บทที่ 11 อุบัติเหตุ
เสียงเพลงดังสนั่นท่ามกลางแสงสีในผับ ธันเมธดื่มเหล้าไม่หยุด ฉลองกำไรไตรมาสแรกของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ตัวเองเป็นหุ้นส่วน เพื่อนๆ ต่างพากันเติมเหล้าไม่ยั้ง ขณะที่แนวโน้มลูกค้าในผับแห่งนี้ก็มีมากขึ้น ทำกำไรมหาศาล เขากำลังวางแผนเปิดผับอีกแห่งที่ชานเมือง
“มึงเก่งจริงๆ ว่ะไอ้ธาม มาๆ ชนๆๆๆ” ทีปกรชมเพื่อน ยกแก้วเหล้าชูขึ้นสูงแล้วชวนทุกคนมาชนแก้ว
“ไม่หรอก งานสำเร็จได้เพราะพวกเราช่วยกัน มึงเองก็หาลูกค้าเก่ง” ธันเมธไม่ยอมรับคำชมคนเดียว เขาพูดถึงข้อดีของเพื่อนๆ ที่เป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจร่วมกัน
“ไม่ต้องถ่อมตัวไอ้ธาม ใครจะไปคิดวะว่ามึงจะบริหารงานเก่งแบบนี้ เดือนหน้าจะเปิดผับอีกแห่ง เราต้องพากันรุ่ง” ทีปกรหันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มเขามีเพื่อน 5 คน แต่ละคนมีความถนัดต่างกัน นิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็ทำธุรกิจและอยู่ด้วยกันได้
“ดีอยู่แล้ว มีหัวเรืออย่างไอ้ธาม ยังไงเราก็สบาย” ปณัยตบบ่าเพื่อนดังป้าบๆ ธันเมธยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม จากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นเรื่องการวางแผนงานต่างๆ ทั้งเมาทั้งคุยงานจนกระทั่งดึกดื่น คืนนี้ธันเมธขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มา พอดื่มกินเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขา
“ไอ้ธาม ขี่รถกลับบ้านดีๆ” ราชินทร์บอกเพื่อน สภาพตัวเขากับคนอื่นๆ ก็เมามากไม่ต่างกัน
“โอเค พวกมึงก็กลับกันดีๆ ล่ะ” เขาบอกกับทุกคนก่อนจะสตาร์ตรถขับออกไป
ระหว่างทาง ธันเมธขับด้วยความเร็วไม่มากนัก จนกระทั่งถึงทางโค้ง สายตาของเขาพร่าเลือน ขับแหกโค้งไปชนกับเสาไฟโครมใหญ่ ร่างกระเด็นไปกระแทกเสาไฟก่อนจะตกลงมาที่พื้น ความเจ็บที่ท่อนขาด้านขวาและข้อมือซ้ายทำให้เขาได้สติ สร่างเมาทันที ทั้งเจ็บทั้งปวดมากจนต้องส่งเสียงร้องโอดโอยออกมา
“กรี๊ด! รถชน รถชนเสาไฟฟ้า” เสียงคนที่อยู่ละแวกนั้นดังขึ้น รถที่ขับตามหลังมาจอดกลางทาง หลายๆ คนต่างวิ่งกรูกันเข้ามาดูเขา
“ตายไหม ชนแรงมากเลยนะ”
“ยังดีที่ใส่หมวกกันน็อก เรียกกู้ภัยเร็ว!”
ชาวบ้านต่างวิ่งเข้ามามุงดู รีบช่วยถอดหมวกกันน็อกของเขาออก เขานอนบิดไปบิดมาด้วยความเจ็บปวด จนกระทั่งได้ยินเสียงรถกู้ภัยดังขึ้น
“เจ็บตรงไหนบ้างครับ”
“ขา... เจ็บขา...” เขาบอกเสียงเบา
“นอนเฉยๆ อย่าเพิ่งขยับเยอะ”
จากนั้นร่างของเขาก็ถูกนำขึ้นรถกู้ภัย พาไปส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางสิ่งที่เขาคิดถึงอย่างเดียวคือเด็กสาวที่อยู่บ้าน เขาจะบอกเรื่องนี้กับเธอยังไงดี...
กานต์สินีมาอยู่บ้านของธันเมธได้เกือบเดือนแล้ว แต่ละวันเธอจะทำอาหารเช้า ชงกาแฟเผื่อเขาเสมอ ส่วนตอนเย็นเธอจะทำกับข้าวไว้ให้เขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะกลับบ้านดึก ไม่ทำงานดึกก็ปาร์ตีจนดึก วันไหนเมามาก็จะนอนโซฟา ช่วงที่เธอทำการบ้านเสร็จดึกแล้วลงมาดื่มน้ำหรือดื่มนม มักจะเห็นเขานอนเมาอยู่แบบนั้น อดไม่ได้ที่จะปลุกแล้วคอยพยุงพาขึ้นห้อง เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง บอกหลายครั้งแล้วว่าถ้าเมาไม่ให้ขับรถกลับบ้าน แต่เขาก็ดื้อเสียเหลือเกิน
คืนนี้ก็เช่นเดียวกัน เธอนั่งมองนาฬิกา ตอนนี้ตี 2 แล้วแต่เขายังไม่กลับบ้านอีก เธอทำการบ้านจนเสร็จหมดแล้ว นั่งอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน กำลังจะเข้านอน แต่ก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้ เดินลงมาที่ห้องรับแขก ยังไม่เห็นเขากลับบ้านเลย ไม่รู้ทำไม วันนี้เธอร้อนใจแบบแปลกๆ นั่งได้พักเดียวเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ คุณเฟย์ใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ จากที่ไหนคะ”
“ดิฉันโทรมาจากโรงพยาบาลนะคะ ตอนนี้คุณธันเมธประสบอุบัติเหตุค่ะ”
“อะไรนะคะ!” เธอร้องอุทาน มือไม้สั่นไปหมด ความทรงจำวันที่พ่อกับแม่เกิดอุบัติเหตุย้อนกลับมาอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นรุนแรงมากขึ้น มือที่สั่นอยู่แล้วเย็นเฉียบ เหงื่อออกไปทั่วกาย
“คุณธันเมธประสบอุบัติเหตุ รถมอเตอร์ไซค์ชนกับเสาไฟฟ้า ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล คุณธันเมธฝากให้ดิฉันโทรมาบอก...”
“หนูจะรีบไปเดี่ยวนี้ค่ะ” เธอกดวางสายแล้วรีบวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ตอนนี้ดึกมากแล้ว เธอต้องเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน รอรถไม่นานเท่าไหร่ รถก็มารับเธอที่หน้าบ้าน เธอขึ้นรถด้วยความร้อนใจ
