บทที่ 5 วันฌาปนกิจ

วันฌาปนกิจศพพ่อกับแม่ของกานต์สินีถูกจัดขึ้นใน 3 วันถัดมา กานต์สินีแทบหมดเรี่ยวหมดแรงเดิน เหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ ธันเมธเห็นสภาพหญิงสาวแล้วทนดูไม่ได้ ต้องเข้าไปช่วยดูแลแขกเหรื่อในงาน เป็นธุระจัดการพิธีต่างๆ เช่นเดียวกับธารินทร์และจิตราภรณ์ ตอนที่ร่างของทั้งคู่เข้าสู่เมรุเผาศพ กานต์สินีร้องไห้แทบขาดใจ ธันเมธต้องเข้ามาประคองเอาไว้อย่างใกล้ชิด

“ธาม ช่วยดูแลน้องหน่อยนะ พ่อกับแม่จะไปส่งแขก” ธารินทร์บอกกับลูกชาย ธันเมธพยักหน้ารับ เขาโอบกอดเธอเอาไว้แนบอกอย่างไม่นึกรังเกียจน้ำมูกน้ำตาที่ไหลออกมาจนเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขา ยอมรับเลยว่าตัวเขานั้นปลอบใจคนไม่เก่ง ยิ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ ไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือปลอบใจเธอยังไง ได้แต่นั่งกอดเธอเอาไว้จนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ตอนนี้แขกในงานกลับกันหมดแล้ว

“เราต้องกลับบ้านกันแล้ว” ธันเมธพูดกับหญิงสาว เธอร้องไห้จนเหนื่อยอ่อน แต่ก็พยักหน้ารับ พอจะลุกขึ้นก็เกิดหน้ามืดขึ้นมาทันที

“โอ๊ะ! เป็นอะไรไหม” ธันเมธเข้ามารับไว้ทัน กานต์สินีเอามือกุมขมับตัวเอง

“ไหวไหมลูก” จิตราภรณ์รีบเข้ามาดู

“ไหวค่ะ”

“ธาม พาน้องกลับบ้านได้แล้ว ช่วยหายาให้น้องกินด้วย เดี๋ยวคืนนี้พ่อกับแม่จะไปนอนด้วย” ธารินทร์บอกลูกชาย

“ครับ”

ธันเมธค่อยๆ ประคองเธอเดินไปที่รถ กานต์สินีเข้าไปนั่งในรถแล้วหลับตาแน่น เธอร้องไห้จนปวดหัวไปหมด ตอนนี้ร่างกายไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงอะไรเลย ธันเมธขึ้นรถนั่งประจำที่คนขับ ระหว่างทางเขาถือวิสาสะจับมือเธอเอาไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง เมื่อถึงบ้านแล้วเขาก็ให้เธอไปอาบน้ำ และให้เธอกินยานอนพักผ่อน

ยามที่เธอนอนหลับใหลอยู่บนเตียง เขาแอบเข้าไปในห้องของเธอ ตรวจดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่ ถ้าอาการของเธอไม่ดีขึ้น เห็นว่าเขาควรจะปรึกษาพ่อกับแม่พาเธอไปพบหมอ พอลงจากห้อง เขาก็พบว่าทั้งพ่อและแม่มาถึงบ้านแล้ว

“น้องเป็นยังไงบ้าง” จิตราภรณ์เห็นหน้าลูกชายแล้วเอ่ยปากถามทันที

“กินยาแล้วก็หลับไปแล้วครับ”

“พรุ่งนี้หลังลอยอังคารเสร็จ พ่อกับแม่จะต้องกลับชิลีแล้ว ฝากดูแลน้องด้วยนะ”

“ผมรู้แล้วครับ คุณพ่อย้ำแบบนี้กับผมทุกวัน วันละหลายรอบ ผมจำได้จนขึ้นใจแล้ว” ธันเมธพูดอย่างเบื่อหน่าย ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เขากลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำตั้งแต่เมื่อไหร่

“จำได้จนขึ้นใจแล้วก็ปฏิบัติตามด้วย อย่าให้รู้นะว่าแกไปรังแกน้อง” ธารินทร์ปรายตามองลูกชายคนเล็กอย่างไม่ไว้ใจ

“ถ้าคุณพ่อไม่ไว้ใจผมขนาดนี้แล้วจะเอาน้องมาฝากผมไว้ทำไมเนี่ย ทำไมไม่ไปฝากพี่ธารให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” เขาเริ่มน้อยใจ

“เพราะพ่อไม่มีทางเลือกไง พ่อรู้ว่าแกนิสัยเป็นยังไง ถ้าน้องทำตัวน่าเบื่อหรือน่ารำคาญ แกก็คิดว่าอดทนสักหน่อย ไม่ถึงปีน้องก็ไม่รบกวนแกแล้ว” ธารินทร์ย้ำอีก

“รู้แล้วๆ คุณพ่อคุณแม่ไปพักผ่อนเถอะ ผมก็จะไปอาบน้ำนอนแล้วเหมือนกัน พรุ่งนี้ต้องพาน้องไปเก็บกระดูก ไปลอยอังคารอีก” เขาพูดจบแล้วลุกขึ้นไปทันที ธารินทร์กับจิตราภรณ์หันมามองหน้ากัน พอลูกชายขึ้นบ้านไปแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มหารือกัน

“คุณว่าธามจะดูแลน้องได้จริงๆ ใช่ไหมคะ” จิตราภรณ์หันมาถามสามี

“ไม่กี่เดือนเอง คงไม่มีอะไรหรอก บางทีเราอาจจะเป็นห่วงและกังวลมากเกินไป ไม่แน่เด็กสองคนนี้อาจจะเข้ากันได้ดีก็ได้”

“ฉันก็หวังให้มันเป็นอย่างนั้นนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป