บทที่ 8 ทำกับข้าวให้เธอกิน

“ถ้าอร่อยเฟย์จะทำให้พี่ธามกินทุกเช้าเลยค่ะ”

“ไม่เหนื่อยเหรอ ตื่นเช้ามาทำอาหารกินเองแบบนี้” เขาถาม เธอส่ายหน้า

“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ปกติตอนอยู่บ้านเฟย์จะช่วยคุณแม่เตรียมอาหารเช้าให้คุณพ่อแบบนี้ทุกวัน พี่ธามชอบกินอาหารแบบไหนคะ เฟย์จะได้ทำให้กิน” เธอถามอย่างกระตือรือร้น เมื่อคืนก่อนนอนเธอได้คิดทบทวนดูแล้ว สิ่งที่เขาพูดมานั้นถูกทุกอย่าง เธอต้องมีชีวิตให้ดี ให้สมกับที่พ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างดี วันนี้ทั้งพ่อและแม่ได้จากไปแล้ว เธอไม่เหลือใคร เหลือเพียงลมหายใจที่ยังอยู่ ตอนนี้เธอต้องมาอาศัยพึ่งพิงเขา เขาเป็นผู้มีพระคุณ ดังนั้นเธอจะต้องทำตัวให้มีประโยชน์ ไม่ทำให้เขารำคาญใจ

“พี่กินได้หมด แต่ปกติแล้วพี่จะไม่ค่อยกินมื้อเช้า”

“คุณพ่อเฟย์เป็นหมอ คุณพ่อบอกว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด หลังจากนี้เฟย์จะทำมื้อเช้าให้พี่ธามกินทุกวันเลย” เธอพูดอย่างสดใส แววตาดูมีความหวัง สำหรับเขามันเป็นเรื่องไร้สาระมาก มื้อเช้าหากินข้างนอกก็ได้ แต่ถ้ามันจะทำให้เธอมีกำลังใจในการลุกขึ้นมาใช้ชีวิต เขาก็ยินดีที่จะกินมื้อเช้าที่เธอทำ

“ได้สิ กาแฟหมดแล้ว พี่รบกวนเฟย์ช่วยชงกาแฟใส่แก้วเก็บความเย็นให้พี่หน่อยได้ไหม พี่จะเอาไปกินที่ทำงาน”

“ได้ค่ะ” กานต์สินีรีบลุกขึ้นไปชงกาแฟให้เขา พอแก้วเก็บความเย็นมาวางที่โต๊ะอาหาร เขาก็ลุกขึ้นเตรียมตัวไปทำงาน

“วันนี้พี่ต้องรีบไปประชุม ไปโรงเรียนเองได้ใช่ไหม”

“ได้ค่ะ”

“เงินพอใช้หรือเปล่า ให้พี่โอนให้ไหม หรือจะเอาบัตรเครดิตพี่ไปใช้”

“เฟย์มีเงินค่ะ อีก 2-3 วัน จะไปทำธุรกรรมการเงิน และประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุของคุณพ่อคุณแม่ คงจะมีเงินเข้ามาเพิ่ม พี่ธามไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้นะคะ”

“อืม... ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกพี่ได้ตลอดนะ พี่ไปทำงานก่อน”

“ค่ะ”

“เฮ้ย! ไอ้ธาม ทำไมวันนี้มาสายวะ” ทีปกร เพื่อนของเขาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเอ่ยทัก สีหน้าดูกวนอารมณ์ไม่น้อย ธันเมธไม่ตอบ เขานั่งหัวโต๊ะเปิดแฟ้มเอกสารในห้องประชุม

“กินกาแฟมาหรือยัง ให้เด็กไปซื้อให้ไหม” ราชินทร์ เพื่อนอีกคนถาม เขาส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่อ่ะ มีกาแฟแล้ว” เขายกแก้วเก็บความเย็นขึ้นมาดูดกาแฟแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในมือต่อ

“วันนี้มาแปลกว่ะ มีกาแฟติดมือมาด้วย” ทีปกรเอ่ยปากถาม ปกติจะเห็นธันเมธมาตัวเปล่า พอเข้าห้องประชุมได้ก็จะสั่งให้เด็กๆ ไปซื้อกาแฟร้านประจำทันที

“พูดมากว่ะ ประชุมกันได้แล้ว” ธันเมธตัดบทสนทนาอันไร้สาระออกไป ตัวเขาเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากอเมริกาได้ไม่กี่เดือน พอกลับมาเมืองไทยก็ลุยทำธุรกิจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจสถานบันเทิง โรงเรียนสอนดนตรี โรงเรียนสอนภาษา ฯลฯ และยังเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นด้วย เขาถนัดในเรื่องการบริหารธุรกิจ เพื่อนจึงวางใจให้เขาเป็นตัวหลักในการประชุมทุกครั้ง

เขาใช้เวลาในการประชุมทั้งวัน เพราะเพิ่งเปิดบริษัทกันใหม่ๆ มีเรื่องให้ต้องวางแผนกันเยอะ พอประชุมกันเสร็จก็พากันไปดูงานที่ผับต่อ ผับขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุง มีบริการครบครัน ช่วงค่ำเริ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทยอยกันเข้ามาแล้ว เขายืนดูจากชั้นสองของผับอย่างใช้ความคิด ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้

เขาไม่ได้บอกเฟย์ว่าคืนนี้จะกลับดึก... แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...

ธันเมธคิดในใจ คงไม่เป็นไรหรอก แต่ลึกๆ ก็นึกเป็นห่วง เธอเพิ่งสูญเสียพ่อแม่ไป อยู่คนเดียวจะโอเคหรือเปล่า พอห่วงมากเข้าก็ปลีกตัวเข้าไปในห้องพักส่วนตัวสำหรับเจ้าของผับ เขารีบกดโทรศัพท์โทรหาเธอทันที

“ค่ะพี่ธาม” เธอรับสายอย่างรวดเร็ว

“ค่ำแล้ว กินอะไรหรือยัง”

“ยังไม่ได้กินค่ะ เฟย์รอพี่ธามกลับบ้าน” เธอตอบ คำตอบของเธอทำให้เขารู้สึกผิด

“พี่ลืมบอกไปว่าพี่กลับดึก กินข้าวได้เลยไม่ต้องรอพี่ สั่งอาหารให้มาส่งที่บ้านสิ จะได้สะดวก”

“ตอนเย็นเฟย์แวะตลาด ซื้อของสด ซื้อกับข้าวมาแล้วค่ะ เฟย์ทำอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าพี่ธามกลับมาแล้วหิวก็เอากับข้าวในตู้เย็นมาอุ่นกินนะคะ” เธอบอก แม้จะเป็นประโยคธรรมดา แต่กลับทำให้เขารู้สึกแปลกในใจ ชีวิตเขาอยู่ตัวคนเดียวมาหลายปี ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 18 จนถึงตอนนี้อายุ 23 เป็นเวลา 5 ปีแล้วที่เขาใช้ชีวิตตัวคนเดียว กลับบ้านก็มักจะกินอาหารสำเร็จรูป แม้จะเคยมีแฟน แม้จะเคยพาสาวมานอนค้างที่บ้าน แต่ไม่เคยมีใครใส่ใจดูแลเรื่องอาหารการกินเหมือนเธอมาก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป