บทที่ 12 ฉันไม่ยอมไปเปลี่ยนตัวกับแกหรอก!
12 ฉันไม่ยอมไปเปลี่ยนตัวกับแกหรอก!
@คฤหาสน์อัครเดช
“เมื่อกี้ใครโทรมา” กิตติภพเอ่ยถามสโรชาด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัย
“นังทิวาค่ะ” สโรชาตอบห้วนๆก่อนจะโยนมือถือทิ้งบนโซฟา
“แล้วพันทิวาเป็นยังไงบ้าง ได้เจอคุณอนาคินแล้วหรือยัง”
“…” สโรชาสุดลมหายใจเข้าลึกๆ กระพริบตาปริบๆหยุดใช้ความคิดแวบหนึ่ง “คุณอนาคินรู้แล้วว่ามันไม่ใช่ชา”
“อ้าว! แบบนี้เราก็แย่เลยสิ”
“คนที่แย่คือชาต่างหาก ไอ้แก่อนาคินมันต้องการตัวชา” ปลายนิ้วเรียวของสโรชาเคาะโต๊ะเบาๆขณะใช้สมองครุ่นคิด “ชาว่ามันแปลกๆ ทำไมมันต้องการแค่ตัวชาคนเดียว”
“เรื่องนี้พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน เป็นไปได้ว่า…เอ่อ…คุณอนาคินเขาอาจจะชอบชา”
“บ้าบอที่สุด! มันก็เลยหาเรื่องเอาชาไปทำเมียสินะ ใครจะอยากไปเป็นเมียไอ้แก่ตัณหากลับ!”
“พ่อไม่ยอมให้มันทำแบบนั้นกับชาหรอก” กิตติภพใช้นิ้วคลึงขมับด้วยท่าทางคิดหนัก รู้สึกว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากลเข้าไปทุกที อนาคินต้องการอะไรกันแน่ ทำไมถึงอยากได้ตัวลูกสาวของเขาขนาดนี้ “แล้วตอนนี้พันทิวาเป็นยังไงบ้าง”
“มันบอกให้ชาไปช่วย แต่ชาตัดสายทิ้ง”
“แปลว่าตอนนี้พันทิวากำลังตกอยู่ในอันตรายใช่มั้ย”
“ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่ชาไม่มีวันไปเปลี่ยนตัวกับมันแน่นอน งั้นก็ให้ไอ้แก่อนาคินเอามันไปทำเมียให้จบๆ” สีหน้าของสโรชาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดแสดงถึงความคิดอันยุ่งเหยิง
ถ้าไอ้อนาคินเอานังพันทิวาไปทำเมียจริงๆก็ดีสิ จะได้บอกมันช่วยเจรจาเรื่องหนี้สินให้ บางทีไอ้อนาคินอาจจะยกหนี้ให้ก็ได้
“ละ…แล้วมัน…เอ่อ…ทำอะไรพันทิวาหรือเปล่า”
“แล้วพ่อจะไปเป็นห่วงมันทำไม คนที่ควรเป็นห่วงคือชาต่างหาก จะโดนมันลักพาตัวหรือเปล่ายังไม่รู้เลย!” สโรชาจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดก่อนจะสะบัดหน้าหนีคนเป็นพ่อ ไม่เป็นเธอคงไม่มีใครเข้าใจหรอก ใครอยากเป็นเมียไอ้แก่นั่นก็เชิญแต่เธอไม่! “พ่อนะพ่อ ทำอะไรไม่คิด สุดท้ายคนที่ต้องมาซวยก็คือชา”
“ก็ตอนนั้นมันฉุกเฉินจริงๆ เงินสำรองในบริษัทไม่เหลือเลยสักบาท ทั้งชาและวิชญ์ไม่เคยช่วยพ่อทำงานเลย วันๆเอาแต่ถลุงเงินไปใช้เล่น ถ้าจะผิด...มันก็ผิดกันทุกคนนี่แหละ!” สโรชาเงียบลงทันทีหลังจากโดนเขาตำหนิ “เอาเป็นว่าถ้าครั้งหน้าพันทิวาโทรมา พ่อจะคุยเอง”
“มันคงไม่โทรมาแล้วล่ะค่ะ ป่านนี้คงถูกไอ้แก่นั่นฆ่าตายไปแล้ว พ่อกับพี่วิชญ์ก็เลิก….”
ครืด~ครืด~
ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมือถือที่เพิ่งโยนทิ้งก็แผดดังขึ้น ปลายสายไม่ระบุชื่อคนโทรเข้ามา ครั้งนี้ไม่ใช่พันทิวาโทรมาแน่นอน
แก…ไอ้อนาคิน!
“มีอะไรหรอคะ…คุณอนาคิน” สโรชากดรับสาย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเรียบเฉียบในทันที
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้น แต่นั่นก็ทำให้สโรชารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเสียงของอนาคินฟังดูไม่ได้แก่เลย
(มาเปลี่ยนตัวกับพันทิวาเดี๋ยวนี้)
สโรชายกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากบางแสยะยิ้ม มันเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งเธอ
“ขอโทษนะคะ ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งของคุณ”
(เพราะพ่อเธอเป็นหนี้ฉันอยู่ ถ้าอยากให้เรื่องนี้จบ…มาเปลี่ยนตัวกับพันทิวาซะ)
สโรชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ คิดว่าตัวเองเป็นมาเฟียหล่อเลือกได้ขนาดนั้นเลยหรอ ถึงจะสั่งใครไปหาก็ได้ ตลกสิ้นดี!
“คุณคิดว่าฉันจะไปเหรอคะ” คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศฝั่งปลายสายเดือดพล่านขึ้นมาทันที “คุณเป็นแค่เจ้าหนี้ ไม่ใช่เจ้าชีวิตที่จะมาสั่งใครก็ได้ ถ้าอยากมายึดนัก ก็เชิญเลยค่ะ เพราะฉันก็จะได้แจ้งความเอาผิดคุณเหมือนกันข้อหา…ฉ้อโกง!”
(เหอะ! เป็นลูกหนี้แล้วยังปากดีชิปหาย)
“ก็ถ้าเจ้าหนี้มีความยุติธรรม ฉันก็ไม่ทำแบบนี้หรอกค่ะ” สโรชากลับตอบทันที
กิตติภพเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าลูกสาวจะตอบกลับเจ้าหนี้แบบนี้
“ชา! อย่าไปพูดแบบนั้นกับคุณอนาคินเขา”
สโรชาไม่ฟัง เธอยกมือห้ามไม่ให้บิดาออกความคิดเห็นก่อนจะพูดต่อ
“อีกอย่างนังพันทิวามันอาสาไปเอง เรื่องนี้ฉันไม่ผิด มันอยากไป ฉันก็ให้มันไป” เธอยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อเหมือนกำลังปิดดีลธุรกิจ “หรือถ้าคุณอยากให้มันจบง่ายๆ ก็เอามันไปทำเมียเลยสิคะ”
คำพูดนั้นทำให้พ่อของเธอชะงักไปทั้งคน พยายามแย่งมือถือจากลูกสาว แต่ทว่าสโรชาไม่ยอม
“ชาพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า!”
แต่สโรชาไม่สน เธอยังทิ้งท้ายต่อเพราะคิดว่าอนาคินน่าจะสนใจมัน ก็มันสวยขนาดนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปฎิเสธหรอก
“ยังไงมันก็ไม่มีค่าอะไรอยู่แล้ว จะเอามันไปต้มยำทำแกงอะไรก็เชิญเลยค่ะ ถือซะว่าฉันยกมันให้คุณ...แลกกับการยกหนี้ให้ครอบครัวของฉัน”
ติ๊ด!...
เธอตัดสายทิ้งโดยไม่ให้อีกฝ่ายแย้ง ยกมันให้ไอ้แก่อนาคินให้มันจบๆ ทั้งพี่ชายของเธอและหมอภาคษ์จะได้เลิกหลงเสน่ห์มันสักที
กิตติภพมองลูกสาวด้วยสายตาตกตะลึง ไม่คิดว่าสโรชาจะกล้าต่อกรกับอนาคินขนาดนี้
“ชา! นี่ลูกกำลังทำให้พ่อเดือดร้อนนะ”
สโรชาวางโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ สีหน้าของเธอราบเรียบเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่ทำลงไป
“ชากำลังเลือกทางที่ดีสุดให้เราอยู่นะคะ”
“แล้วพันทิวาล่ะ” กิตติภพขึ้นเสียง “ลูกจะปล่อยเขาทิ้งไว้แบบนั้นหรอ”
สโรชาหันไปมอง สายตานิ่งเรียบไร้ความลังเล
“ชาแค่อยากให้มันเจอสิ่งดีๆ ไม่แน่นะคะ คุณอนาคินอาจจะเอามันไปทำเมียก็ได้ ทีนี้พี่วิชญ์จะได้เลิกยุ่งกับมันสักที” สโรชาหัวเราะออกมาราวกับปิดดิลได้สำเร็จ “พ่อจะได้สบายใจไงคะ ว่าพี่วิชญ์จะไม่ไปคว้าเอาลูกคนรับใช้มาเป็นเมีย”
สโรชาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินผิวปากออกจากห้องด้วยท่าทางอารมณ์ดี ต่างจากคนเป็นพ่อที่คิดไม่ตกว่าอนาคินจะทำอะไรกับพันทิวาบ้าง ถึงจะเป็นลูกคนรับใช้เก่า แต่อย่างน้อยพันทิวาก็ยังอยู่ในความดูแลของเขา
ร่างอรชรของสโรชาเดินออกมาด้วยท่าทีสบายๆ รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้า เหมือนโลกทั้งใบกำลังเป็นไปตามแผนของเธอ
กึก!!
แต่เธอก็ต้องหยุดชะงัก ทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนยืนรออยู่ที่รั้วหน้าบ้าน
“พี่ภาคษ์มาทำอะไรที่หน้าบ้านชาหรอคะ” สโรชาถามกลับด้วยน้ำเสียงจริตจะก้าน ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
ภาคษ์ลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอ วันนี้สีหน้าของเขาตรึงเครียดกว่าทุกวัน
“พันทิวาไปไหน” เขาถามตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม
รอยยิ้มของสโรชาเปลี่ยนไปทันทีที่ภาคษ์ถามถึงใครอีกคนที่เธออยากให้มันหายไปจากโลกใบนี้
“ออกไปทำงานค่ะ” เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย “พี่ภาคษ์มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เมื่อเช้าพี่เห็นรถตู้มารับทิวาไป แล้วพี่ก็ติดต่อทิวาไม่ได้อีกเลย”
สโรชานิ่งไปครู่นึ่ง ก่อนจะยกมือป้องปากหัวเราะเบาๆ
“ทิวาไปทำงานนะคะ คงไม่ได้ว่างรับสายใครหรอกค่ะ”
ภาคษ์ขมวดคิ้ว หรี่ตามองอย่างจับผิด พันทิวาเป็นคนบอกเขาเองว่ายังไม่ได้สมัครงานที่ไหนเลย แล้วจะไปทำงานได้ยังไง
“แต่ทิวาบอกพี่ว่ายังไม่ได้สมัครงาน แล้วจะไปทำงานได้ยังไง”
“งานด่วนค่ะ พ่อชาเป็นคนหางานให้ทิวาเอง เรียนจบแล้วจะไปทำงานก็ไม่ผิดนี่คะ”
“งานอะไร พอจะบอกได้หรือเปล่า”
“งานเอกสารทั่วไปนี่แหละค่ะ พี่ภาคษ์จะอยากรู้ไปทำไมคะ รู้แล้วได้อะไรขึ้นมา” สโรชากอดอกถาม น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจที่ภาคษ์กำลังจับผิด
“พี่แค่รู้สึกว่ามันแปลกๆ ปกติเวลาจะทำอะไรทิวาจะบอกพี่เป็นคนแรก”
“พี่ภาคษ์คะ…” เธอก้าวเข้าไปใกล้เขามากขึ้น “เอาเวลาที่พี่สงสัยว่าทิวาไปไหน ไปดูแลคนไข้จะไม่ดีกว่าหรอคะ ทิวาแค่ไปทำงาน ไม่ได้ไปทำเรื่องไม่ดี”
“…” ภาคษ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวกว่าเดิม “พี่จะไปตามหาทิวา แล้วถ้าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลขึ้นมาจริงๆ พี่ไม่ปล่อยชากับครอบครัวไว้แน่!”
สโรชามองเขาด้วยสายตานิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ
“เชิญเลยค่ะ ถ้าคิดว่าหามันเจอ”
เธอพูดสั้นๆก่อนจะเดินผ่านเขาไปไม่หันกลับมาอีก ทิ้งให้ภาคษ์ยืนจมอยู่กับความคิดที่ว่าพันทิวาหายไปไหน
————--------
