บทที่ 3 สมาชิกใหม่ของบ้าน
“แม่ขอร้องลูกสักครั้ง แม่สงสารน้องเขา ช่วยดูแลน้องเขาในระยะเวลาสั้นๆ แค่นั้นเอง หลังจากนี้ลูกจะทำอะไรก็ตามใจลูก แม่จะไม่บังคับ ไม่มายุ่งวุ่นวายกับลูกอีก” จิตราภรณ์ขอร้อง พอเห็นผู้เป็นแม่มีหน้าเครียดน้ำตาเริ่มคลอหน่วยก็ทำให้เขาใจอ่อน
“แค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นนะครับ”
“ใช่ รบกวนแกไม่ถึงปีหรอก” ธารินทร์ตอบ คิ้วเข้มที่ขมวดขึงเริ่มคลายออก
“โอเค ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยืนยันแบบนี้ก็ได้ ผมให้น้องมาอยู่ด้วยก็ได้”
“ถ้าน้องมาอยู่กับแก พ่อขออะไรหน่อยได้ไหม”
“ทำไมคุณพ่อขอผมเยอะจัง ขอให้น้องมาอยู่บ้านผมแล้วยังจะขออะไรอีก”
“พ่อขอให้แกรักและเอ็นดูเฟย์เหมือน ‘น้องสาว’ แท้ๆ ห้ามคิดเป็นอย่างอื่น ห้ามทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ”
“นี่คุณพ่อกำลังคิดอะไรอยู่ อย่างผมเนี่ยนะจะไปทำอะไรน้องเขา ผมไม่มีทางทำเรื่องอย่างว่ากับลูกสาวเพื่อนสนิทคุณพ่อคุณแม่หรอก ผู้หญิงสาวๆ สวยๆ มีให้เลือกตั้งเยอะแยะ!” ธันเมธแทบสบถออกมาเมื่อรู้ความคิดของบิดา ธารินทร์ได้ยินแบบนี้แล้วก็ถอนหายใจโล่งอก
“คิดได้แบบนี้ก็ดี พ่อจะได้สบายใจ”
กานต์สินีทยอยเก็บเสื้อผ้าตัวเองใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ระหว่างที่พับผ้า น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุด ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะต้องย้ายออกจากบ้านอันแสนอบอุ่นไปอยู่บ้านคนอื่น จริงอยู่ที่บ้านหลังนี้กลายเป็นมรดกหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต แต่คุณลุงกับคุณป้าเห็นว่าคงไม่เหมาะที่จะให้เธออยู่บ้านหลังนี้คนเดียว จึงให้เธอย้ายไปอยู่บ้านของธันเมธ ลูกชายคนเล็กของพวกเขา รอให้เธอเรียนจบม.ปลายแล้วค่อยย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศ
ความโดดเดี่ยวทำให้คนดีๆ แทบจะกลายเป็นคนบ้า ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียชีวิต เธอกินอะไรไม่ลงเลย ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน แม้จะพยายามประคับประคองสติ แต่ก็ทำได้ไม่ดีนัก ธารินทร์กับจิตราภรณ์มองดูเด็กสาวด้วยความสงสาร
“มีอะไรให้ป้าช่วยไหมลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเก็บเสร็จแล้ว” เธอบอกก่อนจะปิดกระเป๋าเสื้อผ้า ธารินทร์มองเด็กสาวที่สวมชุดสีดำแล้วเม้มริมฝีปากแน่น ได้แต่ภาวนาขอให้ลูกชายคนเล็กรักและเอ็นดูเธอก็พอ ชีวิตของเธอไม่เหลือใครแล้ว
“งั้นเราไปกันเถอะ รีบไปเก็บของ เดี๋ยวตอนเย็นต้องไปจัดการงานศพอีก”
“ค่ะ”
ธารินทร์ขับรถพาเธอไปยังบ้านหลังหนึ่ง อยู่ในหมู่บ้านหรูหราในกรุงเทพ ที่นี่อยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนของเธอเท่าไหร่นัก เมื่อรถเลี้ยวเข้าไปในบ้าน เธอกวาดสายตามองรอบๆ บ้าน เห็นสระน้ำขนาดกลางอยู่ข้างๆ บ้านหลังนี้มีสองชั้น ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป ธารินทร์ลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตเข้าไปในบ้าน เธอเดินตามเข้าไปติดๆ
“ธาม!” ธารินทร์ตะโกนเรียกลูกชาย ครู่เดียวเขาก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาจากชั้นสอง กานต์สินีเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็คสีดำเดินลงมา ผมเผ้าของเขาดูยุ่งๆ ขณะที่เขาเองก็มองเธอเช่นเดียวกัน
ดวงตาคมของชายหนุ่มไล่สายตามองเด็กสาว ชั่วแว๊บเกิดความสงสารขึ้นมาทันที ใบหน้าของเธอดูหม่นหมองจนไม่เหลือเค้าโครงความน่ารัก ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วบวมเป่ง แพขนตายาวเปื้อนคราบน้ำตา ดูแล้วสะบักสะบอมพอสมควร เขาเม้มริมฝีปากกลืนคำพูดที่คิดว่าจะพูดออกไป
“นี่เฟย์ ลูกสาวของเพื่อนสนิทพ่อเอง เฟย์... นี่พี่ธาม คนที่จะดูแลเฟย์จนเรียนจบม.ปลาย” ธารินทร์แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน กานต์สินียกมือไหว้ผู้ที่อายุมากกว่าด้วยความนอบน้อม รู้สึกเกรงใจเขาเหลือเกิน แต่ว่าตอนนี้เธอเองก็ไม่มีที่พึ่ง ธันเมธดึงหน้าตึง เบือนสายตาไปทางอื่น ทำท่าทางหงุดหงิดรำคาญให้หญิงสาวได้เห็น กานต์สินีเห็นอาการท่าทีของเขาก็รู้ทันทีว่าเขาเองคงไม่เต็มใจให้เธออาศัยอยู่ที่นี่เท่าไหร่นัก
“เฟย์มารบกวนพี่ธามแล้ว...”
