บทที่ 20 20

“เออมีน” ผู้จัดการสาวเหลือบมองเพื่อนที่ลุกขึ้นนั่งพอดี เจ้าตัวเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยเธอจึงเอ่ยต่อ “สรุปเรื่องของแกกับคุณปรินทร์นี่ยังไงกันแน่?”

คราวนี้วนิษาถึงกับตื่นเต็มตาเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายเอ่ยถึงชื่อผู้ชายคนนั้น

“คุณชาลีที่เป็นลูกน้องของคุณปรินทร์น่ะ ติดต่อมาหาฉันบอกว่าแกลืมกระเป๋าเงินไว้ เขาขอที่อยู่เดี๋ยวจะให้แมสฯ วิ่งมาส่ง”

“แกให้ที่อยู่ไหนไป”

หญิงสาวเผลอขบปากตัวเอง ไม่รู้ว่าการ์ดโฮลเดอร์ไปอยู่กับเขาได้ยังไง คืนนั้นก่อนจะออกมาจากที่นั่นได้ตรวจเช็กของเรียบร้อยแล้วนะ

“ที่อยู่ฉันสิ” เมวิกาตอบกลับพร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อย ตีลังกาดูก็ยังเห็นความผิดปกติ แสดงว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าที่เธอรู้แน่นอน

“อะไร สีหน้าโล่งอกนี่มันยังไง”

ไม่แปลกหรอกที่เมวิกาจะสงสัย เพราะช่วงที่มันกลับต่างจังหวัดไปก็เกิดเรื่องขึ้นเยอะจริงๆ นั่นแหละ

“ที่จริง...ตอนแกกลับบ้านมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย” วนิษาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟัง แต่พอรู้ว่าคุณชาลีติดต่อไปหาเมวิกาแบบนั้น

ก็เริ่มคิดแล้วว่าอีกฝ่ายอาจจะกำลังเล่นแง่กับเธออยู่

“ไหนเล่าซิ หูผึ่งจนไม่รู้จะผึ่งยังไงแล้ว”

วนิษาถึงกับกลอกตาเป็นวงกลมเพราะสิ่งที่มันพูดกับสีหน้าท่าทางนั้นมันสอดคล้องกันยิ่งกว่าอะไร ม่านตาที่ขยายเป็นวงกว้างรวมถึงหูที่คล้ายกับขยับได้เวลาที่ตื่นเต้นแบบนั้นน่ะ

พยายามประมวลผลความจำแล้วทยอยเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่คืนวันงานเปิดตัวน้ำหอมจนไปถึงคืนที่เธอต้องออกไปตามน้องชายให้เพื่อนฟัง

“พวกนักธุรกิจนี่แพรวพราวไม่ไหว” ผู้จัดการสาวหัวเราะคิกคักรู้สึกชอบใจขึ้นมา

ตอนนี้เมวิกาวางงานไว้เป็นเรื่องรอง เพราะเรื่องของปรินทร์กับเพื่อนรักนั้นน่าสนใจกว่าเป็นไหนๆ

ในฐานะที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งผู้จัดการ บอกเลยว่าที่ผ่านมามีผู้ชายหลายคนสนใจวนิษาอยู่หลายคนแต่หญิงสาวปฏิเสธทุกคนที่เข้าหา เพราะตอนนั้นวาทิตยังอยู่ในฐานะคนรัก

แต่ตอนนี้เลิกกันแล้วแถมยังเป็นฝ่ายโดนนอกใจอีก เมวิกาคิดว่าเพื่อนสมควรแก่เวลาแล้วที่จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เพราะตลอดเวลาที่เพื่อนคบกับวาทิต ผู้ชายคนนั้นไม่เคยสนใจวนิษาด้วยซ้ำ นัดเจอกันทีไรสุดท้ายก็ล่มแถมยังมาบอกนาทีสุดท้ายว่าติดธุระไม่ว่างไป

แล้วมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่เป็นเกือบทุกรอบ!

“แต่คุณปรินทร์นี่ก็งานดีขึ้นหิ้งเลยนะ” ถึงขนาดทำตัววอแวหนำซ้ำคนสนิทยังทำทีติดต่อผ่านเธอแบบนี้ จะหมายความอย่างไรได้อีกนอกจากสนใจเพื่อนเธอจริงๆ “แกไม่สนใจจริงเหรอ”

“ขอพัก”

วนิษายกมือขึ้นดับความคาดหวังของเพื่อนทันใด บอกตามตรงว่าตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะสานสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น

“เออๆ” แม้ใจลุ้นเต็มแก่ แต่ก็พอจะเข้าใจคนที่เพิ่งเลิกรากับแฟนมา ถึงจะทำตัวตัดบัวไม่เหลือเยื่อใย แต่ทุกการเลิกราย่อมมีร่องรอยบาดแผลอยู่แล้ว “แล้วอีพี่ทัพมันยังมาวุ่นวายกับแกอยู่ไหม”

“งานคืนนั้นก็เจอ วันนี้ก่อนจะกลับมาก็เจออีก” แค่นึกถึงก็เหนื่อยแล้ว “พอมองย้อนกลับไปเป็นความสัมพันธ์ที่โคตร toxic เลย ไม่รู้ว่าฉันทนมาได้ยังไง”

“ไม่เป็นไรนะ” เมวิกาดึงเพื่อนเข้ามากอดแล้วจับโยกตัวไปมา “ต่อจากนี้ไปฉันขอให้แกพบเจอแต่สิ่งดีๆ เพี้ยง!”

“สาธุ!”

วนิษารับมุกด้วยการพนมมือขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ทางผู้จัดการสาวดีดตัวออกไปคว้าไอแพดขึ้นมาเปิดดูโน้ตงานที่รับไว้ให้เพื่อนช่วงที่กลับบ้านไปหาแม่ ตั้งแต่รู้จักกับวนิษามานั้นยอมรับว่าเพื่อนเป็นคนหนักเอาเบาสู้

เมื่อก่อนพากันวิ่งหางานหาสปอนเซอร์เพราะยังไม่มีคนติดตามเท่าไร ตอนนี้แม้ว่าจะสะสมชื่อเสียงได้ในระดับหนึ่งแล้วแต่มันก็ไม่เคยด้อยค่าหรือเกี่ยงงานสักนิด

“เริ่มต้นด้วยงานถ่ายโฆษณาเลยเป็นไง”

“หือ?” วนิษาเบิกตากว้าง “โฆษณาอะไรอะ”

“เป็นกาแฟยี่ห้อใหม่น่ะ แต่อยู่ในเครือของแบรนด์ใหญ่ มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าแกจะปังปุริเย่แน่นอน”

วนิษาเคยผ่านงานโฆษณามาอยู่บ้าง รวมถึงเคยเรียนเสริมเรื่องการแสดงจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรกับงานนี้ ยึดมาตลอดว่าถ้ามีโอกาสก็ต้องรีบคว้าเอาไว้

“ว่าแต่ถ่ายกับใครอะ” งานเก่าๆ ที่เคยถ่ายมาส่วนมากถ่ายประกบดาราทั้งนั้น เพราะงั้นเลยอยากรู้ก่อนว่าต้องถ่ายกับใครจะได้เตรียมตัวถูก

“เขาเลือกให้แกเป็นหนึ่งในตัวหลัก” เมวิกาว่ายิ้มๆ ในขณะที่อีกฝ่ายนั่งนิ่งเบิกตากว้าง เห็นแบบนั้นเลยย้ำชัดอีกรอบ “เรื่องจริง ฉันจะโกหกแกทำไม”

วนิษารับรายละเอียดงานคร่าวๆ จากผู้จัดการมาอ่านด้วยใจที่ยังเต้นแรงไม่หยุด กาแฟมีถึงห้ารสชาติซึ่งทางแบรนด์ต้องการเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ที่มีหลากไลฟ์สไตล์ นักแสดง นักข่าว นักร้อง นักกีฬา และอาชีพสุดท้ายคืออินฟลูเอนเซอร์

“ถ้าจำไม่ผิด เหมือนของแกจะได้เป็นสูตรน้ำตาลน้อย”

ถ้าเป็นสูตรพวกนี้ก็แปลว่าวันถ่ายทำอาจจะต้องเน้นรูปร่างอย่างนั้นสินะ

“เพราะงั้นช่วงนี้ถ้าลีนได้ก็ควรลีน งดโซเดียม งดน้ำหวานจ้ะเพื่อน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป