บทที่ 3 ภัยร้ายในบ้าน

03 ภัยร้ายในบ้าน

“ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย มีใครอยู่ตรงนี้มั้ย!!” พันทิวาตะโกนเสียงดังร้องขอความช่วยเหลือ แต่ให้ตายเถอะ ไม่มีใครอยู่ในบริเวณนี้สักคน ยุพิณก็นั่งซักพรมอยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนคนอื่นๆติดตามประมุขของบ้านของไปข้างนอก

ตรงนี้มีแค่เธอ...กับอติวิชญ์ที่อยู่ในอาการมึนเมา

“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ตอนนี้ในบ้านมีแค่ฉันกับเธอ” มือหยาบกร้านของอติวิชญ์กดร่างของพันทิวาเอาไว้ ในวินาทีนั้นเองสายตาของพันทิวาก็เหลือบไปเห็นแจกันดอกไม้ตั้งอยู่บนโต๊ะพอดี

ความกลัวในใจแปรเปลี่ยนเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอด พันทิวาอาศัยจังหวะที่อติวิชญ์กำลังจะลงมือถอดเสื้อผ้าของเธอ เอื้อมมือไปคว้าแจกันได้สำเร็จ

เพล้ง!!

“โอ้ยย!!!”

แจกันขนาดกลางฟาดใส่ศีรษะของเขาอย่างแรง จนเกิดเสียงกระแทกดังสนั่น อติวิชญ์ร้องลั่นก่อนจะเซถอยหลังไปตรงมุมห้อง มือยกขึ้นกุมศีรษะ เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลผ่านง่ามนิ้วลงมา

“มึง!! กล้าดียังไงมาทำร้ายกู มึงคิดว่ากูใจดีขนาดนั้นเลยใช่มั้ยอีทิวา!”

พันทิวาทิ้งเศษแจกันในมือ ก่อนจะรีบหันหลังวิ่งไปทางประตู หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ช้ากว่าอติวิชญ์อยู่ดี เขาตั้งตัวได้แล้ววิ่งตามคนตัวเล็กไป ยังไงเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้พันทิวาหลุดมือไปอย่างแน่นอน วันนี้มีโอกาสแล้ว ไม่มีใครอยู่บ้าน ทางสะดวก ดังนั้นเขาต้องเอาพันทิวามาเป็นเมียให้ได้

“จะหนีไปไหน!”

เสียงคำรามของวิชญ์ดังขึ้นด้านหลัง ร่างของทิวาถูกกระชากกลับไปอย่างแรงจนแทบล้มลงกับพื้น เธอหันไปเห็นเลือดที่ยังไหลอาบข้างศีรษะของเขา ดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้างเต็มไปด้วยโทสะ

“ปล่อยนะ!”

“กล้าดียังไงมาฟาดหัวกู!” อติวิชญ์ผลักร่างเล็กชนกำแพงอย่างแรง

“ถ้าคุณวิชญ์ทำอะไรทิวาล่ะก็…เรื่องนี้รู้ถึงหูคุณท่านแน่!” หญิงสาวขู่และพยายามดิ้นสุดแรงเพื่อให้หลุดจากพันทนาการ แต่แรงของเธอไม่อาจสู้เขาได้

อติวิชญ์จับแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะกระชากร่างเล็กเข้าหาตัวอีกครั้ง

“รู้แล้วจะทำอะไรได้” อติวิชญ์กระตุกยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าของผู้ถือไพ่เหนือกว่า “ทางที่ดียอมเป็นเมียฉันดีกว่า แล้วเธอจะสบายไปทั้งชาติ”

กลิ่นเหล้าแรงจัดจากลมหายใจของเขาทำให้พันทิวาแทบคลื่นไส้ หยาดน้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอดิ้นสุดแรงอีกครั้ง ทั้งเตะและผลักเขาออกอย่างสิ้นหวัง

“ไม่!! ทิวาไม่ยอมเป็นของคุณหรอก ช่วยด้วยค่ะ! ใครก็ได้ช่วยฉันที ฮื้อๆๆ!!” เสียงของเธอสะท้อนก้องไปทั่วห้อง แต่ไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้ยินหรือเปล่า 

หรือวันนี้เธอต้องตกเป็นของอติวิชญ์แล้วจริงๆ

ปึ้งง!!

ในวินาทีสิ้นหวัง ก็ได้ยินเสียงใครบางคนพังหน้าต่างห้องครัวเข้ามา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งพุ่งเข้ามาในห้องทันที เขาคือ ‘หมอภาคษ์’ พี่ชายข้างบ้านที่ได้ยินเสียงพันทิวาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ และภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านขึ้นมาทันที

อติวิชญ์กำลังจะข่มขืนพันทิวา!

“ไอ้สาระเลว!” ภาคษ์ตะโกนลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออติวิชญ์ออกจากพันทิวา แล้วฟาดหมัดหนักเข้าไปที่ปลายคางเพื่อเป็นการสั่งสอน

ผัวะ!!

“โอ้ยย!!”

หมัดแรกกระแทกเข้าที่หน้าของอติวิชญ์เต็มแรง จนเขาเซถอยหลัง แต่ภาคษ์ยังไม่หยุด

ผัวะ!ผัวะ!

หมัดต่อหมัดถูกฟาดใส่อติวิชญ์อย่างไม่ยั้ง ความโกรธที่เห็นน้องสาวข้างบ้านของตัวเองถูกทำร้าย ทำให้เขาแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

อติวิชญ์ที่มึนจากแผลที่หัวอยู่แล้ว ยิ่งตั้งตัวไม่ทัน เลือดจากแผลแตกไหลลงมาปนกับเลือดที่มุมปาก

“แกกล้าทำแบบนี้กับผู้หญิงได้ยังไง!” ภาคษ์ผลักอติวิชญ์ล้มลงยนพื้นอย่างแรง แล้วยกเท้าเหยียบที่หน้าอก “ถ้ามึงกล้าทำร้ายทิวาอีก กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่!”

พันทิวาทรุดตัวนั่งลงข้างกำแพง ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หยาดน้ำตาไหลลงมาไม่หยุด สองแขนเล็กโอบกอดตัวเองแน่นเหมือนพยายามปกป้องตัวเองจากความกลัว

อติวิชญ์พยายามลุกขึ้น แต่ก็ลุกไม่ได้เพราะถูกเท้าของภาคษ์เหยียบอยู่

“อึก! ไอ้ภาคษ์!” สายตาของอติวิชญ์เต็มไปด้วยความโกรธจัดเหมือนอยากจะฆ่าภาคษ์ให้ตายคามือ แต่ด้วยความที่ภาคษ์มีรูปร่างสูงใหญกว่า ทำให้อติวชญ์สู้ไม่ได้ “มึงกับกูได้เห็นดีกันแน่!”

บรรยากาศในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงหอบหายใจของสองหนุ่มที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมกัน

แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อประมุขของบ้านกลับมาถึงบ้านพอดีและเห็นภาพที่ภาคษ์กำลังทำร้ายอติวิชญ์

“กรี๊ดด!! พี่วิชญ์!!!” สโรชากรีดร้องลั่น รีบวิ่งไปผลักร่างของภาคษ์ออกจากร่างของพี่ชาย “พวกแกสองคนทำร้ายพี่ฉันทำไม!”

“วิชญ์! เกิดอะไรขึ้น!” กิตติภพประมุขสูงสุดของบ้านหันไปมองชายหนุ่มข้างบ้านด้วยสายตาโกรธจัด “แกกล้าดียังไงมาบุกบ้านคนอื่น แล้วมาทำร้ายลูกฉัน!”

“เป็นเพราะนังทิวาแน่ๆ มันบอกให้พี่ภาคษ์มาทำร้ายพี่วิชญ์!” น้ำเสียงของสโรชาเต็มไปด้วยความโมโห เธอมองเลือดที่ไหลออกจากศีรษะของพี่ชาย ก่อนจะเงยหน้ามองไปทางพันทิวาด้วยสายตาแข็งกร้าว “ถ้าเกิดวิชญ์เป็นอะไรขึ้นมา ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่นังทิวา!”

ภาคษ์กำหมัดแน่น พยายามระงับความโกรธ เพราะรู้ว่าคนในบ้านหลังนี้มีนิสัยยังไง

“ถ้าผมไม่เข้ามาช่วยไว้ ลูกชายของคุณคงข่มขืนพันทิวาไปนานแล้ว!”

คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงชั่วขณะ สายตาของทุกคนหันไปมองพันทิวา เธอยังคงนั่งตัวสั่นอยู่ตรงมุมห้อง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ น้ำตาไหลไม่หยุด

แต่สโรชากลับแค่นหัวเราะออกมาเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

“พูดอะไรไร้สาระ อย่างพี่วิชญ์เนี่ยนะจะลดตัวไปเอาลูกคนรับใช้”

“ถ้าไม่ใช่...แล้วสิ่งที่เธอเห็นคืออะไร” ภาคษ์ถามกลับเหมือนกำลังไม่พอใจที่สโรชาหัวเราะเยาะ

“ยะ…อย่าไปฟังมันนะชา แม่นั่นอ่อยพี่ จงใจให้ท่าพี่ อึก! แล้วใครจะไปห้ามใจไหวล่ะ” อติวิชญ์ที่อยู่ในสภาพเลือดอาบใบหน้า เปล่งเสียงพูด

“ได้ยินแล้วใช่มั้ยคะพี่ภาคษ์ นังทิวาจงใจอ่อยพี่วิชญ์ มันคงอยากได้พี่วิชญ์เป็นผัวจนใจจะขาดแล้ว”

“ไม่ใช่นะ!” พันทิวารีบปฏิเสธก่อนที่ทุกคนจะเข้าใจผิด “คุณวิชญ์เมาแล้วจะข่มขืนทิวาต่างหาก ทิวาไม่ได้อ่อยเขา”

“ฉันไม่เชื่อแกหรอกนังทิวา! คนอย่างแกมันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วเพื่อความสุขสบาย แกคงอยากได้พี่วิชญ์เป็นผัวเพราะยกระดับความเป็นอยู่ของตัวเองสินะ แต่ฉันจะพูดอะไรฟัง คนอย่างแกมันก็เป็นได้แค่ลูกคนรับใช้เท่านั้นแหละ!!”

“สโรชา! พี่ชายเธอจะข่มขืนทิวานะ เธอไม่ควรใช้คำพูดแบบนี้กับผู้ถูกกระทำ” ภาคษ์ที่รู้สึกทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของสโรชา หันไปตะคอกใส่ ทำให้สโรชาเดือดขึ้นมาทันที

“พี่ภาคษ์ก็เข้าข้างมันตลอดนั่นแหละ ก็พี่ชอบมันนี่!”

“ชอบหรือไม่ชอบมันก็ไม่เกี่ยว ที่ฉันทำแบบนี้ เพราะฉันกำลังปกป้องพันทิวาจากพี่ชายเลวๆของเธอไง”

“ทำไมพี่ไม่เอามันไปเป็นเมียเลยล่ะ หรือแม่พี่ก็ไม่อยากได้ลูกสะใภ้เป็นลูกคนรับใช้เหมือนกัน!”

“ชา…พอเถอะ!” กิตติภพที่ไม่อยากให้เรื่องบานปลายรีบเข้ามาห้าม ตอนนี้มีอีกเรื่องที่เขาต้องรีบไปจัดการ ไม่ได้มีเวลามาวุ่นวายกับเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก “พาวิชญ์ออกไปซะ เดี๋ยวพ่อจัดการเอง”

“พ่อคะ! แต่นังทิวามันจงใจอ่อยพี่วิชญ์นะคะ”

“เดี๋ยวพ่อจะคุยเอง รีบพาวิชญ์ไปทำแผลเถอะ” กิตติภพถอนหายใจยาวพรืดด้วยความเหนื่อยใจ เหนื่อยกับงานก็มากพอแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยกับปัญหาในบ้านอีก “มันเกิดอะไรขึ้น เล่าให้ฉันฟังสิ”

กิตภาพเอ่ยถามอย่างใจเย็น

“คะ…คือว่าคุณวิชญ์เขาเมา แล้วเขาจะข่มขืนทิวาค่ะ แต่พี่ภาคษ์มาช่วยไว้ก่อน” พันทิวาก้มหน้างุด ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาด้วยความอดสู

“วิชญ์แค่เมา เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก” กิตติภพออกแนวเข้าข้างลูกชาย นั่นทำให้ภาคษ์รู้สึกไม่พอใจ “แต่หมอภาคษ์ก็ทำร้ายลูกชายผมเกินไป ถ้าเกิดวิชญ์เป็นอะไรขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบยังไง”

“ผมเป็นหมอ เดี๋ยวผมรักษาให้เอง” ภาคษ์ตอบกลับด้วยความขุ่นเคือง เข้าใจแล้วว่าทำไมลูกบ้านนี้ถึงนิสัยไม่ดีสักคน ก็พ่อมันเป็นแบบนี้นี่เอง

“แต่คุณเข้ามาทำร้ายลูกชายของผมถึงในบ้าน รู้ใช่ไหมว่าผมเอาเรื่องคุณได้”

“อย่าเลยนะคะคุณท่าน พี่ภาคษ์เขาเป็นคนช่วยทิวาเอาไว้ ถือว่าทิวาขอนะคะ ทิวาจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วค่ะ” พันทิวายกมือไหว้ อ้อนวอนทั้งน้ำตา 

กิตภพปลายตามองแล้วถอนหายใจอีกรอบ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตหรอก แค่ข่มขู่ไว้ไม่ให้ภาคษ์มาทำแบบนี้กับลูกชายของเขาอีก 

“ฉันเห็นแก่พันทิวาหรอกนะ แต่ถ้าคราวหน้าคุณเข้ามาทำร้ายลูกชายผมอีก มันไม่จบแค่นี้แน่นอน”

ภาคษ์เค้นหัวเราะออกมาราวกับเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แทนทีที่จะให้กำลังใจพันทิวา แต่กลับไปปกป้องไอ้ลูกชายเฮงซวยนั่น 

“งั้นก็ช่วยสั่งสอนลูกชายของคุณหน่อยละกัน ว่าอย่ามาทำแบบนี้ถ้าผู้หญิงไม่ได้ยินยอม แล้วถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกเมื่อไหร่ ผมก็จะไม่ปล่อยลูกชายของคุณไว้เหมือนกัน” ภาคษ์สบตากับกิตภพด้วยสายตานิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ 

โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุด ไม่อย่างนั้นพันทิวาคงเสร็จไอ้อติวิชญ์ไปนานแล้ว และเขาก็เชื่อว่าคนที่มีพ่อให้ท้าย ไม่มีทางหยุดพฤติกรรมแบบนี้หรอก ทางที่ดีเขาควรบอกให้พันทิวาอยู่ห่างๆอติวิชญ์เข้าไว้

“ถ้าเกิดมันทำอะไรทิวาอีก โทรบอกพี่ได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จัดการมันให้เอง” เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กทุยด้วยความสงสารสุดหัวใจ พันทิวาตัวแค่นี้เอง จะไปสู้แรงอติวิชญ์ได้ยังไง

“ค่ะ ขอบคุณพี่ภาคษ์มากๆนะคะที่ช่วยทิวาเอาไว้ ถ้าไม่มีพี่ภาคษ์…ฮึก…ทิวาคงตกไปเป็นของคุณวิชญ์ไปแล้ว ฮื้อๆๆ”

“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะดูแลและปกป้องทิวาเอง ทิวาจะมีพี่อยู่ข้างๆเสมอ” เขาส่งยิ้มละมุนให้เธอ ก่อนจะหันไปบอกกิตติภพที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่อีกฝั่ง “หวังว่าคุณจะมีความชอบธรรมพอนะครับ...คุณกิตติภพ”

————-----------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป