บทที่ 2 รับน้องปีหนึ่ง

ณ วันรับน้องปีหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังในกรุงเทพมหานคร

“นรินดา” สาวใต้หน้าคมก็ถอนหายใจยาวๆกับการมาเรียนที่นี่ เพราะเธอต้องมาเข้าสังคมกับพวกลูกไฮโซทั้งหลายที่มาเรียนกันที่นี่ เพื่อเชิดหน้าชูหน้าตาให้พ่อแม่ และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ถูกแม่สุดที่รักบังคับให้มาเรียนในกรุงเทพ เพื่อที่จะทำให้เศรษฐีบ้านนอกอย่างเธอกลายเป็นสาวเมืองกรุงอย่างสมบูรณ์แบบ แถมเธอยังมีหน้าที่คอยช่วยดูแลร้านจิวเวอร์รี่ของที่บ้านที่มาเปิดสาขาในกรุงเทพอีก ไหนจะไอ้พี่ชายจอมขี้บ่นของเธอ มันจึงทำให้เธอไม่มีทางปฎิเสธได้เลย เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็ต้องสานต่อมันจากพ่อและแม่ของตัวเอง แทนพี่ชายที่เลือกบริหารงานบริษัทมากกว่าทำฟาร์มไข่มุกและร้านจิวเวอร์รี่

“พี่คะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ไปทางไหนเหรอคะ พอดีหนูเรียนหลักสูตรนานาชาติน่ะค่ะ ก็เลยไม่รู้จะไปทางไหนดี” สาวผมยาวหน้าสวยเดินเข้ามาพูดกับนรินดา พร้อมกับใบหน้างงๆ จนนรินดามองแล้วถอนหายใจทันที

“เฮ้อ นี่ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันก็เด็กปีหนึ่งเหมือนๆเธอนั่นแหละ ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่หรอก” นรินดาเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัยว่าหน้าเธอมันแก่มากเหรอ ถึงได้มาเรียกเธอว่าพี่แบบนี้ ทั้งๆที่เธอออกจะสวยและหน้าเด็ก

“ปะ เปล่าๆ เราแค่ไม่รู้ว่าจะทักยังไงดี เราพึ่งเข้ามาเรียนในกรุงเทพน่ะก็เลยยังไม่รู้จักใคร แล้วก็ยังไม่มีเพื่อนด้วย เราชื่อสายหมอกนะ มาจากเชียงราย แล้วเธอชื่ออะไรอ่ะ” สายหมอกรีบเอ่ยแนะนำตัวทันทีที่เห็นหญิงสาวสวยตรงหน้าตอบกลับมาแบบเป็นกันเอง ไม่เหมือนคนอื่นๆที่ดูเย่อยิ่งไล่เธอให้ออกมา เพียงเพราะเธอเป็นเด็กต่างจังหวัด

“เราชื่อไวน์ มาจากภูเก็ต ถ้าเธอยังไม่มีเพื่อนก็มาเป็นเพื่อนกับเราก็ได้ เราก็ยังไม่มีเพื่อนที่นี่เหมือนกัน แต่ขออย่างน่ะพูดแบบเป็นกันเองเถอะ แกก็ได้นะ เราไม่ว่า” นรินดาพูดบอกไปก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ได้เลย เราก็ไม่ชินเหมือนกัน พูดเป็นกันเองจะได้สนิทกันไวๆเนอะ งั้นเราเรียกเธอว่าไวน์ ส่วนเธอก็เรียกเราว่าหมอก โอเคไหม” สายหมอกพูดก็ยิ้มที่ได้เพื่อนคนแรกแล้ว

“โอเคสิ งั้นเดี๋ยวไวน์จะพาหมอกไปที่คณะละกันนะ เพราะไวน์ก็เรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์เหมือนกัน แต่ไวน์เรียนออกแบบเครื่องประดับน่ะ” นรินดาเอ่ยพูดบอกไปก่อนจะพาเพื่อนสาวคนแรกของเธอ เดินไปยังคณะที่พวกเธอเรียน

“เห้ยจริงดิ เราเรียนออกแบบพวกผลิตภัณฑ์น่ะ งั้นช่วงปีหนึ่งปีสองเราต้องได้เจอกันแน่เลย” สายหมอกพูดออกไปอย่างดีใจ ถึงแม้จะเรียนกันคนละสาขา แต่เธอก็หวังว่าจะได้เป็นเพื่อนกันแบบนี้ต่อไป

“คงเจอแหละมั้ง แต่ตอนนี้ไวน์ว่าเราหยุดคุยแล้วรีบไปลงทะเบียนดีกว่า ไปสายเดี๋ยวก็โดนลงโทษอ่ะ” นรินดาเอ่ยพูดบอกไปก็รีบพากันเดินไปยังคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัย

พอทั้งสองมาถึงก็รีบลงทะเบียนแล้วไปนั่งรวมแถวกับเพื่อนๆ ก่อนที่จะให้ออกไปแนะนะตัว และให้ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มละสี่คนเพื่อทำความรู้จักกัน แล้วพวกลูกคุณไฮโซก็ไปเกาะกลุ่มเพื่อนที่ตามๆมาเรียนด้วยกัน ส่วนนรินดาและสายหมอกก็ได้เพื่อนใหม่ผู้หญิงหนึ่งคนและก็มีผู้ชายอีกหนึ่งคน

“ทำไมที่นี่มันต้องแบ่งพรรคแบ่งพวกด้วยอ่ะ แค่เริ่มก็รู้แล้วว่าที่นี่ต้องอยู่ยากแน่ๆ” สายหมอกพูดออกมาขณะใช้สายตามองไปยังเพื่อนๆกลุ่มอื่นๆ ที่พูดคุยกันแล้วก็หัวเราะแบบไม่เกร็งใจใคร

“อืม ฉันก็ว่างั้นแหละ แค่เดินเข้ามาก็รู้สึกเหมือนสายตารังสีไม่เป็นมิตรยังไงไม่รู้อ่ะ โดยเฉพาะยัยนั่นอ่ะ มองหน้าฉันบ่อยมากอ่ะ ” นรินดาเอ่ยพูดตอบเพื่อนออกไป แล้วมองดูเพื่อนๆรอบข้างเช่นกัน จนไปเจอสายตาของคนที่ห้อยป้ายชื่อว่าเบียร์ มองเธอแบบเหมือนกับว่าเธอเป็นศัตรูอย่างนั้นแหละ

“ก็เธอสวยขนาดนี้มันก็ต้องเสี่ยงที่เธอจะไปแย่งตำแหน่งดาวคณะของเบียร์ไง ยัยนี่น่ะ ชอบทำตัวเด่นตั้งแต่เรียนมัธยมละ ฉันเป็นผู้ชายแท้ๆยังไม่ชอบเลย เรื่องเยอะชิบ เธอมาลุคธรรมดาบ้านๆแต่ยังสวยขนาดนี้ถ้าจับแต่งตัวหน่อยล่ะก็กินขาดเลยแน่นอน” โดนัทพูดไปก็ยิ้มกริ่มใส่นรินดาที่สวยที่สุดในกลุ่มนี้ไปด้วยสายตาแพรวพราว ที่เขาเลือกมานั่งในกลุ่มนี้เพราะดูแล้วแต่ล่ะคนไม่ค่อยเรื่องเยอะเท่าไหร่ อีกอย่างเขาไม่ชอบพวกที่มันมาอวดรวยด้วย ยกเว้นตัวเขาเอง

“แล้วพวกเราจะมีเพื่อนคนอื่นๆคบไหมอ่ะ ”นาราพูดไปก็ถามแบบสงสัย เพราะดูเหมือนเพื่อนๆที่นี่จะดูแบ่งพรรคพวกกัน

“มีสิ ฉันนี่ไง อยู่ยากแต่ถ้ามีเพื่อนอย่างฉัน รับรองเลยว่าพวกเราอยู่ได้แน่ๆ ถึงพวกเธอจะไม่ใช่ลูกไฮโซอ่ะนะ แต่พวกเธอก็เป็นเศรษฐีภูธร จะกลัวอะไรล่ะ เพื่อนฉันมีเยอะแยะ คนดีๆทั้งนั้น แต่ไอ้แก้งค์นั้นน่ะ ไม่ต้องหวังเป็นเพื่อนด้วยหรอก ไม่มีทางคบพวกเธอสามคนแน่ๆ คบกับโดนัท เดี๋ยวก็มีเพื่อนตรึมรับรอง” โดนัทพูดออกไปก็ยิ้มแบบชอบใจ เพราะเขาคิดว่าสามสาวกลุ่มนี้น่าจะพอคบได้

“งั้นพวกเรามาเป็นเพื่อนกัน มาสัญญากันหน่อย” นรินดาเอ่ยพูดแล้วเอามือไปกางไปตรงกลาง แล้วเพื่อนๆทั้งสามคนก็เอามือมาทับมือซ้อนกันอีกทีเป็นการสัญญาจนกระทั่งรุ่นพี่เอ่ยขึ้นมา

“เอาล่ะน้องๆทุกคนมารับโน๊ตจากพี่รหัสที่ใบ้มาให้นะครับ พี่ให้เวลาสองชั่วโมง น้องๆต้องไปหาพี่รหัสให้เจอ ไม่งั้นสีบนหน้า พี่ก็จะไม่ให้ล้างนะครับ” รุ่นพี่เอ่ยขึ้นมาทุกคนก็รีบไปรับโน๊ตมา พร้อมกับตามหาพี่รหัสของตัวเองกันไปทั่วคณะ

“ไอ้ธาม น้องรหัสแกน่ารักนิวะ แบบนี้แกคงไม่คิดจะเคลมน้องรหัสตัวเองหรอกนะโว๊ย” วีรภาพเอ่ยแซวไปเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนหนุ่มมองไปที่น้องรหัสของตัวเอง ด้วยสายตาที่แปลกไป แถมคนเจ้าชู้อย่างมันก็ยากที่จะไม่ให้เขาคิดแบบนี้

“มันก็ต้องดูก่อนว่าน้องเขานิสัยแบบไหน” ธีรภัทรเอ่ยพูดไปก็มองเด็กสาวที่ห้อยป้ายชื่อว่าไวน์ แบบไม่ละสายตา เพราะเธอไล่ตามหาเขาจนโดนเพื่อนๆของเขาป้ายสีเต็มใบหน้า จนไม่เห็นเคล้าโครงความสวยหลงเหลืออยู่ เห็นแล้วก็รู้สึกขำจริงๆ

หลังจากนั้นทุกคนก็ร่วมทำกิจกรรมรับน้องจนโดนรุ่นพี่เอาสีมาป้ายหน้าจนไม่รู้หน้าใครเป็นใคร โดยเฉพาะนรินดาที่สวยจนรุ่นพี่มารุมทาที่หน้าของเธอจนเละไปหมด แถมไม่ยอมให้ล้าง จนกว่าเธอจะหาพี่รหัสของเธอให้เจอ แล้วตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามสิบนาทีแล้ว เธอต้องรีบหาให้เจอ

จนเธอเห็นรุ่นพี่คนหนึ่งมองมายังเธอ เธอก็คิดได้ว่าพี่เขาชื่อธามนิ ธามแปลเป็นไทยก็คือเวลา หรือว่าจะเป็นพี่เขานะ นรินดาคิดได้ดังนั้นก็เดินปรี่ไปหารุ่นพี่คนนั้นทันที

“ขอโทษนะคะพี่ธาม พอดีโน๊ตที่เขียนไว้มันตรงกับพี่เลยอ่ะค่ะ ไวน์ก็เลยอยากถามว่าพี่ใช่พี่รหัสของไวน์ไหมคะ คนบ้าพลัง ชอบการท่องเที่ยว รักการถ่ายรูป ชื่อคือกาลเวลา หน้าตาเอาไว้ปล้นใจ ใช่พี่ธามไหมคะ” นรินดาถามไปก็มองหน้าของชายตรงหน้าไปแบบลุ้นๆ เขาก็หล่อดีอ่ะนะ แต่ก็ยังไม่ใช่สเปคของเธอ

“ฮ่าๆ กูถามจริงไอ้ธามว่ามึงเขียนแบบนั้นจริงๆ ฮ่าๆ”วีรภาพเอ่ยแซวเพื่อนหนุ่มไปแบบขำๆ ที่ได้ฟังคำพูดของรุ่นน้องที่อ่านโน๊ตออกมา

“เออกูนี่แหละ อ่อ พี่นี่แหละพี่รหัสของน้องเอง แต่จะมาเป็นน้องรหัสพี่มันไม่ง่ายนะ ไหนเต้นเพลงมัดหมี่ กับเพลงนกกระยางโชว์หน่อยสิ เต้นเสร็จแล้วก็แล้วตะโกนดังๆว่า ไวน์รักที่ธามที่สุดสามครั้ง เอาให้เพื่อนๆทุกคนหันมามองน้องอ่ะ แล้วพี่จะรับเป็นน้องรหัส” ธีรภัทรพูดบอกไปก็ยิ้มขำๆ เพราะอยากจะแกล้งน้องรหัสของตัวเองก่อน เพราะที่เขาให้ทำยังน้อยกว่าที่เขาเคยโดนเยอะ เขาเห็นเป็นผู้หญิงเฉยๆถึงยอมให้แบบนี้

“ก็ได้ค่ะ” นรินดาพูดออกไปแบบจำยอม เพราะมันคือการรับน้อง ถ้าเธอไม่ทำรุ่นพี่ก็จะไม่รับเธอเป็นสายรหัส เพราะฉะนั้น เธอก็ควรจะทำตามที่เขาสั่ง ถือว่าเป็นความสนุกสนานของการรับน้อง

“เอาให้แซ่บๆนะ เพราะสายรหัสพี่ ถ้าไม่แซ่บ พี่ไม่รับนะน้อง” ธีรภัทรพูดบอกไปก็ยิ้มแบบชอบใจ เพราะเขาก็อยากจะรู้ว่าน้องรหัสของเขาจะแซ่บได้ถึงขนาดไหน

“ มัดหมี่พร้อม สามสี่ มะหมี่ มะหมี่ขูดมะพร้าว ทำกับข้าวอยู่ในครัว มะหมี่ไม่รู้ตัว ถูกคนชั่วลากเอาไป เอาไม้แหย่รู ถูๆไถๆ เเสบๆ มันส์ๆ คันๆ ปนกันไป เอาออกก็ไม่ได้ใครก็ได้ช่วยเอาออกที ออกที ออกที ออกที นกกระยางพร้อม สามสี่ นกกระยาง เดินขาถ่างอยู่กลางทุ่งนา นกกระยาง เดินขาถ่างอยู่กลางทุ่งนา มองดูกุ้งหอยปูปลา มองดูกุ้งหอยปูปลา แล้วก็ป้าบๆๆๆ แล้วก็ป้าบๆๆๆ” นรินดาก็เต้นตามท่าที่ถูกรุ่นพี่สอนมาไปอย่างสนุกสนาน แล้วเธอก็พยายามเต้นให้มันส์ที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ก่อนจะเอามือมาตะโกนพูดว่าเธอรักพี่รหัสตัวเอง

“ไวน์รักที่ธามที่สุด ไวน์รักพี่ธามที่สุด ไวน์รักที่ธามที่สุด รับไวน์เป็นน้องรหัสได้รึยังคะ” นรินดากลัวคนอื่นจะเข้าใจผิด เลยตะโกนถามเขาว่าจะรับเธอเป็นน้องรหัสหรือไม่ไปด้วยเลย เพราะเพื่อนๆหลายๆคนก็โดนไม่ต่างจากเธอ

“ฮ่าๆ โอเคๆ พี่ยินดีรับเราเป็นน้องรหัสพี่แล้ว ถ้ารับน้องเสร็จไปร้านนี้นะ พาเพื่อนไปด้วยก็ได้ พี่จะเลี้ยงต้อนรับเรา” ธีรภัทรเอ่ยพูดไปก็ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะส่งชื่อร้านเหล้าให้กับรุ่นน้องไป

“เห้ยพี่ อายุหนูไม่ถึงเข้าร้านเหล้าไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าพี่จะเลี้ยงก็เลี้ยงอย่างอื่นได้ไหมคะ” นรินดาเอ่ยบอกไปแบบปฎิเสธ เพราะเธอยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าไปร้านเหล้าได้

“อ่อ งั้นก็ได้ งั้นไว้พี่จะบอกเราอีกทีละกัน เด็กดีของพี่ ฮ่าๆ” ธีรภัทรเอ่ยพูดไปก็ขำอย่างชอบใจที่เด็กน้อยคนนี้ไม่ได้กร้านโลกเท่าไหร่นัก

“งั้นไวน์ขอตัวไปหาเพื่อนเลยนะคะ สวัสดีค่ะ” นรินดาพูดบอกไปก็ยกมือไหว้พี่รหัสของตัวเองไป แล้วเดินกลับไปหาเพื่อนๆที่ได้พี่รหัสกันหมดแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป