บทที่ 3 ตอนที่ 2 ข้อเสียเดียว (ทุกคืน)
ตอนที่ 2 ข้อเสียเดียว (ทุกคืน)
ในเมื่อเธอกล้า เขาก็จะช่วย จะช่วยให้สุดความสามารถเลย
"ใส่เสื้อผ้าซะ เดี๋ยวเข้ามาคุยข้อตกลง"
"นะนายช่วยฉันใช่ไหม ขะขอบขอบคุณนะ" เธอพนมมือไหว้ขอบคุณ ยิ้มทั้งน้ำตา
"อืม รีบใส่" กูใจจะแตก!
เจ้าของคำพูดแสร้งมองราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่อยากกระโจนใส่เธอแทบบ้า
ก่อนออกจากห้องเขาหันกลับมาเอ่ย..
"ลุกมาล็อกประตู ถ้าคนเคาะไม่ใช่ฉันไม่ต้องเปิด"
"ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก ๆ เลย" ขอบคุณเขาทั้งน้ำตา คว้าเสื้อผ้าปิดของสงวนวิ่งตามหลังไปล็อกประตูอีกชั้น จากนั้นรีบกลับมาใส่เสื้อผ้าให้เหมือนไม่เคยถอดมัน
เตยหอม หญิงสาววัย 37 ปี ลูกสาวคนเดียวของพ่อโชค แม่น้ำตาล ปัจจุบันพ่อกับแม่แก่มากแล้ว แม่แก่แล้วปลง ส่วนพ่อแก่แล้วโลภ ทำให้ความโลภมาตกที่เธอกับแม่
คงเป็นโชคดีของแม่ที่ไหวตัวทัน แต่ดันเป็นโชคร้ายของเธอที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พ่อลงทุนแล้วขาดทุน ยืมคนนั้นมาปิดคนนี้ ยืมคนนี้ไปปิดคนนั้นจนกลายเป็นดินพอกหางหมู มารู้อีกทีแทบหมดตัว ทั้งบ้านและที่ดิน กำลังจะกลายเป็นของคนอื่น
ตัวเธอเปิดร้านขายของชำ จ้างเด็กในหมู่บ้านมาทำงานแทนเพื่อจะได้หารายได้ทางอื่นมาจุนเจือเก็บหอมรอมริบไว้ใช้บั้นปลายชีวิต
จังหวัดที่อยู่ไม่ใหญ่มาก อำเภอก็เป็นอำเภอเล็ก ๆ ทั้งหมู่บ้านมีร้านขายของชำอยู่สองร้าน เป็นร้านเก่าแก่หนึ่งร้าน ส่วนอีกร้านเป็นของเธอ ทว่าตอนนี้เละไม่เป็นท่า ลามไปพังข้าวของในบ้าน ขนาดรถเก๋งมือสองที่เธอซื้อมาในราคาสี่แสน ยังไม่พอใช้หนี้ ตอนนี้ชีวิตเตยหอมไม่เหลืออะไรเลย มีแค่โทรศัพท์กับเสื้อผ้า เงินติดบัญชีสามหมื่นบาท หากเงินก้อนนี้หมดไป คงเหลือแต่ตัวแล้วจริง ๆ
ดีที่เธอคอยสอดส่องโฬมตลอด ถึงได้รู้เขาทำงานอะไร อยู่ที่ไหน แม้จะไม่รู้ลึกแต่ก็พอรู้อยู่บ้าง ที่รู้ ๆ ชีวิตเขาตอนนี้ดีกว่าตอนคบกันเยอะเลย
ไม่รู้ตอนนี้โฬมเปิดใจรับใครใหม่แล้วหรือยัง หรือมีครอบครัวไปแล้ว เรื่องนี้เธอไม่รู้ ไม่เคยเห็นเขาโพสต์อะไร เพราะส่วนใหญ่ที่ลงจะเป็นรูปร้าน รูปบรรยากาศในร้านเสียมากกว่า แต่มีช่วงหนึ่งที่โฬมหายไป ไม่อัปเดตโพสต์นานหลายเดือน จนอดเป็นห่วงไม่ได้ ณ วันนั้นเธอพยายามทำความเข้าใจว่าทุกคนไม่ได้โพสต์ทุกอย่างลงโซเชียล แม้แต่ตัวเธอเองที่ใช้งานเป็นประจำก็ยังไม่โพสต์ไม่เคลื่อนไหวนานหลายปี นับประสาอะไรกับเขา
อีกด้านของคนรับปาก เขาเดินนำลูกน้องนับสิบออกไปยืนเจรจากับพวกทวงหนี้ที่วนเวียนไม่ขาดสาย จบด้วยการคุยกับนายพวกมันแล้วเคลียร์หนี้สินให้หมดสิ้น ไม่วายย้ำ 'ผู้หญิงคนนี้ไม่เกี่ยว ถ้าอยากได้ดอกให้ไปเก็บกับคนยืม ไม่ใช่มาไล่บี้คนบริสุทธิ์'
"ถ้ากูเห็นพวกมึงยังมาวนเวียน อย่าหาว่าไม่เตือน" โฬมชี้หน้าชายร่างใหญ่ถึงห้าคนที่ตามมาทวงหนี้กับเตยหอม ไม่แปลกใจทำไมเธอกลัวถึงขั้นยอมคุกเข่ายกมือไหว้ เขาไม่แปลกใจจริง ๆ เพราะถ้ากูอยู่คนเดียวกูก็กลัวเหมือนกัน!
ทักษะการต่อสู้อาจจะติดลบไปบ้าง แต่เรื่องสั่งการไอ้โฬมไม่เคยแพ้ใคร
"คุณโฬมคะ ปิ่นจัดการให้เรียบร้อยค่ะ"
ปิ่น ดูแลเรื่องเงิน และบัญชี แก้ขัดบ้างบางครั้ง กับปิ่นเขาไม่คิดจริงจัง ไอ้ชินจัดบ่อยแล้ว ใคร ๆ ก็เคยทั้งนั้นตามความพึงพอใจ ส่วนตัวเขาไม่ได้รังเกียจ ไม่ได้สนใจผู้หญิงจะผ่านอะไรมา แค่เอาเสร็จ จ่ายเงิน แยกย้ายเท่านี้ก็จบแล้ว
"ไปสั่งอาหารให้ด้วย ยกไปเสิร์ฟที่ห้องวีวีไอพีหก ขออาหารเผ็ด ๆ สักสามอย่าง อย่าลืมของหวานกับผลไม้ล้างปาก"
"รับทราบค่ะ รับเลยใช่ไหมคะ"
"ด่วน หิว" จริง ๆ หิวคนที่อยู่ในห้องมากกว่า ไม่ได้หิวข้าว แต่เอาเถอะ แดกข้าวเพิ่มพลังก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน แม้หุ่นคนในห้องจะน่าขย้ำมากก็เถอะ
นมเป็นนม ตูดเป็นตูด หุ่นดีเป็นบ้า เลิกกับกูไปคงกินดีอยู่ดีอ้วนท้วมสมบูรณ์เลยดิ เหอะ!
ก๊อก ก๊อก
"เตยหอม"
"เตย" โฬมหงายมือเคาะประตูสองครั้งติดกัน ยืนเรียกสีหน้าราบเรียบระหว่างรอคนด้านในมาเปิดประตู ร่างสูงยืนรอนานเกินนาที เธอช้าจนเริ่มหัวเสีย เลยหงายมือเคาะประตูรัว ๆ กะให้คนด้านในสะดุ้งจนหัวใจจะวายไปเลย
หารู้ไม่ ร่างเล็กผล็อยหลับด้วยความเพลีย เธอกินไม่ได้ นอนไม่หลับมาหลายคืน พอทุกอย่างคลี่คลายร่างกายที่อ่อนล้าก็ปิดสวิตช์ตัวเองทันที
ปิดได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูเหมือนจะพังเข้ามาก็ปลุกให้เธอตื่น ตาคมสวยมองผ่านตาแมวเห็นสีหน้าหงุดหงิดของคนด้านนอก ถึงได้รีบปลดล็อกแล้วเปิดประตู พร้อมกับเอ่ยขอโทษเขารัว ๆ
"นึกว่าถูกฆ่าตายในห้องไปแล้ว ทำอะไรอยู่วะ!" คนด่า ด่าไม่สนเสียงขอโทษ ศักดิ์แต่จะด่าอย่างเดียว จนได้เห็นขอบตาบวม ๆ หน้าตาคล้ายเพิ่งตื่นของเตยหอม เขาเลิกคิ้วมองเธอแทนที่จะถาม เตยพยักหน้ายิ้มแห้งยอมรับว่าหลับ รู้เหตุผลก็อดจะถอนหายใจใส่ไม่ได้
"เดี๋ยวจะคุยข้อตกลง"
"ได้ ให้ฉันทำอะไรก็ได้ ให้ช่วยงานนายที่นี่ก็ได้"
"ฉันยังไม่ได้คิดข้อตกลงหรือเงื่อนไขอื่น ๆ"
"อือ ไม่รีบ ค่อย ๆ คิดก็ได้ เผื่อนายจะกลัวเสียเปรียบ จำนวนเงินขนาดนั้นมีค่ามากกว่าชีวิตฉันอีก" เธอพูดสีหน้าจริงจัง จำนวนเงินมากขนาดนั้น สร้างคฤหาสน์หลังโตได้เลยด้วยซ้ำ กำไรร้านของชำแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นแหละ เผลอ ๆ สร้างบันไดคฤหาสน์ไม่ได้ด้วยซ้ำ
วันนี้โฬมโตขึ้นมาก สิบปีที่แยกย้าย เขาประสบความสำเร็จในชีวิตมากจริง ๆ ต่างจากเธอที่ยังจมอยู่ที่เดิม ยังคิดถึงแต่เรื่องเดิม ๆ ออกจากความรู้สึกวันนั้นไม่ได้สักที
"ตอนนี้คิดออกอย่างเดียว"
"อะไรเหรอ"
"ไปเข้าคลินิกหน่อยได้ปะ ฉันชอบคนสวยเธอก็รู้ หรือที่มาวันนี้สวยที่สุดแล้ว?" ไม่หรอก สวยได้กว่านี้อีกเชื่อเถอะ คำพูดเขาทำเตยหอมก้มหน้าหัวเราะ
"แค่กินข้าวยังกินไม่ลง จะนอนก็ไม่กล้าหลับ ให้เอาเวลาที่ไหนไปคลินิก อีกอย่างเงินที่มีขอเก็บไว้กินข้าวเถอะ"
"จะไปไหมล่ะ"
"จะจ่ายให้เหรอ เกรงใจ"
"อ่า"
"ไม่เสียดายเงิน?"
"รวย ไม่มีคนช่วยใช้เงินมานาน รวยมาก"
"ตามใจ" ไม่อยากขัดศรัทธา แต่ก่อนเธอก็รักสวยรักงาม ตอนนี้รักสวยรักงามได้ตามงบ เกินงบไม่ได้ ไม่มีรายได้แล้ว
หญิงสาวตกลงไม่ปฏิเสธ คนยื่นข้อเสนอจึงเผยยิ้มพึงพอใจ แสร้งมองไปทางผ้าม่านแล้วพูด..
"วงเงินไม่จำกัด ขอสวย ๆ เธอสวยได้มากกว่านี้"
"อือ ขอบคุณนะ"
"ระหว่างนี้ถ้าไม่มีที่นอน ฉันมีห้องพักให้ แต่ต้องรับข้อเสียให้ได้"
"ยังไงก็ได้"
"เธอต้องโดนเย็บทุกคืน ตกลงไหม?"
"ไม่มีวันหยุดเลยเหรอ วันที่เป็นประจำเดือนล่ะ"
"ไว้ฉันจะพิจารณาอีกที" โฬมตอบหน้าตาเฉย ต่างจากอีกคนที่หันมาสบตาแก้มขึ้นสี
"อือ มีกับนาย ดีกว่ามีกับคนอื่น" เรื่องนี้เธอทำใจยอมรับตั้งแต่คิดจะมาพึ่งเขาแล้ว คนคุ้นเคยทำไมจะไม่รู้ เธอรู้จักเขาดีเลยละ เขาก็คงไม่ต่างกัน
"อีกข้อเสีย"
"อือ"
"ฉันไม่ได้เอากับเธอคนเดียว อย่างี่เง่าให้เห็น"
"..."
"อ้อ แล้วก็อย่าสร้างปัญหา อย่าหึงหวง เพราะผู้หญิงในร้านฉันฟันเกือบทุกคนแล้ว" บอกให้รู้ตอนนี้ดีกว่ามารู้ทีหลัง
"นายเปลี่ยนไปเยอะเลย" พึมพำเสียงแผ่ว
"แน่นอน ฉันตอนนี้ ไม่ใช่โฬมคนเดิมของเธอหรอกเตยหอม"
"อือ ฉันเข้าใจแล้ว"
"..." เข้าใจเลยเหรอ? ไม่ถาม ไม่อะไรสักหน่อยเลยหรือไง พูดขนาดนี้เธอไม่ข้องใจหน่อยเหรอ ขณะที่เขาครุ่นคิดสับสนกับแววตาเตยหอม เธอกลับยิ้มให้ พูดหน้าตาเฉย
"นายจะมีอะไรกับคนอื่นก็มีเลย ขอแค่ก่อนมีกับฉัน อาบน้ำสักหน่อย แล้วก็ป้องกันด้วยนะ นายต้องเตรียมมาเองเพราะฉันไม่มีเงินซื้อ ส่วนที่ขอให้อาบน้ำ ฉันไม่อะไรหรอก แค่ไม่อยากได้กลิ่นผู้หญิงคนอื่นบนตัวนายน่ะ"
"..."
"ถ้ามันมากไป ขอโทษนะ"
"ได้ แค่อาบน้ำ ง่าย ๆ อาบบ่อยหน่อย แค่นั้น" โฬมไหวไหล่พูด เอียงหน้ายิ้มมองเตยหอมท่าทางเจ้าเล่ห์ ไม่อยากให้รู้ว่ายังไม่ลืม ทั้งที่เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว
"อือ"
