใจ
เขาเป่านกหวีดกวนประสาทใส่เอิร์นอย่างยโสขณะทะยานอยู่บนรถ
เอิร์นถึงกับขำในความไร้เดียงสาของเขา
ร่างของคนทั้งสองพุ่งทะยานไปข้างหน้า ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเชียร์ไนน์จากกลุ่มเพื่อนอย่างสนุกสนาน
ทุกคนคิดว่าไนน์ต้องชนะแน่นอน แม้แต่มาร์คเองก็รู้สึกว่าเอิร์นคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไนน์แน่ ๆ
เมื่อวิ่งครบรอบแรก ระยะห่างระหว่างเอิร์นกับไนน์ก็ใกล้เคียงกันมากจนแทบไม่ต่าง เมื่อเห็นว่าเอิร์นไล่ตามมาติด ๆ หน้าผากของไนน์ก็เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาด้วยความร้อนใจ
เขาแทบไม่เชื่อสายตาว่าผู้หญิงคนนี้จะรีดสมรรถนะรถธรรมดา ๆ ให้พุ่งพล่านได้มหาศาลขนาดนี้
เขาสะกดกลั้นใจรักษาสมาธิอย่างหนัก แต่น่าเสียดายที่ความร้อนรนทำให้เขาเริ่มสูญเสียการควบคุม
เมื่อเริ่มรอบสุดท้าย เอิร์นก็เริ่มเร่งความเร็ว มอเตอร์ไซค์ใต้ร่างของเธอราวกับติดเทอร์โบ พุ่งแซงมอเตอร์ไซค์ของไนน์ไปข้างหน้าพร้อมเสียงคำราม
ฝูงชนรอบสนามพากันกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึง ไม่ยากจะเชื่อว่าไนน์จะถูกแซงหน้าไปง่าย ๆ แบบนี้
หลังจากแซงไนน์ไปแล้ว เอิร์นก็ไม่ได้ประมาท เธอเร่งคันเร่งพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หนึ่งนาทีต่อมา เธอดริฟต์อย่างสวยงามและนำมอเตอร์ไซค์ของเธอจอดที่เส้นชัยได้อย่างมั่นคง
หลังจากที่เธอจอดรถได้เกือบครึ่งนาที ไนน์ถึงได้ขี่มอเตอร์ไซค์ของเขาตามมาถึงอย่างช้า ๆ
“แพ้แล้ว พี่ไนน์แพ้จริง ๆ เหรอ?”
“นั่นสิ เทพเจ้าแห่งการแข่งขันอย่างพี่ไนน์แพ้ได้ยังไง? เป็นไปได้ยังไง?”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน เก่งเกินไปแล้ว”
...
เมื่อเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน เอิร์นกลับรู้สึกเฉย ๆ แต่มาร์คกลับวิ่งมาหาเอิร์นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“เจ๊ เจ๊สุดยอดมาก เราชนะแล้ว เราชนะแล้ว...”
เอิร์นยักคิ้วให้มาร์ค ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปหาไนน์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ไนน์ดูหดหู่เล็กน้อย เขาไม่กล้าสบตาเอิร์นตรง ๆ เพราะจนถึงตอนนี้เขายังแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิง
“คุณไนน์ คุณกับมาร์คมีเดิมพันกันอยู่ คุณแพ้แล้ว กรุณาโอนเงินห้าล้านเข้าบัญชีของมาร์คด้วยค่ะ”
ไนน์เชิดคอขึ้นแล้วพูดว่า “ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องห่วง ฉันไม่โกงเขาสักบาทเดียวหรอก”
เอิร์นมองท่าทางของไนน์แล้วรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
เพราะสำหรับการจัดการคนอย่างไนน์ ไม่มีอะไรจะสะใจไปกว่าการทำให้เขาเสียทั้งเงินและเสียหน้าอีกแล้ว
เอิร์นไม่ได้พูดอะไรกับไนน์อีก เธอโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วหันหลังเตรียมจะจากไป ก่อนไป เธอยกนิ้วกลางให้ไนน์อย่างดูถูกเหยียดหยาม
ในเมื่อตอนแข่งเขาเป่านกหวีดกวนประสาทเธอได้ การชูนิ้วกลางตอบกลับไปตอนนี้ก็ถือว่าหายกัน
ท่ามกลางสายตาที่โกรธเกรี้ยวของไนน์ เอิร์นก็ขี่รถจากไป
ส่วนมาร์ค เมื่อเอิร์นจากไปแล้ว เขาก็ถูกฝูงชนรุมล้อมทันที
“มาร์ค ราชินีนักแข่งที่นายเชิญมานี่เป็นใครเหรอ? แนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”
“มาร์ค ฉันเลี้ยงข้าวนายเลย นายช่วยเป็นสะพานให้ฉันหน่อยสิ ฉันอยากจะขอเธอเป็นอาจารย์”
“มาร์ค...”
ในชั่วพริบตา มาร์คที่เคยถูกทุกคนเหยียบย่ำจนจมดินก็กลับมาผงาดขึ้นได้
เอิร์นขี่มอเตอร์ไซค์มุ่งหน้ากลับบ้านตระกูลศิริบูรณ์ด้วยความอารมณ์ดี มือเรียวบังคับแฮนด์รถไว้อย่างมั่นคง
ในขณะนั้น เจย์ที่เพิ่งเสร็จจากงานเลี้ยงกำลังนั่งอยู่ในรถหรูของเขา ทันทีที่เสียงท่อดังกระหึ่มพุ่งผ่านไป ร่างบอบบางที่ดูปราดเปรียวและเท่บนมอเตอร์ไซค์นอกหน้าต่างก็ดึงดูดสายตาเขาไปในทันที
ในไม่ช้า เอิร์นก็เลี้ยวรถ และร่างของเธอก็ค่อย ๆ หายไปจากสายตาของเจย์
เอิร์นนำมอเตอร์ไซค์ของมาร์คไปเก็บไว้ในโรงรถของเขา จากนั้นจึงเรียกรถแท็กซี่กลับบ้าน
ตอนสี่ทุ่ม เมื่อเธอก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น เจย์ก็กลับมาถึงบ้านแล้ว
เจย์ที่ดูเหมือนจะดื่มมานิดหน่อยมีท่าทางมึนเมาเล็กน้อย เมื่อเห็นเอิร์นกลับบ้านดึกขนาดนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็ปรากฏร่องรอยความไม่พอใจเล็กน้อย
“เอิร์น ทำไมเธอกลับมาดึกขนาดนี้?”
เจย์ซักไซ้เอิร์นด้วยน้ำเสียงราวกับเป็นผู้ปกครอง
สำหรับเอิร์น เขาเป็นเพียงหนึ่งในคู่ดูตัวเท่านั้น เธอจึงนึกสงสัยว่าเขาเอาสิทธิ์อะไรมาทำตัวเป็นผู้ปกครองซักไซ้เธอแบบนี้
แต่เมื่อพิจารณาว่าตอนนี้ตัวเองอาศัยอยู่ที่บ้านของเขา และเจย์ก็เป็นลูกคนโตของตระกูลศิริบูรณ์ เธอจึงเลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด
เธอจึงปั้นเรื่องโกหกไปว่า “วันนี้ไปโรงเรียนวันแรกเลยไปกินข้าวทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่มาค่ะ... พี่เจย์ หนูทำอะไรผิดเหรอคะ?”
เดิมทีเจย์ตั้งใจจะเตือนเอิร์นว่าต่อไปอย่ากลับดึกแบบนี้
แต่พอถูกเอิร์นเรียก “พี่เจย์” เข้าไป น้ำเสียงที่เขาตั้งใจจะตำหนิก็อ่อนลงทันที
เขามองหน้าเธอพลางส่ายหน้า “เปล่า พี่แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ... คราวหน้าก็ระวังหน่อย กลับให้เร็วกว่านี้”
“ค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ”
เอิร์นพูดจบก็ถือกระเป๋านักเรียนของเธอขึ้นไปชั้นบน และตรงไปยังห้องที่เธอนอนเมื่อคืนนี้
เจย์รีบร้อนขึ้นมา เขาเตือนเอิร์นว่า “เธอจะนอนในห้องของพี่ไม่ได้นะ...”
