บทที่ 2 อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย

02 อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย

...ปัจจุบัน....

‘หมอนัดผ่าตัดใหญ่อีกสองเดือนข้างหน้านะครับ โอกาสสำเร็จมี แต่ระหว่างนี้คุณห้ามเครียด และต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด’

‘พันทิวา’ หยุดยืนอยู่ที่หน้าบันไดทางออกของโรงพยาบาล ทอดสายตามองดูผู้คนที่เดินสวนกันไปมา ทุกคนดูรีบร้อน ทุกคนดูมีพรุ่งนี้ให้ไปต่อ แต่สำหรับเธอ...พรุ่งนี้กลายเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนเสียแล้ว

มือเล็กเผลอยกมือขึ้นทาบที่อกข้างซ้าย สัมผัสถึงจังหวะการเต้นที่ผิดแปลกไป มันดูเหนื่อยล้าราวกับเครื่องยนต์เก่าๆที่ใกล้จะดับลงเต็มที

นี่คงเป็นชะตากรรมที่เธอหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี เพราะเธอยังอยากลืมตาขึ้นมามองดูโลกอันแสนสดใส ยังคงรอคอยใครบางคนกลับมาหา

“คุณหมอว่ายังไงบ้าง” ยุพิณที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้หน้าห้องตรวจ เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นทันทีที่เห็นคนตัวเล็กเดินหน้าซีดออกมา

พันทิวาเดินเข้ามาหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆยุพิณด้วยสีหน้าเศร้าๆ แล้วจะยื่นบัตรนัดผ่าตัดให้ยุพิณดู

“อีกสองเดือนหมอนัดผ่าตัดใหญ่ค่ะพี่พิณ” เธอส่งยิ้มให้ยุพิณ แต่รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความหวาดกลัว เพราะเป็นครั้งแรกที่เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่

“โห ทำไมรอนานขนาดนี้เลยล่ะ”

“โรงพยาบาลรัฐก็แบบนี้แหละค่ะ อาจจะรอคิวนานหน่อย แต่ก็ดีเหมือนกัน ทิวาจะได้มีเวลาทำใจ”

“ทิวาไม่ต้องกลัวนะ สมัยนี้หมอเก่งจะตาย ยังไงทิวาก็ต้องหาย”

“ขอบคุณพี่พิณมากๆเลยนะคะ ที่สละเวลาพาทิวามาหาหมอ” พันทิวาไหว้ขอบคุณยุพิณด้วยความซาบซึ้งใจ

“ยังไงพี่ก็ต้องพาทิวามาอยู่แล้ว ก็น้าอรุณฝากทิวาไว้กับพี่นี่” ยุพิณไล่อ่านรายละเอียดของการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วถอนหายพรืดอย่างเซ็งๆ “คุณท่านนี่ก็เหลือเกิน ค่าผ่าตัดแค่ไม่กี่แสนยังจ่ายให้คนในบ้านไม่ได้ ทิวาก็เลยต้องมารอคิวผ่าตัดนานเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่พิณ เงินตั้งห้าแสน ทิวาเกรงใจคุณท่าน”

“แต่ทิวาไม่เคยได้รับเงินค่าจ้างเลยสักบาท ทำงานให้ฟรีๆ แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก”

“แต่รอก็ดีเหมือนกันนะคะ เผื่อ…เอ่อ…แม่ของทิวากลับมา”

“เฮ้อ! น้าอรุณแกคงไม่กลับมาแล้วแหละ ป่านนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง ไม่เคยส่งข่าวมาเลย” ยุพิณยกมือลูบแผ่นหลังเล็กของพันทิวาด้วยความสงสาร “ทิวาไม่ต้องห่วงนะ ผ่าตัดเมื่อไหร่เดี๋ยวพี่จะมาอยู่เป็นเพื่อนเอง”

พันทิวาก้มหน้าลงต่ำ บีบมือให้กำลังใจตัวเอง หยาดน้ำตาเอ่อคลอดวงตากลมโตด้วยความน้อยอกน้อยใจ แม่ทิ้งเธอไปตั้งแต่ตอนอายุได้ 7 ขวบ จนตอนนี้ผ่านมา 15 ปีแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าท่านจะกลับมาสักที ทิ้งให้เธอเดียวดายอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว ‘อัครเดช'

‘อรุณฉาย’ คือคนรับใช้เก่าของคฤหาสน์ สามีของนางคือคนขับรถประจำตัวของเจ้านาย แต่หลังจากที่นางตั้งท้องได้สามเดือน สามีก็ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ อรุณฉายเลยก้มหน้าก้มตาเลี้ยงดูลูกสาวเพียงคนเดียวที่เกิดจากความรัก และได้ตั้งชื่อลูกสาวว่า ‘พันทิวา’ ซึ่งมีความหมายเดียวกับกับคำว่า 'อรุณฉาย' พันทิวาจึงเป็นศักดิ์เป็นลูกสาวของคนรับใช้ในคฤหาสน์ พันทิวาไม่เคยเจอหน้าพ่อ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของตัวเองเป็นใคร เพราะตั้งแต่แยกทางกัน อรุณฉายก็กีดกันทุกทางเพื่อไม่ให้ลูกรู้ว่าพ่อเป็นใคร อาจเป็นเพราะแค้นที่สามีนอกใจแล้วไปสร้างครอบครัวกับคนอื่น 

ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้ด้วยดี แต่อยู่มาวันนึ่ง จู่ๆพันทิวาก็ไม่เจอแม่ของเธออีกเลย แม่บอกว่าจะออกไปจ่ายตลาดแล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พันทิวาในวัยเพียง 7 ขวบที่ไม่รู้ว่าแม่ของตัวเองได้หนีไปแล้ว เอาแต่นั่งรอแม่ที่หน้าคฤหาสน์เผื่อสักวันท่านจะกลับมา แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีวี่แวว 

ท่านทิ้งเธอไปแล้ว 

แหมะ!แหมะ!

หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงบนหลังมือ พอเห็นว่าพันทิวากำลังนั่งร้องไห้เพราะคิดถึงแม่ ยุพิณก็รีบดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดทันที

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะทิวา พี่รู้นะว่าทิวาอยากเจอน้าอรุณก่อนผ่าตัด”

“ฮึก! ทิวากลัว ฮื้อๆๆ กลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าแม่อรุณอีก”

“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอยู่ตรงนี้ข้างๆทิวาเอง ยังไงทิวาก็ต้องหาย”

“ทำไมแม่ต้องทิ้งทิวาไป ฮื้อๆๆ ทำไมไม่เอาทิวาไปด้วย”

“น้าอรุณคงมีเหตุผลที่ไม่กล้าเอาทิวาไปด้วย อยู่ที่นี่มีข้าวให้กินสามมื้อ มีที่ให้ซุกหัวนอน ถึงจะอยู่ในสถานะลูกคนรับใช้ก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นคุณท่านก็ส่งทิวาเรียนจนจบปริญญาตรีนะ บางทีถ้าไปกับน้าอรุณ ทิวาอาจจะไม่ได้เรียนเลยก็ได้”

พันทิวายกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แต่ยิ่งปาดออกน้ำตาก็ยิ่งไหล ไม่มีใครรู้ว่าภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเพียงใด ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในคฤหาสน์ เป็นแค่ลูกคนรับใช้ที่แม่ทิ้งไว้ ต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เจ้านายใช้ให้ทำอะไรก็ต้องทำ ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง

…แค่ลูกคนรับใช้

รถแท็กซี่ชะลอจอดหน้ารั้วอัลลอยด์สูงท่วมหัว พันทิวาและยุพิณก้าวลงมาจากรถ พันทิวายื่นค่าแท็กซี่ให้คนขับเป็นจำนวนเงินสองร้อยกว่าบาท ก่อนกลับทั้งสองคนแวะซื้อของสดที่ตลาดตามคำสั่งของเจ้าของบ้าน ทำให้ข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือ

“ทิวา งั้นพี่ฝากเอาผักนี่เข้าตู้เย็นหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ขอนั่งล้างพรมต่อให้เสร็จก่อนที่คุณหนูจะกลับมา”

“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวทิวาเอาไปเก็บให้นะคะ” ทิวารับถุงผักจากยุพิณแล้วเดินเลี้ยวไปทางห้องครัว ส่วนยุพิณนั่งซักพรมต่อให้เสร็จ 

พันทิวานำของสดที่ซื้อมาเต็มสองไม้สองมือเข้าไปเก็บในตู้เย็นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อเตรียมเข้าครัวทำอาหารเย็นให้คนในบ้านทาน

แต่ในระหว่างที่เธอกำลังจัดข้าวของอยู่นั้น จู่ๆก็มีใครบางคนที่อยู่ในอาการมึนเมาเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง สายตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายมองสะโพกกลมกลึงกำลังสะบัดไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหว 

เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผาก แล้วเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กมากขึ้นโดยที่เธอไมรู้ตัว และในจังหวะที่พันทิวาลุกขึ้นแล้วกำลังจะหมุนตัวเพื่อไปล้างจานต่อ แต่ทันใดนั้นร่างเล็กก็ถูกดึงเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง

พรึ้บบ!!

“ว้ายย!!!”

“ทางสะดวกสักที เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันรอเวลานี้มานานแล้ว” ลมหายใจที่เจือไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดต้นคอ น้ำเสียงเข้มที่พันทิว่ารู้ดีว่าเป็นเสียงของใคร

‘อติวิชญ์’ ลูกชายเจ้าของบ้าน

“ปล่อยนะคุณวิชญ์ จะทำอะไร!” พันทิวาดิ้นเป็นพัลวันเพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมือของอติวิชญ์ที่อยู่ในอาการมึนเมา แต่เขากลับกกกอดร่างของเธอไว้แน่น แถมยังพยายามลวนลามด้วยมือ 

“ฉันรู้ว่าเธอเองก็อยากได้ฉันเหมือนกัน ตอนนี้ทางสะดวกแล้ว ไปห้องฉันมั้ย”

“ไม่!! ทิวาไม่ได้คิดอะไรกับคุณวิชญ์ ได้โปรดปล่อยทิวาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นทิวาจะร้องให้คนมาช่วย”

“ใครจะมาช่วยเธอ ยุพิณอยู่หน้าบ้าน ส่วนคนอื่นๆก็ออกไปกับพ่อของฉัน” อติวิชญ์ขยับปลายนิ้วลูบไล้แก้มใสของอีกฝ่าย แต่พันทิวาเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ นั่นทำให้เขาโมโห จับร่างเล็กเหวี่ยงลงบนพื้นแข็งภายในห้องครัว “ลูกคนรับใช้อย่างเธอไม่มีสิทธิ์รังเกียจฉัน เข้าใจมั้ย!!”

“คะ…คุณวิชญ์ อย่าทำอะไรทิวาเลยนะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า แล้วไปฟ้องคุณท่าน”

“ฉันเป็นเจ้านาย เพราะฉะนั้นฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ ในเมื่อเธออยู่บ้านฉันฟรีๆ งั้นก็ตอบแทนลูกชายเจ้าของบ้านหน่อยเป็นไง!”

อติวิชญ์กระชากร่างเล็กที่กำลังตะเกี่ยตะกายหนี เข้ามาใต้ร่างแล้วคร่อมทับเธอเอาไว้ โดยไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยินยอม

อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น แต่เผอิญว่าเขาชอบทำอย่างอื่นมากกว่าปั้นวัวปั้นควายเล่นนี่สิ

“ไม่นะ!! อย่าทำอะไรทิวานะคุณวิชญ์!”

“เป็นเมียฉันเถอะทิวา เดี๋ยวฉันจะคุยกับพ่อเอง”

“ไม่นะ…กรี๊ดดด!!!”


บทก่อนหน้า
บทถัดไป