บทที่ 16 16
ตลอดทั้งอาทิตย์นี้วนิษามีวันว่างอยู่สองวัน ทั้งที่อยากนอนตีพุงอยู่ที่ห้องแต่ก็ต้องงัดตัวเองออกมาไหว้พระ ถวายสังฆทาน เผื่อว่าผลบุญจะส่งให้ชีวิตเธอราบรื่นบ้าง
รู้สึกช่วงนี้กราฟชีวิตดิ่งลงจนน่าใจหาย ล่าสุดการ์ดโฮลเดอร์ชาแนลก็หายไปไหนไม่รู้ ลองหาในกระเป๋าที่ช่วงนี้หยิบมาใช้บ่อยๆ รื้อห้องหาก็แล้วแต่ไม่เจอ
ในความโชคร้ายยังมีเรื่องโชคดีอยู่นิดหน่อยเพราะบัตรเครดิตยังอยู่ครบ หายแค่บัตรเดบิตใบเดียวเลยจัดการโทรอายัดเรียบร้อย
เสียดายก็แต่ตัวการ์ดโฮลเดอร์ มันเป็นแบรนด์และรุ่นที่เธออยากได้มาก หยอดกระปุกแยกไว้อยู่หลายเดือน แถมราคาที่ซื้อตอนนั้นยังถูกกว่าปัจจุบันหลายพันบาท แต่หายแล้วก็ปล่อยมันไปเพราะไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหนเหมือนกัน
หลังจากไหว้พระเสร็จหญิงสาวแวะซื้อข้าวเกรียบปากหม้อกับก๋วยเตี๋ยวลุยสวนเจ้าดังติดมือกลับมาด้วย
เหลือบมองนาฬิกาดิจิทัลหน้าคอนโซลรถเห็นว่ามีเวลาเหลือเฟือจึงหักพวงมาลัยรถเลี้ยวไปอีกทางแทนที่จะกลับคอนโดฯ
ใช้เวลาไม่นานนักรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเคลื่อนตัวจอดเทียบหัวมุมบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง มองจนแน่ใจว่าภายในโรงจอดรถว่างเปล่าจึงค่อยหอบหิ้วของที่ซื้อลงจากรถแล้วเดินไปกดกริ่ง
เรียวปากบางได้รูปคลี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ สวมผ้ากันเปื้อนเดินผ่านกรอบประตูบ้าน แถมยังยกมือขึ้นจรดอยู่ระหว่างคิ้วคล้ายต้องการเพ่งมองว่าคนที่มาหาในเวลานี้คือใคร
“มีนเองค่ะแม่” เพียงเท่านั้นท่านก็รีบสาวเท้าไวกว่าเดิมเพื่อเปิดประตูรั้วให้ หนำซ้ำยังจะแย่งถุงหิ้วในมือเธอไปถือเองอีก
“ทำไมไม่บอกแม่ก่อนว่าจะมา” พิไลเอามือถูกางเกงแล้วค่อยยื่นมาแตะต้นแขนลูกสาว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นระบายยิ้มกว้างทว่าน้ำเสียงติดขุ่นเคืองเล็กน้อย
“แม่จะได้ทำกับข้าวรอ”
วนิษาเอาแต่ยิ้มไม่ได้ตอบคำถามนั้น พูดไปมันจะกลายเป็นการซ้ำเติมความรู้สึกทั้งสองแม่ลูกมากกว่า ท่านคงลืมไปแล้วว่าโทรศัพท์มือถือตัวเองโดนยึดไปแล้ว
นึกถึงสาเหตุก็ได้แต่แค่นยิ้ม ทั้งชีวิตนี้สิ่งที่วนิษาคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่สุดก็คือการเดินออกจากบ้านหลังนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอเสียใจมากกว่าคือการที่คนเป็นแม่ไม่ยอมตามไปอยู่กับเธอ
ส่วนวศพลนั้นเห็นว่าสัญญากับแม่แล้วว่าจะปรับปรุงตัวไม่ทำให้ท่านเป็นห่วงอีก ในฐานะพี่สาวแล้ววนิษาทำใจเชื่อไม่ลงจริงๆ
“รีบกลับหรือเปล่า” คนเป็นแม่ตอบพลางเปิดตู้เย็นดูของแล้วค่อยหันไปถามบุตรสาว “แม่ทำสุกี้ให้ กินไหม?”
วนิษาพยักหน้าโดยพลัน แม้ว่าอาหารข้างนอกจะอร่อยแค่ไหนก็ยังสู้ฝีมือแม่ไม่ได้ นอกจากรสชาติแล้วมันคงมีความคิดถึงและความทรงจำวัยเด็กรวมอยู่ด้วย
“มีนช่วยเตรียมของค่ะ”
แบ่งผักที่ท่านหยิบออกจากตู้เย็นมาล้างแล้วหั่นแบบพอดีคำ เหลือบมองคนเป็นแม่แล้วก็ได้แต่สะท้อนอยู่ในอก ขนาดเธอหาเวลากลับมาหาท่านอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกว่าแม่ตัวเล็กลงทุกที
ดวงตากลมโตพิศมองผู้ให้กำเนิดอย่างเงียบๆ ทั้งที่อายุของท่านเพิ่งจะเลขสี่ปลายๆ แต่รอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏขึ้นมานั้นกลับเด่นชัดก่อนวัยอันควร มันคือร่องรอยจากการทำงานแบบฉบับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
“อยากลักตัวแม่ไปอยู่ด้วยจัง มีนทำกินเองไม่เคยอร่อยเลย”
“ก็กลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้านสิลูก”
ทุกครั้งที่พิไลบอกให้ลูกกลับมาอยู่บ้านด้วยกัน วนิษามักจะเฉไฉเปลี่ยนเรื่องอยู่ร่ำไป เธอเข้าใจลูกว่าเหตุใดถึงตัดสินใจออกไปใช้ชีวิตข้างนอก
แต่ไหนแต่ไรวนิษาไม่ชอบการถูกตีกรอบ ตอนเด็กลูกมักจะถามว่าทำไมเราต้องทำอันนี้ๆ แล้วทำไมคนอื่นถึงไม่ช่วยเราทำ พิไลยอมรับว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่ค่อนข้างจะหัวโบราณ เธอให้คำตอบลูกไปเพียงว่ามันเป็นหน้าที่ของผู้หญิง
ทว่ายุคสมัยมันได้เปลี่ยนไปแล้ว กระทั่งความคิดรวมถึงอะไรหลายๆ อย่างที่เคยรับมาเริ่มเปลี่ยนแปลงและมองเห็นชัดขึ้น
พิไลรู้ดี...มันไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงฝ่ายเดียว แต่มันคือความเคยชินของคนที่ชอบออกคำสั่งมากกว่า
กระนั้นเธอก็ยังเป็นแม่ที่ขี้ขลาดไม่สามารถปกป้องลูกสาวคนเดียวได้ดีพอ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอเชื่อและมั่นใจมาโดยตลอดก็คือวนิษาเป็นคนเก่ง
เก่งกว่าทุกคนในบรรดาพี่น้องทั้งหมด...
“ค่อยๆ กินสิมีน เดี๋ยวสำลักเข้า” พิไลส่ายหน้ายิ้มๆ ถึงลูกจะโตจนรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว แต่ในสายตาเธอยังไงวนิษาก็ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ
พิไลไม่ได้เล่นพวกอินเทอร์เน็ต เลยไม่ค่อยเข้าใจสายงานของลูกเท่าไรนัก รู้แค่ว่าลูกรักทำงานเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย เงินส่วนใหญ่จะได้จากการถ่ายแบบและคอยรีวิวสินค้าต่างๆ
“วางไว้ในซิงก์นั่นแหละมีน เดี๋ยวแม่ล้างเอง”
“ไม่ได้ค่ะ แม่นั่นแหละนั่งเฉยๆ เดี๋ยวมีนจัดการเอง” แค่ล้างจานไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย อีกอย่างเธออยากให้แม่ได้พักบ้าง
“มีนแวะซื้อก๋วยเตี๋ยวลุยสวนกับข้าวเกรียบปากหม้อมาให้ แม่อย่าลืมกินนะคะ” ถ้าไม่ติดว่าเมื่อกี้เพิ่งนั่งกินสุกี้กับท่านไป จะคะยั้นคะยอให้ท่านกินอยู่หรอก
“แล้วนี่กล่องอะไรลูก” ถึงพิไลจะขลุกอยู่แต่ก้นครัว แต่เธอก็พอคุ้นตาโลโก้บนถุงสีขาวที่ลูกถือมาอยู่บ้าง
“โทรศัพท์ค่ะ ตั้งใจซื้อมาให้แม่” เพราะโทรศัพท์เครื่องที่ท่านใช้มันเก่าเกินกว่าจะใช้คุยกันได้ เธอต้องการส่งข้อความคุยกับแม่มากกว่า เพราะรู้ว่าท่านไม่ค่อยมีเวลาโทรคุยกันเท่าไร
“มีนใส่ซิมอะไรให้เรียบร้อยแล้วนะแม่ เบอร์ก็เมมไว้แล้ว” แม้ท่านจะบ่นว่าเปลืองเงินเปล่าๆ แต่เธอเห็นประกายความดีใจในดวงตาคู่นั้น
