บทที่ 22 22

ถ้าเธอไม่ใช่เพื่อนสนิทของเมวิกาละก็ คงคิดว่าสองคนนี้รู้จักกันมาก่อนแน่ๆ ยัยผู้จัดการของเธอเป็นพวกผูกมิตรเก่งก็จริงแต่ใช่ว่าจะคุยไปเรื่อยกับคนแปลกหน้า

“จะเลยสถานีแล้วนี่คะ” วนิษาร้องทักเมื่อคนขับรถยังขับตรงไป ไม่ตบไฟเลี้ยวจอดเทียบสถานีอย่างที่คุยกันไว้ในตอนแรก

“ถ้าเป็นตึก xxx เหมือนจะอยู่ไม่ไกล ตอนนี้รถยังไม่ติดเท่าไร ผมไปส่งที่นั่นเลยดีกว่าครับ” 

“คุณชาลีนี่ใจดี” / “แล้วคุณชาลีไม่ต้องไปทำงานเหรอคะ?”

“ลาครับวันนี้” ชาลีหลุดยิ้มเมื่อหญิงสาวทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน คนหนึ่งตอบรับไมตรีส่วนอีกคนเพ่งเล็งกันอย่างเห็นได้ชัด

“เหรอคะ” วนิษาแทบอยากกลอกตาเป็นวงกลมเมื่อเพื่อนหันมาทำท่ารูดซิปปาก

เพราะเคยโดนต้มจนเปื่อย วนิษาเลยไม่ค่อยไว้ใจชาลีเท่าไร การที่จู่ๆ เขาตั้งใจนำของมาคืนเธอด้วยตัวเองนั่นก็ว่าแปลกแล้ว แต่ยังมาส่งเธอกับเมวิกาถึงที่มันก็ดูใจดีผิดวิสัยลูกน้องคู่ใจของนักธุรกิจไม่ใช่หรือไง

แม้จุดประสงค์ของชาลีจะเป็นการนำของมาคืนเธอก็จริง แต่ของแบบนี้สามารถเรียกเมสเซนเจอร์ก็ได้ ไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนขับรถมาให้ถึงคอนโดฯ ด้วยซ้ำ ไหนจะเรื่องรถเสียแล้วทางนั้นรู้จักกับเจ้าของอู่รถอีก

จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง...

รัญชนาเคยอยากเข้าวงการบันเทิงมากแต่ตัวเองไม่ค่อยมีพรสวรรค์ด้านนี้ พอโดนผู้คนจับจ้องก็พานให้สมองตื้อพูดอะไรไม่ออกเลยล้มเลิกความฝันไปโดยปริยาย

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังมีเรื่องให้น่าโอ้อวดกับเพื่อนๆ เนื่องจากญาติตัวเองเป็นถึงผู้จัดการของดาราดาวรุ่งอย่าง ‘นิษฐา’ วันนี้โอกาสเหมาะพอดีเพราะผู้ช่วยของธัญญาป่วยกะทันหัน ท่านก็เลยวานให้เธอมาช่วยงานในวันนี้

รู้ข้อมูลคร่าวๆ มาว่านอกจากนิษฐาแล้วยังมีดาราคนอื่นๆ อีก แต่ไม่คิดเลยว่าหนึ่งในนั้นจะมีคนที่เธอเกลียดเข้าไส้!

“อาฉาย” รัญชนาหันไปทางญาติตัวเองที่กำลังตรวจเช็กอะไรสักอย่าง “แบรนด์เขาจ้างอีนั่นมาด้วยเหรอ”

ธัญญามุ่นหัวคิ้วกับความปากเปราะของหลาน สังเกตมาตั้งแต่เช้าแล้วว่ารัญชนาเอาแต่มองไปที่ผู้หญิงคนนั้นชนิดที่ว่าแทบไม่วางตา

ตอนแรกคิดว่ามองตามประสาคนที่ชื่นชอบ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ ไม่งั้นคงไม่มานั่งเข่นเขี้ยวในตอนนี้

“หมายถึงใคร” แกล้งถามไปอย่างนั้นทั้งที่รู้คำตอบดี

“อีคนที่ชื่อมีนไง” รัญชนารู้สึกเหมือนใจโดนแผดเผาตอนที่รู้ว่ามันเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์ของสินค้า “มันแอบนัดเจอกับแฟนเตยที่โรงแรม”

ตอนเจอหน้ากันครั้งแรกก็ชื่นชมอยู่หรอก จำได้ว่าวนิษาคืออินฟลูเอนเซอร์ที่เพื่อนๆ เธอกดติดตามไว้อยู่ แต่พอเห็นสายตาของมันที่มองคนรักของเธอก็เริ่มตงิดใจ

รัญชนาสงสัยมานานแล้วว่าวาทิตแอบคุยกับใครนักหนา พอถามชายหนุ่มก็เอาแต่บอกว่าเป็นน้องข้างบ้านที่รู้จักกันมานาน

สรุปแล้วน้องข้างบ้านที่ว่าก็คือยัยนั่นไง สันดานพวกขี้ขโมยมันปิดไม่มิดหรอก คนประเภทนี้ ‘ความอยาก’ มันชอบกระตุ้นออกทางสายตา

“แล้วแกมีหลักฐานเหรอ ถึงได้ไปกล่าวหาเขาแบบนั้น” ธัญญาไม่พวกฟังความข้างเดียว อีกอย่างเธอรู้นิสัยของหลานตัวเองดี

อยู่ในวงการบันเทิงมาก็หลายปีไอ้เรื่องผิดผัวผิดเมียมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง หน้ากล้องทั้งกอดทั้งหอมทำเหมือนเพื่อนรัก หลังกล้องจิกหัวกันยับก็มีให้เห็นถมเถ

“หลักฐานคือลูกกะตาของเตยนี่แหละอา เห็นแบบคาตาขนาดตามลงไปอาละวาดใส่ มันยังลอยหน้าลอยตาใส่เตยอยู่เลย” รัญชนาเล่าไปขมวดคิ้วไป หงุดหงิดใจที่โดนอาไล่ต้อนแถมยังทำเหมือนไม่เชื่อคำพูดของเเธอ

“ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ดูคนของแกด้วยก็ดี”

ไม่ได้อยากด้อยค่าแฟนหนุ่มของหลาน แต่ถ้าเธอเป็นเด็กที่ชื่อวนิษาละก็... คงหาแฟนได้ดีกว่าคนรักของหลาน เท่านี้ที่รู้มาแฟนหนุ่มของหลานทำงานบริษัทเล็กๆ แถมตำแหน่งก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร

“อีกอย่างสมัยนี้จะพูดอะไรต้องระวัง เกิดโดนฟ้องขึ้นมาจะซวยเอา ดีไม่ดีโดนแฟนคลับเขาถล่มอีก” เตือนเพราะเป็นห่วง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ปากไวกว่าสมอง

“เตยไม่กลัวหรอก” รัญชนาเบ้ปากก่อนไหวไหล่ “ให้มันรู้ไปว่าสังคมจะยอมรับพวกที่จ้องจะแย่งแฟนคนอื่น”

คนเป็นอาส่ายหน้านึกระอาใจอยู่นิดหน่อย สงสัยเธอคงต้องทบทวนดูสำหรับเรื่องที่จะดึงตัวรัญชนามาช่วยงานแทนผู้ช่วยที่เพิ่งบอกว่าจะขอลาออกเดือนหน้า

ที่ดึงหลานมาช่วยงานวันนี้ก็เพราะอยากทดลองงานก่อน แต่ดูเหมือนคงต้องพับความตั้งใจเก็บไปเสียแล้ว จ้างคนอื่นมาช่วยงานน่าจะดีกว่าเยอะ

“อาสั่งกาแฟไว้ ป่านนี้น่าจะได้ละ ลงไปเอาให้หน่อย”

หมั่นไส้ที่ต้องทนเห็นวนิษาไม่พอ กลับต้องมาหงุดหงิดเพราะธัญญาทำเหมือนไม่เชื่อกันอีก รัญชนารู้ตัวว่าเก็บสีหน้าได้ไม่ดีเท่าไรจึงรีบสะบัดหน้าหนีญาติตัวเอง แต่มาเจอกับดาราสาวที่เพิ่งแต่งหน้าทำผมเสร็จและกำลังเดินมาทางนี้

“คุณนิษฐาสวยมากเลยค่ะ”

ได้โอกาสรัญชนารีบป้อนคำหวาน แต่มิวายหันมองไปทางวนิษาที่ยืนคุยกับทีมงานด้านใน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป