บทที่ 6 อ้อมกอดของพี่ชาย
หลังจากลอยอังคารปรีชาและศศิกานต์เสร็จเรียบร้อย กานต์สินีก็กลับมาพักที่ห้องของตัวเอง ธันเมธบอกเธอว่าเขาจะต้องไปทำงานต่อ ให้เธอนอนพักผ่อนและเตรียมไปโรงเรียนพรุ่งนี้ แต่สภาพจิตใจของเธอยังไม่ดีขึ้นเลย เธอคิดถึงพ่อกับแม่ การจากไปอย่างกะทันหันทำให้เธอตั้งรับไม่ถูก ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกัดกินหัวใจจนบอบช้ำไปหมด เธอร้องไห้จนหลับไป ตื่นขึ้นมาตอนเย็นก็ลงมาดื่มน้ำเปล่า ไม่นึกหิว ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
พอถึงเช้าอีกวัน เธอก็ไปโรงเรียนไม่ไหว เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้อง ธันเมธออกไปทำงานตอนสาย คิดว่าเธอคงจะไปโรงเรียนแล้ว แต่พอกลับมาถึงบ้าน ไฟในบ้านยังคงมืดสนิท เขาเดินขึ้นไปชั้นสอง ไปเคาะประตูห้องของเธอ
ก๊อกๆๆๆ
ประตูห้องนอนถูกเปิดออก สิ่งที่เขาเห็นคือร่างของหญิงสาวที่มีใบหน้าหมองคล้ำ ตาบวม นัยน์ตาแดงก่ำ ใบหน้ายังมีแต่คราบน้ำตาเต็มไปหมด เธอดูซูบผอมลงกว่าเดิมจนหน้าตอบ ผมยาวสีดำยุ่งไปหมด เธอยังคงอยู่ในชุดนอนตัวเดิม ดูแล้วยังไม่ได้อาบน้ำเลยด้วยซ้ำ
“เฟย์!” ธันเมธเรียกเธอด้วยน้ำเสียงดุๆ เธอสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา
“คะ?”
“วันนี้เธอไม่ได้ไปโรงเรียนเหรอ” เขาถามเสียงเครียด
“ค่ะ”
“ทำไมไม่ไปโรงเรียน หยุดเรียนมาเป็นอาทิตย์แล้ว”
“เฟย์... เฟย์... อึก... ฮือ...” เธอร้องไห้ออกมาอีก ธันเมธเห็นเธอร้องไห้แล้วก็ถอนหายใจ จะต้องจัดการกับหญิงสาวตรงหน้ายังไงดี
“พี่รู้ว่าเธอเสียใจที่ต้องสูญเสียพ่อกับแม่ไปพร้อมๆ กัน แต่เธอจะอยู่ในสภาพนี้ตลอดไปไม่ได้!” เขาดุ กานต์สินีเอามือปาดน้ำตาออกจากใบหน้า
“เฟย์รู้ แต่เฟย์หยุดร้องไห้ไม่ได้ ฮือ... เฟย์คิดถึงคุณพ่อคุณแม่”
“พี่เข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว มันย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ของเธอเสียชีวิตไปแล้ว แต่เธอยังมีชีวิตอยู่ต่อ ในเมื่อเธอยังมีชีวิตยังมีลมหายใจอยู่ เธอก็ต้องใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของเธอรู้ว่าเธออยู่ในสภาพแบบนี้ พวกท่านคงไม่มีความสุขในปรโลก”
“พี่ธาม...”
“ตั้งสติ คิดทบทวนตัวเองให้ดีนะเฟย์ คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูเธอมาอย่างดี เพราะอยากให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกท่านคงไม่สบายใจที่เห็นเธอเป็นแบบนี้” เขาย้ำกับเธออีก กานต์สินีเบะปาก ตรงเข้าไปสวมกอดเขาแนบแน่น ธันเมธตั้งตัวไม่ถูกเมื่อจู่ๆ ก็ถูกกอด เขายกมือขึ้นลูบแผ่นหลังที่สั่นสะท้านของเธออย่างปลอบใจ
“เฟย์จะไม่อยู่แบบนี้แล้ว เฟย์ผิดไปแล้ว แต่เฟย์เสียใจมากจริงๆ ฮือ...”
“พี่เข้าใจ ไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จะสั่งข้าวมาให้กิน” เขาค่อยๆ ดันตัวเธอออกจากอกตัวเอง เธอพยักหน้ารับแล้วหันกลับเข้าไปในห้อง ธันเมธปิดประตูห้องนอนของเธอ ปล่อยให้เธอทำธุระส่วนตัวแล้วลงไปสั่งอาหาร นั่งเคลียร์งานของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย เมื่ออาหารมาส่งที่บ้าน เขาก็จัดใส่จานเตรียมไว้ให้เธอ
กานต์สินีเดินลงมาด้วยชุดนอนเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นลายหมี ผมยาวๆ ของเธอถูกสระไดร์ส่งกลิ่นหอม ใบหน้าของเธอดูดีขึ้นกว่าเมื่อครู่ ธันเมธเห็นแล้วยิ้มออก
“มากินข้าวสิ เมื่อกี๊พี่ไม่ได้ถามว่าจะกินอะไร ก็เลยสั่งข้าวไก่ทอดมาให้ กินได้ไหม”
“กินได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แล้วพี่ไม่กินเหรอ” น้ำเสียงของเธอดีขึ้นกว่าเดิม
“พี่กินมาจากข้างนอกแล้ว”
กานต์สินีหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักข้าวกิน แม้ว่าเธอไม่อยาก แต่เขาก็บังคับให้เธอกินจนหมด ธันเมธนั่งมองหญิงสาวอย่างละเอียด เธอมีใบหน้าที่สวย สวยแบบหาที่ติไม่ได้ คิ้วเรียวเข้ม ดวงตากลมโต แพขนตายาวงอน จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากหยักลึกเป็นรูปกระจับ ใบหน้ารูปไข่ ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง แม้หน้าจะดูโทรม ใต้ตาหมองคล้ำ แต่ก็ดูออกว่าเธอสวย
“อิ่มแล้วก็กินยาแก้ปวดหัวสักหน่อย อ้อ... กินเมลาโทนินสักหน่อย จะได้หลับดีขึ้น จำเอาไว้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องกินข้าวให้เยอะ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้สนิท” เขาสอนเธอ กานต์สินีรับยามากินอย่างว่าง่าย
“กินเสร็จก็ไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวพี่เก็บจานล้างเอง”
“ขอบคุณมากเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไร แต่พรุ่งนี้พี่จะต้องเห็นเธอไปโรงเรียนแล้วนะ ถ้ายังไม่ไปโรงเรียนพี่จะจัดการเธอขั้นเด็ดขาด!” ธันเมธพูดเสียงดุ กานต์สินีเห็นท่าทางแบบนั้นของเขาแล้วก็หวาดกลัว
“ค่ะ พรุ่งนี้เฟย์จะไปโรงเรียน”
