บทที่ 7 ค่ารักษาราคาแพง

ณ คฤหาสน์ไป๋หู โม่เสวี่ยหยาง ประมุขพรรคหนุ่มกำลังอ่านรายงานที่    เหวินเต๋อองครักษ์คนสนิทนำมาส่งให้ด้วยใบหน้าสีเข้ม

ดวงตาคมแผ่ไอสังหารออกมาจนนัยน์ตาสีดำครามแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ยามมีโทสะพลุ่งพล่านจิตพยัคฆ์เหมันต์ที่ผนึกรวมกับจิตวิญญาณของประมุขหนุ่มจะสำแดงฤทธิ์ออกมา บรรยากาศรอบกายเย็นยะเยือกราวอยู่ในฤดูเหมันต์

"ท่านประมุขโปรดระงับโทสะขอรับ" เหวินเต๋อเอ่ยปากเตือนผู้เป็นนายอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

"พวกพรรคมารวิหคอัคคีล้ำเส้นข้าเกินไปแล้ว เพื่อตำแหน่งผู้นำพรรคต่างๆ ในยุทธจักร จึงได้กระทำลอบกัดเช่นนี้"โม่เสวี่ยหยางกล่าวน้ำเสียงเรียบเย็น ก่อนจะปรับน้ำเสียงกับอารมณ์ให้เป็นปกติและกล่าวต่อ "แล้วเรื่องสตรีนางนั้นเล่า ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง"

"แม่นางผู้นั้นมีชื่อว่า หลิวฟางเซียน เป็นบุตรีฮูหยินเอกกับท่านราชครูหลิว หลิวหลิ่งเหอ นางเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงและงามเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ว่ากันว่านางมีกลิ่นกายหอมหวานกรุ่นกลิ่นบุปผาติดตัวมาแต่กำเนิด กลิ่นหอมที่ยังติดอยู่ในห้องนอนท่านประมุข น่าจะเป็นกลิ่นหอมที่พวกเราได้กลิ่นจากตัวนางมิใช่จากถุงหอม"

"เป็นเจ้ามิผิดแน่ เจ้าปีศาจน้อย" ประมุขหนุ่มพึมพำเบาๆ ก่อนจะโบกมือให้เหวินเต๋อเล่าต่อ

"วันพรุ่งจะเป็นวันครบรอบวันเกิดอายุครบสิบแปดปีของนางขอรับ ฮูหยินเอกมารดาของนางเป็นศิษย์สำนักแพทย์ตระกูลไป๋ นางเรียนวิชาแพทย์กับมารดา แต่ทุกปีจะไปเยี่ยมศิษย์พี่ศิษย์น้องและท่านเจ้าสำนักที่สำนักแพทย์”

“นางเป็นคนรักของชินอ๋อง ทว่าถูกฮองเฮาขัดขวาง ได้ยินว่าวันพรุ่งนี้ที่ตรงกับวันครบรอบวันเกิดนาง จวนอ๋องจะมีงานมงคลสมรสพระราชทาน ของชินอ๋องกับคุณหนูซูบุตรสาวแม่ทัพและเป็นหลานสาวฮองเฮา เพราะเรื่องนี้ทำให้แม่นางหลิวถูกฮองเฮาส่งยาพิษเพื่อขู่ ทว่านางกลับดื่มไปจริงๆ แต่ก็รอดมาอย่างปาฏิหาริย์ขอรับ"

"สตรีนางนี้ยังคงเป็นเหมือนเดิม ยึดติดกับอำนาจจนทำร้ายผู้อื่น" โม่เสวี่ยหยางกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น "แล้วนี่อาเหยียนไปไหน ข้าไม่เห็นเขาตั้งแต่เช้าแล้ว"

"คุณชายรองไปจวนราชครูหลิวขอรับ นำค่ายาที่ตกลงกันไว้ไปให้แม่นางหลิว" 

"อาเหยียนช่างหาเรื่องได้ผิดคนนัก ตอนเล็กๆ นางร้ายกาจราวปีศาจน้อยหาใช่เทพธิดาดั่งหน้าตาที่ใสซื่อไม่ เจ้าปีศาจน้อยตัวแสบ ไม่คิดว่าข้าจะหาเจ้าพบ ไม่สิ เจ้าหาข้าพบต่างหาก"

ประมุขหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าที่เต็มด้วยโทสะจากรายงานที่อ่านก่อนหน้าคลายลงเป็นอ่อนโยน ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาอย่างมิรู้ตัว

เพราะงานในพรรคทำให้เขาไม่มีเวลาคิดเรื่องนาง จึงมิได้ออกตามหาอย่างจริงจัง อีกทั้งจุดที่เขายืนอยู่นั้นสุดแสนอันตราย จึงไม่ได้คิดจะเชื่อมวาสนาอีกครั้ง ไหนเลยจะรู้ว่าวาสนาจะเดินทางมาเยือนเสียเองถึงหน้าเรือน คิดถึงตรงนี้ประมุขหนุ่มก็เผลอยิ้มอย่างโง่งมอีกครั้ง เจ้าปีศาจน้อยของเขายิ่งโตยิ่งงามนัก

เหวินเต๋อที่เห็นอาการของผู้เป็นนายถึงกับขยี้ตาไปมาอย่างไม่เชื่อสายตา ประมุขพรรคพยัคฆ์เหมันต์ผู้เย็นชาไร้ใจเผลอยิ้มให้กับโฉมสะคราญนางนั้น เห็นทีเจ้านายของเขามิใช่คนไร้ใจดังว่าเสียแล้ว

ได้เห็นท่านประมุขยิ้มพึงใจสตรีช่างเป็นบุญตาของเขาเสียจริง องครักษ์หนุ่มคิด

"คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินรองกับคุณหนูสามมาขอพบเจ้าค่ะ" อาจูบอกกับหลิวฟางเซียนขณะที่นางกำลังทบทวนตำราแพทย์เช่นทุกวัน

"แม่เล็กกับน้องสามกลับมาจากไปปฏิบัติธรรมที่อารามซิ่นสือแล้วหรือ" หลิวฟางเซียนถามสาวใช้ ก่อนจะวางตำราแพทย์เก็บเข้าที่

"ได้รับข่าวว่าพี่หญิงรองถูกพิษ ข้ากับท่านแม่จะมีแก่ใจปฏิบัติธรรมอย่างสงบได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ" เสียงเจื้อยแจ้วของหลิวเหมยหลิน ดังขึ้นพร้อมๆ กับตัวคนที่ตรงเข้ามายกแขนหมุนตัวพี่สาวต่างมารดาเพื่อสำรวจ

"หลินเอ๋อร์ เจ้าหมุนเซียนเอ๋อร์ไปมาเช่นนั้นได้อย่างไร ซุกซนเสียจริง" หม่าเหมยเสียนกล่าวเตือนบุตรีของตน ก่อนจะหันมาถามลูกเลี้ยง "เซียนเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง แม่เล็กได้ยินว่าเจ้าถูกพิษ เพิ่งกลับจากอารามก็ตรงมาที่นี่เลย"

"เซียนเอ๋อร์ไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ แม่เล็กกับน้องสามอย่ากังวลเลย"

"พี่หญิงรอง ท่านเก่งวิชาแพทย์แต่กลับดื่มชาพิษที่แค่ดมกลิ่นก็รู้ได้อย่างไร อย่าได้ปิดข้ากับท่านแม่เลยนะเจ้าคะ" หลิวเหมยหลินเอ่ยท้วงอย่างน้อยอกน้อยใจ

"หลินเอ๋อร์วางใจเถิด พี่ไม่เป็นไรแล้ว ต่อไปจะไม่ทำเรื่องเลอะเลือนเช่นนั้นอีกแล้ว" หลิวฟางเซียนสัญญากับน้องสาว

หลิวเหมยหลินและฮูหยินรองห่วงใยนางจากใจจริง ตอนนางยังเล็กฮูหยินรองไม่ค่อยชอบมารดาของนางนัก คงเพราะนางป่วยจนยากที่จะมีบุตรจึงเกิดความริษยาในใจ แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความดีของฮูหยินเอก

มารดาของหลิวฟางเซียนเป็นคนจิตใจงดงาม นางคิดค้นตำรับปรุงยาบำรุงจนสามารถช่วยรักษาอาการป่วยให้ฮูหยินรองหายขาดและสามารถมีบุตรได้ น้ำใจในครั้งนั้นทำให้ความเกลียดชังในใจฮูหยินรองหายไป ทุกอย่างที่นางปฏิบัติต่อฮูหยินเอกและบุตรสาวบุตรชายล้วนมาจากความจริงใจมิได้เสแสร้งแกล้งทำ จึงได้เลี้ยงหลิวเหมยหลินให้เป็นดรุณีน้อยซุกซนใสซื่อดังผ้าขาวเช่นนี้

"เซียนเอ๋อร์ยืนยันเช่นนี้แม่เล็กก็เบาใจ หากเจ้าเป็นอันใดไปจริงๆ ทุกคนในจวนคงมิอาจรับไหว แม่เล็กและทุกคนเป็นห่วงเจ้า หวังเพียงให้เจ้าแคล้วคลาดปลอดภัย" ฮูหยินรองกล่าวจากใจจริง เด็กคนนี้มารดาจากไปเร็วนัก เดิมทีก็น่าสงสารอยู่แล้ว พอคิดว่านางจะต้องมาเผชิญกับเรื่องที่ยากลำบากเช่นนี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ แม้มิใช้บุตรสาวที่นางคลอดออกมาแต่ก็เป็นเด็กที่เห็นมาตั้งแต่ยังเล็ก จะอย่างไรก็ย่อมต้องมีความผูกพันธ์บ้างเป็นของธรรมดา

"เจ้าค่ะแม่เล็ก เซียนเอ๋อร์รับปาก" หลิวฟางเซียนรับคำเสียงนุ่ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป