บทที่ 12 พร้อมหาเสีย
“อากาศมันร้อนค่ะพ่อ แล้วนี่จะหาเสียงเสร็จกี่โมงคะ”
“น่าจะสี่โมงนะลูกแล้วไปปราศรัยต่ออีกสองชั่วโมงก็กลับไปกินอาหารเย็นที่บ้าน ถ้าบูลไม่ไหวก็กลับบ้านไปก่อนก็ได้นะลูก” พุฒิพงษ์บอกลูกสาวอย่างรู้ใจพิมลภัสไม่เคยออกมาช่วยเขาหาเสียงเพราะไม่สู้ร้อนและคนมากเบียดเสียดกันแต่วันนี้ที่มาก็น่าจะเห็นนวพรรษมานั่นเองหากชายหนุ่มชอบลูกสาวของเขาก็ดีสิจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ บูลพอทนได้ค่ะ” พิมลภัสตอบพ่อในเมื่อเธอออกมาแล้วจะกลับไปก่อนได้ยังไงแต่ถ้าไม่ไหวจริงๆก็บอกว่างานที่โรงแรมมีปัญหาละกัน
“งั้นพ่อไปก่อนนะลูก ทำอะไรก็ให้พองามอย่าประเจิดประเจ้อนะลูก” คนเป็นพ่อเตือนลูกสาวอย่างรู้จักนิสัยดีแต่เขาก็ไม่สามารถห้ามได้เพราะพิมลภัสติดนิสัยจากเมืองนอกมามีความมั่นใจในตัวเองสูงไม่แคร์ใครหากชอบก็ชอบไม่ชอบก็คือไม่ชอบเลิกคือเลิกถ้าเธอพอใจ
“ค่ะพ่อ” ร่างผอมเพรียวมองนวพรรษที่ถูกสาวน้อยสาวใหญ่รุมขอถ่ายรูปไปตลอดทางทำให้เธอไม่ได้ใกล้ชิดเขาจึงเดินตามหลังจนกระทั่งเที่ยงวันก็แวะกินอาหารตามสั่งที่ตลาดซึ่งแต่ละคนก็จ่ายกันเองไม่อยากถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงเพราะทีมงานทุกคนจะได้รับค่าแรงและค่าอาหารกันทุกคน
“บูลว่าไปรับประทานอาหารที่โรงแรมดีกว่านะคะคุณจุล บูลกลัวว่าอาหารที่นี่มันจะไม่สะอาดค่ะ” พิมลภัสมองร้านอาหารตามสั่งที่ต้องบริการน้ำดื่มเองและแม่ครัวก็พูดเสียงดังโต้ะอาหารก็มีแต่คราบสกปรกฝังลึกแม้จะเช็ดแล้วแต่เธอก็ไม่กล้ากินอาหารที่นี่แน่
“ก็ไม่น่าจะมีอะไรนะครับ ทุกคนเขาก็กินกันที่นี่หากคุณบูลจะไม่สะดวกจะไปรับประทานที่โรงแรมก็เชิญตามสบายนะครับ” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจใครอยู่แล้วแม้แต่ลูกสาวของเพื่อนพ่อที่ตามมาหาเสียงและไม่ได้เอาอกเอาใจในเมื่อโตๆกันแล้วก็ต้องดูแลตัวเองได้เขามาช่วยพุฒิพงษ์หาเสียงไม่ได้มาเอาใจลูกสาวของเขา
“คุณจุลคะหนูขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ” จู่ๆก็มีนพวกนักศึกษามาขอถ่ายรูปกับนวพรรษซึ่งชายหนุ่มก็ยืนขึ้นเพื่อถ่ายรูปและไม่ได้มีแค่นักศึกษาแต่มีชาวบ้านประชนที่เห็นก็เข้ามาขอถ่ายรูปจนชายหนุ่มเกือบไม่ได้กินข้าวกลางวันและพิมลภัสก็อตัวกลับก่อนอ้างว่างานที่โรงแรมมีปัญหา
“เฮ้อ..” นวพรรษถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อสาวสวยเดินจากไปทำให้คนติดตามทั้งสองยิ้มขำ
“ถึงกับถอนหายใจเลยเหรอครับคุณจุล” ชรินแซวเจ้านายแล้วยิ้ม
“ผมไม่ชินที่มีผู้หญิงตามมันอึดอัด หากไม่ได้ตั้งใจก็อย่ามาเลยดีกว่าเพราะไม่มีใครจะมานั่งเอาใจพวกหล่อนกันหรอกครับ” นวพรรษพูดคุยกับคนสนิททั้งสองเบาๆดีนะที่เขาเกรงใจเพื่อนของพ่อไม่งั้นไล่ตะเพิดไปแล้ว
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันอิ่มกันแล้วทุกคนก็ออกเดินหาเสียงต่อและได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นและไม่มีใครจะมาแย่งพื้นที่เขตหนึ่งของพุฒิพงษ์ไปได้แน่จนกระทั่งสิห้านาฬิกาทุกคนก็ตรงไปที่สนามกีฬาประจำจังหวัดที่ตอนนี้มีประชาชนให้ความสนใจมาฟังคำปราศรัยของหัวหน้าพรรคและผู้สมัครแต่ละคนพูดถึงนโยบายในการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นสนับสนุนการเกษตรของชาวบ้านประกันราคาพืชไร่นาและถนนหนทางที่ผุพังเพื่อซ่อมแซมให้ชาวบ้านเดินทางสะดวกเพราะบางพื้นที่เข้าออกลำบากเวลาไม่สบายไปหาหมอก็ลำบากซึ่งน้อยคนนักที่จะให้ความสนใจบางคนตอนหาเสียงนี่ไหว้ทุกคนบอกจะทำโน่นนี่นั่นแต่สุดท้ายพอได้เป็นส.ส.ก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นนอกจากจะหาผลประโยชน์ใส่ตัวและพวกพ้องแต่ส.ส.น้ำดีก็มีเยอะถึงเขาจะเอื้อผลประโยชน์ให้ครอบครัวหรือพรรคพวกแต่เขาก็ช่วยเหลืออย่างจริงจังซึ่งก็มีหลายประเภท เมื่อทุกคนปราศรัยเสร็จก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านเวลาสิบแปดนาฬิกา
“ผมขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับวันนี้พวกเราได้รับการต้อนรับจากพี่น้องทุกท่านล้นหลามเลยครับ” พุฒิพงษ์ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยหาเสียงและพรุ่งนี้ต้องไปช่วยเขตสองอีกหนึ่งวันก่อนที่ทุกคนจะไปช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พิษณุโลก
“เพราะฐานเสียงของนายแน่นมากกว่านะพุด รับรองว่านายได้เป็นส.ส.สมัยที่สี่แน่” เตชทัชพูดกับเพื่อนหากการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคของเขาได้ส.ส.เยอะก็มีสิทธิ์ได้จัดตั้งรัฐบาลเพราะมีพัธมิตรหลายพรรคที่ได้ทาบทามในทางลับไว้แล้ว
จากนั้นทุกคนก็กลับไปที่บ้านของพุฒิพงษ์เพื่ออาบน้ำอาบท่าแล้วมากินอาหาค่ำที่ทางเจ้าของบ้านได้จัดไว้ต้อนรับทุกคนซึ่งจะไปกินที่ร้านอาหารของเขาหรือที่โรงแรมก็ได้แต่กลัวจะเป็นที่ครหาจึงเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้านอย่างเงียบๆซึ่งไม่ผิดอะไรเพราะไปช่วยกันหาเสียงไม่มีเหล้ายาปลาปิ้ง
นวพรรษอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ไปรับประทานอาหารค่ำพร้อมกับทุกคนเมื่ออิ่มแล้วชายหนุ่มก็ขอตัวไปนอนพักเพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันทำให้พิมลภัสเสียดายที่ไม่ได้คุยกับชายหนุ่มเพราะเธอมัวแต่คุยกับวีรินทร์ที่แวะมากินข้าวด้วยพอหันไปอีกทีก็ไม่เห็นนวพรรษกับลูกน้องแล้ว
“น้ำน่านจะกลับกรุงเทพเมื่อไหร่ล่ะ”
“วันจันทร์ค่ะ น่านจะออกจากบ้านสายๆหน่อยค่ะ แล้วพี่บูลไม่ไปเที่ยวกรุงเทพบ้างเหรอคะเดี๋ยวจะเอ้าท์นะคะ” คนอยู่กรุงเทพก็ไม่ได้ตามแฟชั่นเพราะหญิงสาวแต่งตัวตามสไตสเรียบง่ายของเธอคือเสื้อยืดกางเกงยีนส์สกินนี่หรือไม่ก็กางเกงผ้าลินินเอวยืดใส่สบายๆรอเท้าผ้าใบ
“จริงด้วยสิน้ำน่าน วันก่อนพี่เจอยัยทรายกับเพื่อนไปกินข้าวที่ร้านริมน้ำหิ้วกระเป๋าชาแนลรุ่นล่าสุดใบเกือบสองแสนเลยนะไม่รู้ว่าน้ำน่านเห็นหรือยัง” เธอแปลกใจว่าทำไมวีรินทร์กับภาสิริซึ่งเป็นหลานเสี่ยใหญ่เศรษฐีคนดังของจังหวัดแต่การใช้ชีวิตต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือคนหนึ่งไฮโซหรูหราหน้าใหญ่อวดว่าตัวเองร่ำรวยอีกคนใช้ชีวิตติดดิน และเธอก็มีกระเป๋าราคาแพงเหมือนกันอย่างชาแนล แอร์เมส หลุยส์ วิตตรอง ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ไฮโซคนดังแต่เธอทำงานเก็บเงินซื้อเอง
“น่านยังไม่เจอพี่ทรายเลยค่ะ ยังไม่ได้ไปบ้านโน้นเลยกะว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยไปหาปู่ย่าค่ะ” วีรินทร์ไม่ค่อยสนใจญาติสาวเพราะไม่ถูกกันตอนนี้ภาสิริเรียนจบปริญญาตรีแล้วกลับมาช่วยงานที่บ้านซึ่งไม่รู้ว่าทำจริงหรือไม่แต่ป้าบอกว่าอย่างนั้น
“เรานี่น้าทำตัวยาจกจริงๆเลย” พิมลภัสว่าให้น้องสาวคนสวย
“ก็น่านยังเรียนไม่จบและยังของเงินแม่กับพ่อใช้อยู่นี่คะ เอาไว้น่านหาเงินได้เองก่อนแล้วค่อยซื้อมาใช้ค่ะ” วิรินทร์พูดยิ้มๆเธอไม่ได้สนใจของพวกนี้และไม่คิดจะซื้อมาใช้
“อ่อ,น้ำน่านรู้จักคุณจุลหรือเปล่า”
“จุลไหนคะ”
“นี่ยัยน้ำน่านก็คุณนวพรรษ ภัทรกิจโภคิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ที่กรุงเทพพรรคเดียวกับพ่อของพี่ไงล่ะอย่าบอกอีกนะว่าไม่รู้จัก”
“ก็น่านไม่ได้สนใจนี่คะ ว่าแต่มีอะไรคะ”
“พี่ชอบเขาน่ะสิ แล้วคืนนี้ว่าจะชวนเขาดื่มสักหน่อยแต่ไม่รู้หายไปไหนแล้วสงสัยกลับบ้านพักไปแล้วมั้ง” คนพูดผิดหวังที่ไม่ได้ดื่มกับหนุ่มหล่อ พิมลภัสกล้าพูดเปิดเผยเพราะวีรินทร์ไม่ใช่คนปากโป้ง
“มีด้วยเหรอคะที่ผู้ชายปฏิเสธพี่บูล” วีรินทร์พูดแล้วยิ้มเพราะพิมลภัสถือได้ว่าเป็นสาวเนื้อหอมมากในจังหวัดมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาจีบไม่เว้นแต่ละวัน
“ไม่ต้องมาพูดเลยนะน้ำน่านงั้นคืนนี้ดื่มกับพี่ดีกว่า นายบูมก็อยู่ที่รี
สอร์ทแล้วมีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น” พิมลภัสชวนน้องสาวข้างบ้านดื่มด้วยความเซ็งเมื่อผิดแผนที่เธอตั้งใจจะชวนหนุ่มไฮโซรูปหล่อดื่ม
“น่านขอเป็นพรุ่งนี้เย็นได้มั้ยคะ ตอนเช้าน่านต้องช่วยงานแม่เดี๋ยวจะตื่นไม่ไหวค่ะ” วีรินทร์ปฎิเสธพรุ่งนี้ต้องช่วยงานแม่ทั้งวันเพราะพวกท่านจะมาช่วยพ่อของพิมลภัสหาเสียง
“ก็ได้จ้ะ งั้นพรุ่งนี้เย็นนะน้องรัก” สองสาวตกลงกันแล้วก็คุยกันจนกระทั่งสามทุ่มครึ่งวีรินทร์ก็ขอตัวกลับบ้านพร้อมพ่อกับแม่
“ค่ะพี่บูล น่านกลับก่อนนะคะ”
วีรินทร์ขอตัวกลับพร้อมพ่อแม่ขี่สกู้ดเตอร์ไซค์ไฟฟ้านำหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของพ่อที่มีแม่นั่งซ้อนท้ายกลับบ้านเพื่อพักผ่อนพรุ่งนี้พ่อแม่จะไปช่วยลุงพุดหาเสียงอีก
เช้าวันถัดมาทุกคนก็ตื่นแต่เช้าเพื่อไปหาเสียงที่อำเภอน้ำปาด อำเภอท่าปลาตามหมายกำหนดการที่วางไว้จึงทำให้ทุกคนตื่นแต่เช้าและพิมลภัสก็ตามไปอีกเช่นเดิม
“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิตาจุล” เตชทัชพูดกับลูกชายเบาๆหลังจากรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับทุกคนและเตรียมตัวไปช่วยผู้สมัครเขตสอง
“คุณพ่อครับ” ชายหนุ่มเหลือบมองด้านหลังแล้วเงียบไปเมื่อเพื่อนของพ่อเดินมาหา
“พร้อมหรือยังนายทัช จุล” พุฒิพงษ์ถามเพื่อนกับลูกชายที่ยืนที่รถพร้อมกับคนสนิท
“พร้อมครับคุณลุง”
