บทที่ 9 9
ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ เพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่คิดอยากมีความรัก แต่ก็ใช่ว่าชีวิตที่ผ่านมาจะไม่เคยรู้สึกดีกับใครสักคน มันเคยเกิดขึ้นเพียงแต่ตอนนี้เบาบางตามกาลเวลา
ที่เป็นแบบนั้นอาจเพราะเขายังสนุกกับการใช้ชีวิตแบบนี้
“ให้ผมจัดการต่อเลยหรือเปล่าครับ” เพราะแขกที่เคยก่อความวุ่นวายเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่นายมีท่าที ‘สนใจ’ ชาลีจึงจำเป็นต้องถามก่อน
“ให้ฝ่ายกฎหมายจัดการไป” ปรินทร์ถือคติตัวเองเป็นนักธุรกิจไม่ใช่นักบุญ เขาไม่เคยอ่อนข้อให้คนฝ่าฝืนกฎอยู่แล้ว
“เอ่อ แล้วคุณมีนล่ะครับ”
ปรินทร์นั่งไขว่ห้างมือลูบปลายคางอย่างครุ่นคิดกับเรื่องของวนิษา ปกติแล้วเขาไม่ใช่พวกช่างตื๊อแต่ครั้งก่อนที่เสนอตัวตรงๆ ต่อผู้หญิงคนนั้นเป็นเพราะอยากแน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินครั้งก่อนคือความจริงหรือเป็นแค่การแสดงละคร
‘ถามจริง แล้วทำไมแกถึงยอมไปกับคุณปรินทร์’
‘ก็เขาเป็นตัวเลือกที่ดี ไม่ชอบผูกมัดกับใคร จบคือจบ เห็นไหม...คุณสมบัติครบ’
ใช่...ไม่ได้มีแค่ชาลีที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ
วันนั้นเขามีนัดกับคนรู้จักที่นั่นพอดี นอกจากตัวเองกับลูกน้องแล้วยังมีบุคคลที่สามได้ยินบทสนทนาของสองสาวอีกด้วย ตอนที่ได้ฟังปรินทร์แทบสำลักเครื่องดื่ม ฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะอยู่ในลำคอ เพิ่งรู้ว่าตัวเองกลายเป็นตัวเลือกเสียอย่างนั้น หลงคิดว่าตัวเองเป็นเสือมาตั้งนาน
ที่ไหนได้...
‘แล้วแซ่บปะ’
คนฟังถึงกับเลิกคิ้ว มุมปากหยัดโค้งขึ้น
‘ไม่ต้องมาหลอกถาม ฉันไม่ใช่พวกกินในที่ลับไขในที่แจ้ง’
‘ติดใจปะ’
ข้อนี้เขาก็อยากรู้เหมือนกัน
‘ไม่…ไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้น’
‘อา...สรุปไม่แซ่บ’
ถ้าเปรียบเหมือนรถที่ลงแข่งในสนาม คันที่เขาเป็นคนขับอยู่คงหลุดโค้งพลิกตลบไม่เป็นท่า
ราวกับว่าชาลีล่วงรู้ความคิดถึงได้พาตัวเองมาหยุดรอตรงหน้าเพื่อรอคำสั่ง ที่ผ่านมาปัญหาที่เจอส่วนใหญ่คือการเล่นแง่อยากสานสัมพันธ์ต่อ แต่ ‘วนิษา’ มาแปลกจนทำให้เขาเก็บเอามาคิดอยู่หลายคืน
ผ่านค่ำคืนอันสุขสมด้วยกันแต่กลายเป็นเขาคนเดียวที่ตื่นขึ้นมาอย่างเดียวดาย แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงหนีกลับก่อน มาได้คำตอบแบบกระจ่างก็ตอนนั้น
‘ที่จริงมันคืออารมณ์ชั่ววูบของมีนเอง ให้มันจบแค่คืนนั้นแล้วกันนะคะ’
ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มเมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ เธอกลายเป็นผู้หญิงจอมหยิ่งไปโดยปริยาย แตกต่างจากคืนนั้นที่เจ้าตัวเอ่ยปากบอกเองว่ามันเป็น ‘อารมณ์ชั่ววูบ’
ฟังดูแล้วมันไม่ได้ต่างอะไรจากการลูบคมสักนิด
ถ้าบอกว่าไม่เสียเซลฟ์เลยคงดูเป็นเรื่องโกหก ที่สั่งชาลีให้เข้าไปถามก็เพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวจะให้คำตอบอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นไม่ได้เกินไปกว่าคาดเดาไว้
‘ก็ไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้น’
ประโยคในคลิปดังขึ้นในหูซ้ำอีกครั้ง แล้วถ้าเขา ‘ไม่จบ’ ขึ้นมาล่ะ มันจะเป็นยังไง?
วนิษาหวังจะนอนให้ฉ่ำปอดหลังจากที่วันนี้ตั้งกล้องถ่ายงานด้วยตัวเองเสร็จสรรพ ทว่ากลับต้องตกใจกลางดึกเมื่อมีสายเรียกเข้าจากพฤกษ์ผู้เป็นพี่ชายต่างมารดา
ทว่าคนที่ถือสายรอนั้นกลับไม่ใช่พี่พฤกษ์แต่กลายเป็นแม่ของเธอเอง
‘ไม้แย่แล้วมีน’
ท่านว่าเสียงสั่นเครือจนวนิษาต้องบอกให้คนเป็นแม่ใจเย็นๆ ตั้งสติแล้วค่อยๆ พูด ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนั้นท่านลนลานเกินไปพี่พฤกษ์จึงเป็นคนคุยกับเธอแทน
‘โทรศัพท์น้าพิไลพัง ไม้มันเลยโทรเข้าเบอร์พี่บอกว่ามีปัญหา ตอนนี้อยู่สนามแข่งรถแถวชลฯ ส่งโลฯ มาให้อยู่ เดี๋ยวพี่ส่งให้มีนอีกทีแล้วกัน’
‘มีนช่วยน้องด้วยนะลูก’
นี่คือเหตุผลที่วนิษาต้องงัดตัวเองออกจากที่นอนเพื่อบึ่งรถมาถึงชลบุรีในเวลาตีหนึ่งคนเดียว เพราะเมวิกายังไม่กลับจากต่างจังหวัดอีกทั้งจะโทรไปหาเกศราก็เกรงใจ
วนิษาหันมองรอบๆ อย่างไม่ค่อยไว้ใจเท่าไรนัก ทั้งเสียงเร่งเครื่องยนต์รวมถึงเสียงเชียร์ดังกระหึ่มทำเอาหญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองกำลังตัวลีบลงราวกับอยู่ผิดที่ผิดทางอย่างไรอย่างนั้น
ต่อสายหาตัวปัญหาที่เอาแต่ก่อเรื่องไม่จบไม่สิ้น ถ้าไม่เห็นแก่คนเป็นแม่รับรองเลยว่าเธอไม่มีวันยื่นมือช่วยเหลือมันเด็ดขาด
แล้วปัญหาของวศพลจะเป็นอะไรไปได้อีกนอกจากเรื่องเงิน!
“มาถึงยัง” น้ำเสียงของน้องชายดูไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจเท่ามารดาด้วยซ้ำ แล้วพอเธอตอบกลับไปมันก็รีบออกคำสั่งทันที
“อยู่ตรงเต็นท์สีขาว เดินตรงมาเลย เจอทางแยกแล้วเลี้ยวขวา”
วนิษาพรูลมหายใจที่เต็มไปด้วยความอัดแน่น จับปีกหมวกกดลงอีกนิดแล้วค่อยเดินไปตามทางที่น้องชายบอก
เห็นคนกลุ่มหนึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณเต็นท์สีขาว วศพลหันไปพูดกับใครสักคนแล้วเดินมาหาเธอโดยมีคนเดินตามหลังมาติดๆ ท่าทางดูไม่น่าไว้ใจเท่าไร
“กดเงินมาหรือเปล่า”
“เงินอะไร” วนิษาคาดเดาได้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่งั้นมันคงไม่บีบน้ำหูน้ำตาโทรไปหาแม่เพื่อให้ท่านมากดดันทางเธออีกหนึ่งต่อหรอก
“กูขอคุยกับพี่ก่อน” วศพลหันไปบอกคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ซึ่งพวกมันยอมถอยออกไปสี่ห้าก้าวเท่านั้น คนที่ตกเป็นรองหันกลับมามองหน้าพี่สาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เอามายืมก่อนห้าหมื่น เดี๋ยวหาคืนให้ทีหลัง”
วนิษาพยายามเก็บอารมณ์อย่างยิ่งยวด ตั้งแต่ที่น้องชายเริ่มสร้างปัญหามาเธอยังไม่เคยได้คืนจากมันสักบาท ยังมีหน้ามาพูดขอยืมแถมจะคืนให้ทีหลัง
