บทที่ 12 ฉลองวันเกิด

"เครื่องหอมที่ท่านแม่ทำช่างน่าทึ่งนัก แม้ว่ากลิ่นจะจางลงไปบ้าง ทว่าพอลองดมใกล้ๆ แล้วยังคงเหมือนเดิม" ดรุณีน้อยวิเคราะห์ หลังสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากถุงหอมใบนั้น "ทว่าลวดลายดอกสาลี่นี้ช่างขัดใจข้านัก ยามนั้นยังเยาว์จึงปักออกมาได้ไม่คล้ายดอกสาลี่เอาเสียเลย หากพี่เสือน้อยมิรังเกียจข้าขอแก้มือปักถุงหอมใบใหม่ให้ท่านได้หรือไม่เจ้าคะ"

"ได้สิ" ประมุขหนุ่มรีบตอบรับราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ "แต่พี่ขอเป็นกลิ่นเดิมได้หรือไม่"เขาต่อรอง

"เจ้าค่ะ" หลิวฟางเซียนตอบรับพร้อมแย้มยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม

โม่เสวี่ยหยางยังคงเป็นพี่ชายที่แสนอบอุ่นใจดีเหมือนเดิม สำหรับนางเขามิเปลี่ยนไปเลยสักนิด ทว่าเหตุใดชื่อเสียงของเขาในฐานะประมุขพรรคมารที่เคยได้ยินมาจึงได้ดูร้ายกาจนัก

"พี่ได้ยินว่าเจ้าถูกลอบทำร้ายรึ" โม่เสวี่ยหยางถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล "เป็นอย่างไรบ้าง ได้รับบาดเจ็บหรือไม่"

"เซียนเอ๋อร์ ปลอดภัยดีเจ้าค่ะ โชคดีที่มีเหวินเต๋อติดตามมาคุ้มกัน" นางตอบพลางแย้มยิ้มจนดวงตาเป็นรูปจันทร์เสี้ยว "ท่านเป็นคนสั่งให้เขามาคุ้มครองข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ ตอนแรกข้าไม่ค่อยแน่ใจ ทว่าตอนนี้ข้าได้รู้ฐานะของท่านแล้วจึงไม่มั่นใจว่าที่คิดไว้มิผิด”

“จริงด้วย ข้าได้ใช้วิชาปาเข็มยาสลบที่ท่านเคยสอนด้วยนะเจ้าคะ"

ประมุขหนุ่มยิ้มอบอุ่น พลางใช้นิ้วเรียวเขี่ยปลายจมูกดรุณีน้อยตรงหน้าอย่างเอ็นดู

"เจ้าปีศาจน้อยของข้าช่างเฉลียวฉลาดนัก"

เสียงนุ่มทุ้มที่กล่าวออกมาจากริมฝีปากบางของโม่เสวี่ยหยาง ทำเอาเหวินเต๋อที่แอบเร้นกายคุ้มครองผู้เป็นนายอยู่ไม่ไกล แทบพลัดตกจากหลังคา

มิรู้ตนตาฝาดหรือหูมีปัญหากันแน่ถึงได้เห็นท่านประมุขผู้เยือกเย็นกล่าวเสียงอ่อนเสียงหวานกับสตรี แถมยังมีรอยยิ้มหวานเยิ้มนั่นอีก ช่างเป็นบุญตาของเขายิ่งนัก ว่าก็ว่าเถิดหากจะเปรียบเทียบ บางทีการงมหาเข็มในมหาสมุทรยังดูมีโอกาสหาพบมากกว่าทำให้ท่านประมุขของเขายิ้มเสียอีก

"จริงซิ พรุ่งนี้พี่เสือน้อยรีบกลับหรือไม่เจ้าคะ หากท่านไม่รีบ อยู่ฉลองวันครบรอบวันเกิดพร้อมข้าดีหรือไม่ เซียนเอ๋อร์จำได้ว่าเราเกิดวันเดือนเดียวกันต่างแค่ท่านเกิดก่อนข้าสี่ปี" หลิวฟางเซียนเอ่ยชวนชายหนุ่ม แม้ว่ามิได้พบกันนานหลายปี ทว่านางก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นยามที่อยู่ใกล้เขาเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

"ได้ซิ หากเจ้าอยากให้พี่อยู่ จะกี่วันพี่ก็จะอยู่เพื่อเจ้า ดีหรือไม่" ประมุขหนุ่มรีบตอบรับ

"ดีจังที่ได้พบท่านที่นี่ นอกจากพี่ใหญ่แล้วก็มีพี่เสือน้อยผู้นี้นี่แหละที่ตามใจข้า"

แม้จะเป็นคำชม ทว่าประมุขหนุ่มกลับมิได้รู้สึกดีใจนัก ก็นางเปรียบเขาเหมือนกับพี่ชายแท้ๆ เช่นนั้นมิได้หมายความว่ามองเขาเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่งหรอกหรือ

ดูท่าเขาคงต้องใช้ช่วงเวลานี้ทำแต้มต่อก่อนที่ชินอ๋องจะกลับมาตอแยนางเสียแล้ว หลิวฟางเซียนแม้จะใจเด็ดอยู่บ้างแต่อย่างไรนางก็ยังคงไร้เดียงสาราวกระต่ายน้อย มิควรเข้าไปพัวพันกับเรื่องของวังหลัง 

หลิวฟางเซียนที่ตื่นขึ้นมาในยามเหม่าหยิบกระดิ่งขึ้นมาสั่นเรียกสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติล้างหน้าบ้วนปากเช่นทุกวัน

ราวกับสาวใช้ทั้งสองเตรียมตัวรออยู่หน้าประตูนานแล้ว พวกนางดันบานประตูไม้ออกทันทีที่เสียงกระดิ่งดัง อาจูอาจิ้นเข้ามาพร้อมอ่างน้ำและถาดที่มีอาภรณ์สีขาวสะอาดปักลายดิ้นเงินรูปดอกสาลี่พับอยู่อย่างเรียบร้อย

วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุครบสิบแปดปีของหลิวฟางเซียน

สาวใช้ทั้งสองที่อยู่กับนางมานานย่อมรู้ใจ ว่าทุกปีดรุณีน้อยจะสวมชุดที่ฮูหยินเอกผู้ล่วงลับเป็นผู้ปักลวดลายดอกสาลี่นี้ทุกครั้ง แม้ว่าจะผ่านมาแล้วกว่าสามปีทว่าดรุณีน้อยผู้นี้ยังคงสวมใส่ได้อย่างพอดีตัว คงเป็นเพราะรูปร่างเพรียวบางนี้มิเคยเปลี่ยนแปลง

หลิวฟางเซียนเติบโตเป็นสาวสะพรั่งตั้งแต่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ในวันครบรอบสิบสี่ปีมารดาได้ปักชุดนี้มอบให้เป็นของขวัญแก่นาง อีกทั้งยังกล่าวว่าหากถึงวัยปักปิ่นจะมอบชุดปิ่นมุกที่เข้ากันกับชุดให้นาง คิดไม่ถึงว่ามารดาจะมิอาจอยู่ถึงวันที่ต้องทำตามสัญญา 

หลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว หลิวฟางเซียนจึงหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาเปิดออก ก่อนจะหยิบชุดปิ่นมุกพร้อมต่างหูมุกด้านในออกมาส่งให้อาจิ้นที่กำลังใช้หวีไม้จันทน์หอมสางผมของนางอยู่

ชุดเครื่องประดับมุกนี้ช่างเข้ากับอาภรณ์ชุดนี้นัก ผ้าไหมสีขาวปักลวดลายดอกสาลี่ด้วยดิ้นเงินนั้นขับให้ผิวพรรณขาวกระจ่างของดรุณีน้อยดูเปล่งประกายราวเทพเซียน

"บะหมี่อายุยืนทำเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือ" หลิวฟางเซียนถามสาวใช้เสียงนุ่ม

"เสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ" สาวใช้ทั้งสองตอบอย่างพร้อมเพรียง

"อาจู เจ้าไปเตรียมจัดโต๊ะอาหาร ส่วนอาจิ้น เจ้าไปตามพี่สะ...เอ่อ...ไปตามท่านประมุขโม่มาร่วมรับมื้อเช้ากับข้า" 

"เจ้าค่ะ" อาจูและอาจิ้นรับคำพร้อมกันก่อนออกจากห้องไป

หลิวฟางเซียนหยิบถุงหอมที่ปักอยู่ทั้งคืนออกมาใส่ไว้ในแขนเสื้อ ก่อนจะออกมาจากห้องและตรงมายังโต๊ะสำรับอาหาร

ไม่นานนักโม่เสวี่ยหยางก็เดินยกยิ้มมุมปากตามอาจิ้นมา วันนี้เขาสวมอาภรณ์สีขาวปักดิ้นเงินลวดลายพยัคฆ์ ที่ดูเข้ากันกับชุดของหลิวฟางเซียน ช่างดูแปลกตาสำหรับหลายๆ คนนัก ปกติท่านประมุขโม่ผู้นี้มักจะชมชอบสวมอาภรณ์สีเข้มดูดุดัน ทว่าพอเขาชุดสีขาวสะอาดนี้กลับหล่อเหลาไปอีกแบบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป