บทที่ 11 เธอรู้ความลับของฉันแล้ว

11 เธอรู้ความลับของฉันแล้ว

“ไม่! ฉันไม่อยากได้ ฉะ…ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว” พันทิวาปฏิเสธเสียงสั่น ทันใดนั้นหางตาก็เหลือบไปเห็นท่อนไม้วางอยู่ไม่ไกล ทำให้คิดอะไรบางอย่างออก

ถ้าไมทำอะไรสักอย่าง อาจจะไม่มีโอกาสได้หนีอีกเลย 

“ถ้างั้นก็ต้องให้ลูกน้องของฉันเป็นคนเลือก อย่างน้อยก็น่าจะพอแก้ขัดได้บ้าง” อนาคินแสยะยิ้มมุมปาก มือทั้งสองข้างยังล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง “หรือถ้าลูกน้องฉันไม่เอา ฉันก็อาจจะส่งเธอไปขายที่ซ่อง หน้าตาแบบนี้น่าจะขายได้ราคาดี”

ในความเงียบของโรงไม้ พันทิวานั่งนิ่งแต่ดวงตาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ถ้าเธอไม่สู้ก็ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็น อย่างน้อยตายในทะลก็ยังดีกว่าตายในซ่อง

ในจังหวะที่อนาคินกำลังจะเดินออกไป มือของเธอค่อยๆเอื้อมไปหยิบท่อนไม้ขึ้นมาแล้วกำไว้แน่น รอจังหวะที่เขากำลังจะเปิดประตู 

ปึก!!

“โอ้ยย!!!”

เสียงไม้กระแทกดังลั่น พันทิวาเหวี่ยงสุดแรงฟาดเข้าที่ศีรษะของเขาเต็มๆทำให้ร่างสูงทรุดฮวบลงบนพื้น 

“นะ…นี่มึงกล้าฟาดหัวกูหรอ อีผู้หญิงชั้นต่ำ!” 

พันทิวาทิ้งไม้แล้ววิ่งหนีสุดแรงที่มี โชคดีที่ไม่มีลูกน้องของเขาเฝ้าอยู่ด้านหน้าทำให้ทางสะดวก เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองกำลังวิ่งไปที่ไหน แต่วิ่งตามเสียงคลื่นทะเลมาเรื่อยๆ คิดว่าท่าเรือน่าจะอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้

“เฮ้ย!! มันหนีไปแล้ว”

เสียงลูกน้องของอนาคินตะโกนดังขึ้นด้านหลัง ทำให้เธอเร่งฝีเท้าจนสุดชีวิต 

“ไปจับมันมาเดี๋ยวนี้!”

หัวใจของพันทิวาเต้นแรงจนแทบระเบิด เท้าวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเจอทางลงไปท่าเรืออยู่ไม่ไกล

เสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังดังไล่ตามมาติดๆ เธอตัดสินใจกระโดดลงไปบนชายหาดจากความสูงที่สูงพอสมควร ร่างเล็กกลิ้งไปตามทางลาดชันจนฝุ่นตลบ รู้สึกเจ็บจนลุกไม่ไหว แต่ก็ยังไม่ท้อต้องคลานหนีไปให้ได้

“ฉันไม่มีวันเป็นของพวกแกหรอก!” เธอพึมพำกับตัวเอง พยายามพยุงตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งไปยังท่าเรือ โชคเข้าข้างเธออีกแล้ว มีเรือสปีดโบ๊ตยังจอดอยู่หนึ่งลำ

ความหวังอยู่ตรงหน้าแล้วและนี่คือโอกาสเดียว ถ้าหนีไปได้ เธอจะไปแจ้งตำรวจมาจับพวกมันทุกคน

หญิงสาวกระโดดขึ้นเรือทันที โชคดีที่กุญแจยังเสียบคาอยู่ แต่โชคร้ายที่เธอขับมันไม่เป็น แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าถูกส่งไปขายที่ซ่อง

“ได้โปรด” เธอบิดสตาร์ทเครื่อง 

ครืด…ครืด…

เครื่องยนต์สะดุด!

“ไม่นะ ติดสิ...ติด!”

เสียงฝีเท้าของพวกมันดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และตอนนี้พวกมันกำลังวิ่งลงมาที่ท่าเรือ

“เฮ้ย! หยุดนะอีเวร นั่นมึงจะเอาเรือไปไหน!”

พันทิวากัดฟันกร๊อด แล้วตัดสินใจบิดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนสวรรค์ช่วย

บรื้นนน!!

ไม่รอช้า เธอเร่งคันเร่งทันที เรือพุ่งออกจากท่าอย่างแรงจนน้ำกระเซ็นกระจาย ลมทะเลปะทะหน้าแรงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น มือเล็กพยายามคุมเครื่องที่กำลังโคลงเคลงไปมา ความกลัวทำให้เธอกล้าขับเรือออกทะเลทั้งๆที่ตัวเองขับไม่เป็น

ตอนนี้สปีดโบ๊ตของพันทิวาพุ่งฝ่าคลื่นไปอย่างไร้ทิศทาง มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยแน่น เรือโคลงเคลงตามแรงคลื่นทำให้คุมทิศทางลำบาก

“เราต้องทำได้สิ ยังไงเราก็ต้องรอด” เธอพึมพำกับตัวเองเหมือนกำลังปลอบใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้เรือกำลังวิ่งไปทางไหน ทำไมข้างหน้าถึงไม่มีเงาของเมืองเลย 

เธอหันกลับไปมอง แล้วก็ต้องชะงัก มีเรืออีกลำกำลังไล่ตามมาเร็วมาก แล้วผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าเรือก็คืออนาคิน!

“ไม่นะ!!” พันทิวากัดฟันแน่น เร่งคันเร่งสุดแรง “เร็วสิ!”

เรือกระแทกคลื่นแรงขึ้นจนแทบควบคุมไม่อยู่ น้ำสาดเข้ามาจนเปียกไปทั้งตัว แต่เธอไม่หยุด อิสระภาพรออยู่ข้างหน้าแล้ว ต้องไปจากที่นี่ให้ได้

บรื้นน!!!

เรือของอนาคินใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนหัวเรือแทบจะชนกับท้ายเรือ

“จะหนีไปไหน!” เสียงของเขาตะโกนข้ามคลื่นมา หญิงสาวส่ายหน้าแรงๆ

“ไม่!! ปล่อยฉันไปเถอะ อย่าทำร้ายฉันเลย” เธอหักพวงมาลัยกะทันหันทำให้เรือเลี้ยวแรงจนคลื่นกระแทกด้านข้าง เรือเกือบเสียหลัก แต่เธอก็ยังฝืนขับต่อ คราวนี้คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามากระแทกเรือจนพวงมาลัยสะบัดหลุดจากมือ

โครม!!

“กรี๊ดด!!”

เรือเสียการควบคุม หมุนเฉียงไปด้านข้าง พันทิวาพยายามคว้าไว้ แต่เรือโคลงเคลงแรงมากจนเกาะพวงมาลัยไม่อยู่

พรึ้บ!!!

เงาหนึ่งกระโดดข้ามมาในเรือ พันทิวาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงสุดขีด อนาคินขึ้นมาบนเรือของเธอแล้ว!

สายตาของเขาวาวโรจน์เหมือนอยากจะฆ่าเธอให้ตายคามือ

“เธอกล้ามากที่ตีฉันจนหัวแตก” เสียงของเขาดังท่ามกลางลมแรง “คิดว่าฉันใจดีมากใช่มั้ย!”

“ยะ…อย่าเข้ามานะ ไปให้พ้นจากฉัน!” พันทิวาถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เรือโคลงแรงอีกครั้งจนเกือบทำให้เธอล้ม

อนาคินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำจ้องหน้าเธอเขม่ง พันทิวาน้ำตาไหลพรากทันที 

“ถ้าเธอไม่เข้ามาที่นี่ตั้งแต่แรก เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิด” เขาไม่มีวันปล่อยเธอกลับไปหรอกถ้ายังไม่ได้ตัวสโรชา ไม่อย่างนั้นพวกอัครเดชจะรู้ว่าเขาไม่ได้ต้องการแค่เงิน “ถ้าฉันปล่อยเธอไป พวกนั้นก็รู้สิว่าฉันต้องการอะไร”

“ตะ…แต่ฉันไม่เกี่ยว ฮึก! ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ฮื้อๆๆ” เขาดึงร่างของเธอเข้าไปใกล้พร้อมกับออกแรงบีบไหล่ทั้งสองข้าง เธอดิ้นสุดแรง แต่แรงต่างกันเกินไป “ปล่อย! ฉันเจ็บ ฮื้อๆๆ”

เขาดึงเธอเข้ามาใกล้ สายตาจับจ้องเธอไม่วาง

“ที่จริงฉันควรจัดการเธอด้วย เพราะเธอรู้ความลับของฉัน แต่จะฆ่าให้ตายเลยก็เสียดายของ”

คำพูดเย็นเฉียบนั้นบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง พันทิวาส่ายหน้าแรง น้ำตาไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย

“ไม่!! ฉันไม่อยากเป็นของใครทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ ปล่อย!” เธอผลักเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี

เสี้ยววินาทีนั้นร่างสูงก็ต้องชะงักเพราะเรือกระแทกคลื่นอีกครั้งและครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม ทำให้ทั้งเขาและเธอเสียหลัก แรงเหวี่ยงทำให้ร่างเล็กหลุดจากมือเซไปทางหัวเรือ

“เฮ้ย!!”

พูดยังไม่ทันจบคำทุกอย่างก็พลิกผัน พันทิวาหลุดจากการทรงตัว ร่างของเธอปลิวไปกระแทกกับขอบเรือจนกระเด็นตกลงสู่ทะเล

ตู้มม!!!

น้ำเย็นจัดกลืนร่างของเธอทันที เสียงทุกอย่างค่อยๆเงียบลง เหลือเพียงความมืดมิดและแรงดันของน้ำ

ถ้าต้องตายจริงๆ ขอตายในทะเลซะยังจะดีกว่า...

--------————

บทก่อนหน้า
บทถัดไป