บทที่ 14 อ่อนโยนกับน้องคนเดียว

“พูดกับสาวล่ะเสียงอ่อนเสียงหวาน ทีพูดกับเพื่อนเหมือนจะแดกหัว” ทีปกรหมั่นไส้ อดแซวไม่ได้

“พูดมากว่ะ พวกมึงกลับบ้านกันไปได้แล้วไป” ธันเมธเริ่มไล่เพื่อน เขารำคาญในความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนนัก ยิ่งเห็นสายตาที่พวกมันมองเด็กสาวด้วยแล้วยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด

“เออๆ พวกกูหมดประโยชน์แล้วก็ไล่เลยนะ”

“นั่นน่ะสิ มีคนเฝ้าแล้วนี่!”

“พวกมึงตัดพ้ออะไรกัน รีบกลับไปหลับไปนอนกันได้แล้ว กูไม่เป็นอะไรแล้ว” ธันเมธทำตาดุ

“โอเคๆ พวกกูกลับแล้วก็ได้ เฟย์... เราแลกเบอร์กันไหม เผื่อมีอะไรจะได้โทรหากัน” ราชินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จะขอแลกเบอร์แลกไลน์กับกานต์สินี แต่เสียงที่ไม่พึงประสงค์ก็ดังขึ้นก่อน

“ไม่ต้อง! มีอะไรมึงก็โทรหากู จะไปโทรหาเฟย์ทำไม” ธันเมธชักเริ่มปวดหัวกับพวกเพื่อนบ้าแล้ว นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เขาไม่อยากให้พวกมันรู้ว่าตอนนี้เขามีผู้หญิงอีกคนในความดูแล ไม่อยากให้พวกมันมาเจ๊าะแจ๊ะเธอ

“หวงซะด้วย... เออๆ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวกูโทรหามึงก็ได้ ไปแล้วนะ” ราชินทร์พูดอย่างหงุดหงิดแล้วพาคนอื่นๆ ออกจากห้องไป ก่อนออกจากห้อง ปณิธานหันมามองกานต์สินี ยังไม่ทันจะพูดแต่ต้องหุบปากลงก่อนเพราะเห็นสายตาพิฆาตจากคนเจ็บที่อยู่บนเตียง

เมื่อประตูห้องปิดลง กานต์สินีก็จับมือของชายหนุ่มเอาไว้แน่น น้ำตาของเธอไหลลงมาอีกแล้ว ธันเมธรู้สึกผิดเต็มอก ไม่น่าทำให้เธอเป็นห่วงขนาดนี้เลย ตัวเองเจ็บตัวน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไม่อยากให้เธอต้องมานั่งร้องไห้เสียใจเพราะเขา

“ทีหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะคะ พี่ธามรู้ไหมว่าตอนที่เฟย์รับโทรศัพท์จากพยาบาล เฟย์ตกใจมาก เฟย์กลัวมากว่าพี่ธามจะเป็นอะไรไปเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่เฟย์”

“โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ร้องแล้วนะ พี่จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว ไม่ต้องร้องไห้แล้ว เดี๋ยวก็ตาบวมอีก” เขาเอื้อมมือข้างที่ไม่เจ็บมาเช็ดน้ำตาให้เธอ เธอพยักหน้าน้อยๆ พยายามกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้น

“พี่ธามดื่มน้ำหน่อยไหมคะ”

“อืม...”

กานต์สินีรินน้ำใส่แก้วยื่นให้เขาดื่ม เขารับมาดื่มแล้วนอนลงอย่างเหนื่อยอ่อน ร่างกายระบมไปหมดทุกส่วน เจออุบัติเหตุครั้งนี้ไปเล่นเอาเขาเข็ดตลอดชีวิต ไม่เอาแล้วเมาแล้วขับ

“พี่ธามคงเจ็บมาก...”

“อือ... ไม่เป็นไรหรอก เธอไปนอนพักได้แล้ว พี่เองก็จะนอนแล้วเหมือนกัน” เขาบอกแล้วค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ กานต์สินีเดินไปปิดไฟ เธอทิ้งตัวนอนที่โซฟาข้างเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มจนถึงหน้าอก เผลอครู่เดียวเธอก็หลับส่งเสียงลมหายใจดังสม่ำเสมอ ธันเมธลืมตาขึ้น เขาทอดมองร่างของหญิงสาวฝ่าความมืดมิดของห้อง แม้เห็นตัวเธอไม่ชัดแต่ก็เป็นความอุ่นใจแบบแปลกๆ ถ้าไม่มีเธอ คนที่นอนตรงโซฟาคงจะเป็นเพื่อนในคนใดคนหนึ่งในกลุ่ม แต่ความเป็นผู้ชายทะโมนเหมือนกัน จะละเอียดรอบคอบอ่อนโยนเท่าผู้หญิงเป็นไปไม่ได้

เสียงบทสนทนาดังขึ้น ทำให้หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ตอนนี้สมองเธอมึนงงไปหมด เธอขยี้ตาเล็กน้อย พอลืมตาขึ้นถึงกับลุกนั่งพรวด ทั้งหมอทั้งพยาบาลอยู่กันเต็มห้องไปหมด ธันเมธหันมามองเธอแล้วก็หันกลับไปคุยกับหมอต่อ

“ผมต้องเข้าเฝือกแบบนี้นานเท่าไหร่ครับ” ธันเมธถาม คิ้วเข้มของเขาขมวดขึ้น สีหน้ากังวลไม่น้อย

“ประมาณ 8 สัปดาห์ครับ ถึงตอนนั้นค่อยมาดูกันอีกทีว่ากระดูกต่อกันดีหรือไม่ ถ้าดีขึ้นแล้วก็เอาเฝือกออกได้เลย ส่วนอาการอย่างอื่นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ข้อมือด้านซ้ายที่ซ้น ผมให้ยาแก้ปวดลดอักเสบ แผลฟกช้ำตามร่างกายก็ทายานะครับ ช่วงนี้พักผ่อนให้มากๆ พรุ่งนี้คงจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”

“ขอบคุณมากครับ”

หมอกับพยาบาลเดินออกจากห้องไปแล้ว กานต์สินีลุกขึ้นมาดูอาการชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง ทุกสิ่งที่เธอกำลังคิดหรือรู้สึกถูกแสดงออกผ่านดวงตาคู่โตของเธอ

“เฟย์หลับสนิท ตื่นสายเลย”

“ไม่เป็นไร เมื่อคืนคงเพลีย ไปนอนต่อเถอะ”

“เฟย์ไม่ง่วงแล้วค่ะ คุณหมอว่ายังไงบ้างคะ”

“ขาหักนั่นแหละ ใส่เฝือก 8 สัปดาห์ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรน่าห่วง เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้กลับบ้านของเรากันแล้ว”

คำว่า ‘บ้านของเรา’ ทำให้กานต์สินีรู้สึกใจเต้นผิดปกติ เธอมองสบดวงตาคมของชายหนุ่มอย่างต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม แต่สิ่งที่ได้มีเพียงรอยยิ้มจากเขาเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป