บทที่ 13 ริบบิ้นรัก
สองอาทิตย์ที่เพียงใจออกจากโรงพยาบาล อาการของเธอดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติ แต่หมอตุลย์ก็ยังปฏิบัติต่อเธอราวกับเป็นคนไข้ที่ยังไม่หาย จนเธอต้องบอกขอทำอะไรเองบ้าง เดี๋ยวจะเป็นง่อยกันพอดี
“เก็บแรงไว้ทำอย่างอื่นก็พอ” เขาให้เหตุผลกับเธอ
“หมอบ้า นี่คนไข้นะ” พร้อมกับหมอนอิงที่ลอยไปหาคนพูด แต่มือยังลูบหัวไอ้ส้มอยู่
“ถ้าคนไข้ดื้อ ก็ต้องโดน” หมอนอิงอีกใบลอยตามไปติดๆ
“แล้วเรื่องที่ดินฟาบริซเอาไหมคะ”
“ไม่แล้ว มันกลัวผมทำใจไม่ได้”
“น่าเสียดาย ที่สวยด้วย”
“ผมก็บอกมันไม่เป็นไร แต่มันยังยืนยัน”
“อาทิตย์หน้าแม่ผมจะมาเยี่ยมนะ” หมอตุลย์บอกข่าวกับเพียงใจ
“คะ” เสียงอุทานคล้ายไม่เชื่อหูตัวเอง
“ไม่มีอะไร ท่านมาเยี่ยมเฉยๆ ไม่ต้องกังวล” ตุลย์เอ่ยปลอบใจ เมื่อเห็นแววตาวิตกของเธอ
สนามบินสุวรรณภูมิ
ตุลย์และเพียงใจไปรอรับมารดาของเขา คุณนายกานดา
“แม่ครับ ทางนี้ครับ” ตุลย์รีบโบกไม้โบกมือให้สัญญาณคุณนายกานดา เมื่อเห็นท่านเดินออกมาจากช่องทางผู้โดยสารขาเข้า
แม่ของหมอตุลย์รูปร่างออกจะอวบๆ อย่างคนสูงอายุ แต่ก็ไม่ได้อ้วนมากดูท่าทางใจดี
“นี่หรือหนูเพียงใจ ที่ตาบริซมันเรียกคนเหล็ก น่ารักจิ้มลิ้มเชียว” แม่หมอตุลย์เอ่ยชม แต่หมอตุลย์ทำคิ้วขมวดกับฉายาใหม่ของเธอ
“คนเหล็กอะไร หมอตัดไส้ไปเป็นฟุต” คนไส้หายทำตาเขียวใส่หมอ
“ยังเจ็บไหมลูก” คุณนายกานดายื่นมือไปจับมือเพียงใจ พลางยกมือสำรวจร่องรอยบาดแผล
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ” คนเหล็กหมุนตัวให้ดู
“แม่พักที่คอนโดผมนะครับ”
“อยู่สักสองสามวัน จะตามไปจัดการตาบรีสด้วย”
“คุณนายนอนที่ห้องแขกนะครับ ผมเตรียมไว้ให้แล้ว” ตุลย์พาแม่ของเขาเข้าไปเก็บของในห้อง พอประตูห้องแขกถูกเปิด คุณนายกานดากำลังจะเดินเข้า ไอ้ส้มก็รีบวิ่งแซงเข้าไปก่อน จนแม่ตกใจ
“อะไรน่ะ”
“เสือกเลยไอ้ส้ม ไปนอนคอนโดแมวของแกนั่น” ตุลย์ใช้เท้าเขี่ยมันออกไป
“อย่าใช้เท้ากับมันซิ ไหนขอยายดูหน่อย น่ารักนะเรา” ยายอุ้มไอ้ส้มไว้ที่อก
“เลี้ยงแมวเป็นลูก เมื่อไหร่จะตบจะแต่งให้เสร็จๆ จะได้มีลูกเป็นของตัวเอง” เพียงใจซึ่งเดินตามมาได้ยินเข้าก็หน้าแดงระเรื่อ
“ยัยเกรซโทรมาบอกว่าจะพาแม่ไปทานข้าวเย็นนี้ค่ะ” เพียงใจที่ยังหน้าแดง เลยเสเปลี่ยนเรื่อง
“ดีเลยแม่จะได้อบรมเจ้าบริซด้วย”
ร้านอาหารไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว เมื่ออาหารไทยหน้าตาดูดีถูกทยอยนำมาเสิร์ฟ
“ฟาบริซเรื่องของเราจะเอายังไง” ฟาบริซไอแค่กสำลักน้ำต้มยำที่กำลังตักเข้าปาก เมื่ออยู่ๆ มารดาของเขาก็เอ่ยแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยขึ้นมา ฟาบริซหันไปมองเกรซอย่างขอความช่วยเหลือ
“แต่งพร้อมพี่เขาเลยไหม ปีหน้า ฉันจะได้พูดกับแม่หนูเกรซไว้เลย” คุณนายกานดาให้ทางเลือก
“ไม่เป็นไรฉันมีเวลากับคุยกับแกทั้งคืน เดี๋ยวคืนนี้จะไปนอนกับแก” เมื่อยังไม่ได้คำตอบ ผู้เป็นแม่ก็ยิ่งบีบคั้น
“ครับ” ฟาบริซได้แต่รับปากเสียงอ่อย ใจเขาก็อยากแต่งกับเกรซ แต่ก็อยากทำรีสอร์ตให้เสร็จเสียก่อน แล้วจะใช้ที่นั่นแต่งงานด้วย คงต้องอ้อนแม่อีกทั้งคืนแน่
เพียงใจรับประทานอาหารอย่างอร่อย นานมากแล้วที่เธอไม่เคยสัมผัสบรรยากาศครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่นแบบนี้ พ่อแม่ของเธอเสียตอนเธอเรียนจบพอดี ยังดีที่พวกท่านมีประกันชีวิตพอได้มีเงินเหลือมาให้เธอได้ตั้งตัวนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ที่ดินพร้อมบ้านที่จังหวัดนครปฐมเธอขายมันไปพอได้เงินมาก็เลยเอามาซื้อคอนโดในกรุงเทพฯ เธอใช้ชีวิตปกติเหมือนสาวออฟฟิศปกติธรรมดา ไม่ฟุ่มเฟือยก็ไม่ถือว่าลำบากมาก ความอบอุ่นของเธอเริ่มก่อเกิดจากที่เธอมาอยู่กับหมอตุลย์ ตอนที่เธอคบกับนที ก็ต่างคนต่างทำงานไม่ได้อยู่ด้วยกัน นทีเคยมาหาเธอนับครั้งได้เลย เพราะส่วนมากเธอก็จะปฏิเสธเขา และเขาก็ดูไม่กระตือรือร้นกับเธอเท่าไร
เมื่อทานอาหารเสร็จคุณนายกานดาเปลี่ยนใจไปนอนกับฟาบริซ ด้วยว่าฟาบริซไม่ยอมบอกเรื่องที่คบกับยัยเกรซ แล้วจะมองหน้าแม่ยัยเกรซยังไงต่างคนต่างปิดบังทั้งคู่ ผู้เป็นแม่จึงต้องรีบจัดการให้รู้เรื่อง ถ้าไม่ได้ตุลย์คอยบอกข่าวเจ้าบริซมันคงปิดหูปิดตาแม่ไปอีกนาน แต่กับตุลย์โตเป็นผู้ใหญ่ เปิดเผยทำอะไรไม่มีซับซ้อนลับลมคมใน ตุลย์ก็บอกพ่อแม่ของเพียงใจเสียหมดแล้วเธอก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แล้วตุลย์ก็ขอแต่งงานแล้วด้วย รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแม่ก็เลยไม่ต้องห่วงมาก เพราะรู้นิสัยของลูกชายดีถ้าตุลย์บอกคำไหนแล้วก็คือคำนั้น
เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จ หมอตุลย์และเพียงใจก็เดินมาส่งมารดาที่รถของฟาบริซและเกรซ
“เอ้าเฮีย ไม่กลับเหรอ” ฟาบริซร้องถามเมื่อเห็นตุลย์ยังยืนรอส่งไม่ไปสักที จนรถจะออกไปอยู่แล้ว
“เดี๋ยวกลับ เพียงอยากกินเค้ก” หมอตุลย์ตอบพลางกระตุกมือเพียงใจที่เขาจับอยู่
“อ๋อๆ ค่ะ ร้านเค้กที่นี่อร่อยค่ะ” คนตอบยังงงๆ
เมื่อรถของฟาบริซออกไปแล้ว เขาก็พาเพียงใจเดินกลับไปที่โรงแรม
“วิวสวยดี นอนนี่เนอะ เปลี่ยนบรรยากาศ” เขาพูดหน้าตาเฉย
“เพียงนึกว่าหมออยากทานเค้ก”
“เปล่า อยากกินอย่างอื่นมากกว่า”
“แผลยังไม่หายเลยนะคะ” อดีตคนไข้เริ่มหาเหตุผล
“โอ๊ย เป็นเดือนหายแล้ว ขนาดคนคลอดลูกสองวันเขาก็เดินป๋อแล้ว เชื่อหมอ” หมอเลยได้ฝ่ามือฟาดต้นแขนไปเบาๆ หนึ่งที
“แต่งงานที่นี่ไหม ผมชอบ ริมแม่น้ำสวยดี”
“ก็สวยดีค่ะ” คนเริ่มเห็นด้วย หันไปมองวิวรอบๆ ให้ละเอียดอีกที
“งั้นซ้อมเป็นเจ้าสาวให้ผมก่อนแล้วกันคืนนี้”
เมื่อหมอตุลย์พาเพียงใจขึ้นมาบนห้องพักชั้นสามสิบห้า เธอก็รีบเดินไปที่กระจกบานใหญ่มองออกไปด้านนอกเป็นวิวยามค่ำคืนของแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นไฟจากเรือสินค้าที่ลอยลำในแม่น้ำอย่างช้าๆ
หมอตุลย์เดินมาสวมกอดจากด้านหลัง
“ชอบที่กระจกหรือ เอาอีกไหม” คนฟังฟาดมือให้คนสวมกอดไปหนึ่งที
“ไม่เอาค่ะ อาย เดียวคนข้างนอกเห็น คราวที่แล้วมีใครเห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ไม่มีใครเห็นหรอก มันเป็นกระจกเหมือนที่ผับอ่ะ” คนได้ฟังหน้าแดง
พูดเสร็จหมอตุลย์ก็ช้อนเธอขึ้นอุ้ม เดินเข้าห้องนอน เขาจัดการถอดเสื้อให้เพียงใจ สายตายังทอดมองเธอด้วยความรัก เพียงใจสบตาเขาเพียงครู่เดียวก็หลุบตาลง เอื้อมเอามือไปปิดตาหมอ
“ปิดไฟก่อนซิคะ”
“ไม่ต้องปิดหรอก อยากเห็นเพียงชัดๆ”
“อย่ามองซิคะ เพียงอาย” คนหน้าแดงโดนเขาถอดเสื้อนอกและเสื้อในจนล่อนจ้อน มือก็ยังเอื้อมไปปิดตาเขา หมอตุลย์จับมือสองข้างของเพียงใจออก เขาเพ่งพินิจทั่วร่างอรชร รวมทั้งสองเต้าเต่งตึงนั่น แค่เขามองมันปลายถันของเธอก็แข็งชูชัน
“สวย” เสียงเขาเริ่มแหบพร่า
“เพียงอายค่ะ” เมื่อเขาเห็นหน้าเธอเริ่มแดงลามลงไปยันคอ จึงปล่อยมือเธอเอื้อมมือไปดึงริบบิ้นมัดผมเส้นใหญ่ของเธอมาผูกตาเธอไว้
“ว้าย! หมอ” เธอตกใจที่เขาจับเธอผูกตาแบบนั้น
“มืดแล้ว ทีนี้ก็ไม่ต้องอาย” เขาจูบเธอแสนอ้อยอิ่ง จับเธอล้มตัวลงนอนเสร็จ ก็จัดการถอดกางเกงของเธอออก รู้ว่าเขาต้องจ้องมองอยู่แน่เลย เธอเลยเผลอบิดขาปิดของสงวนของตัวเอง เขาจับขาเธอออก ดึงแพนตี้ตัวน้อยออกจากเรียวขาเธอ เพียงใจก็รีบเอามือปิดจุดกึ่งกลางกายสาว เขาก็จับมือเธอออกอย่างแผ่วเบา ก้มลงไปจูบรอยผ่าตัดเอากระสุนออกของเธอจนเพียงใจผวา เพราะมองไม่เห็นไม่รู้ว่าเขาจะสัมผัสไปส่วนไหนบ้าง
“เจ็บอยู่ไหม” เขาถามเธอ
เพราะรอยแผลนี้เขาเกือบเสียเธอไปแล้ว
เพราะรอยแผลนี้เธอช่วยชีวิตเขาไว้
หมอตุลย์จูบไล่จากรอยแผลขึ้นมาด้านบน ทุกครั้งที่เขาลงสัมผัส เธอเป็นต้องผวา เมื่อปากร้อนครอบครองปทุมถันของเธอเขาก็ทั้งดูดทั้งดุน ร่างบางสะท้านเผลอแอ่นอกตอบรับ มือขยุ้มที่นอนจนยับทุกจุดที่ปากเขาสัมผัสก็ไม่ลืมที่จะฝากรอยคิสมาร์กเอาไว้ ตลอดลำตัว เมื่อเขาเลื่อนขึ้นมาประกบริมฝีปากเธอ มือของเขาก็เลื่อนไปจับจุดบอบบางกลางกาย กดปลายนิ้วกรีดไปตามรอยแยกเพื่อหาทางเข้าที่จะแสนรัญจวนใจ กลีบผกาเริ่มฉ่ำหวานไปด้วยหยาดน้ำใส เมื่อนิ้วซนของเขาขยับเพียงนิดเสียงครางแสนหวานก็เริ่มอื้ออึงออกมาจากลำคอ ยิ่งเมื่อเขาขยับแรงขึ้น เธอต้องแอ่นสะโพกกลมรับจังหวะเร่งเร้าจนปลายนิ้วเท้าจิกลงบนที่นอน
“อ๊า…หมอคะ เสียวจังค่ะ เพียงไม่ไหวแล้ว” สิ้นประโยคเธอก็ปลดปล่อยหยาดมธุรสออกมาจนล้นปริ่ม
“คิดถึงเมียจ๋าจะแย่” เพื่อให้หายคิดถึงหมอตุลย์กดแท่งร้อนของเขาลงไปจนสุดทาง
“โอ้ว เมียจ๋า แน่นจัง” เมื่อเขาเริ่มขยับได้เพียงนิด คนตัวเล็กก็ครางแทบไม่เป็นศัพท์ แข้งขาของเธอก็พลอยแต่จะบิดบีบเข้าหากัน หมอตุลย์เลยจับขาของเธอรวบไปพาดไว้บนบ่าเขา ยิ่งทำให้ลำรักของเขาส่งถึงเธอลึกล้ำแนบสนิทยิ่งขึ้น เสียงร้องครางยามเมื่อเธอแอ่นสะโพกร่อน เขาต้องจับขาเธอกอดไว้แนบลำตัว เพื่อส่งจังหวะเร่งให้เธอถึงฝั่งฝัน
“อ๊ะ…หมอคะ ไม่ไหวแล้ว” ร่างบางเกร็งสะโพกกระตุกเร่าๆ เขายังเร่งจังหวะส่งมาอีกระลอก เพียงใจเกร็งสะท้านรับจังหวะที่เขายิ่งเร่งขึ้นอีก เธอก็ยิ่งครวญคราง เมื่อหมอตุลย์ดันหนักๆ จนสุดท้ายเธอร้องกรี๊ดออกด้วยความหฤหรรษ์
“โอ้ว…เมียจ๋า” หมอตุลย์ปล่อยให้ธารรักไหลบ่าเข้าไปจนสุดทาง ฟุบลงนอนข้างเธอสวมกอดเอวบางไว้ เธอหันหน้าเข้าซุกอกเขาดึงริบบิ้นมัดผมที่เขาเอามาผูกตาเธอออก ในมือยังกำริบบิ้นเอาไว้แน่น เธอแอบลอบมองริบบิ้นในมือด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
โดนแน่หมอ…
หมอตุลย์ยังนอนกอดเพียงใจไว้ในอ้อมแขน ส่วนเธอลอบมองริบบิ้นในมือแล้วยิ้มร้ายแกล้งขยับขายุกยิกภายใต้ผ้าห่มให้ต้นขาเนียนแกล้งไปโดนตุลย์น้อยของเขา แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อตุลย์น้อยที่ไม่น้อยยังผยองพองตัวเตรียมพร้อมจะจู่โจมเธอตลอดเวลา
“อื้อ” เสียงคำรามในลำคอของเขาเริ่มทำให้เธอเสียขวัญ
เหมือนเขารู้ว่าเธอแกล้งไปโดน เลยรวบเอวรั้งให้ลำตัวแนบชิดกับเขา คราวนี้ตุลย์น้อยทิ่มหน้าท้องเธออย่างจัง เพียงใจหน้าระเรื่อขึ้นสีอีกครา
“จะซนอะไร” แล้วเขาก็รวบเธอไปรับจูบ เธอก็สนองตอบอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กันดูดดุนอย่างหนักหน่วง จนตุลย์จับไหล่เธอดันออกห่างพยายามมองหน้าเธอด้วยสายตาค้นหา คราวนี้เพียงใจยิ้มหวานใส่เขา ชะโงกหน้าไปหาพลางหลับตาพริ้มแล้วจุ๊บปากเขาเบาๆ ก่อนจะถอนปากออก แล้วก็จุ๊บลงไปใหม่เธอหยอกเย้าจนเขาเริ่มปล่อยตัวสบายๆ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นไปนั่งคร่อมพลางโน้มหน้าลงมาหยอกเย้าอยู่ที่ริมฝีปากปากจนลิ้นเป็นพัลวัน
ตุลย์นอนสบายๆ ให้เพียงใจหยอกเย้าอยู่อย่างนั้น เพียงครู่เดียวเธอก็ดึงริบบิ้นผ้าขึ้นมา ตุลย์มองอย่างประหลาดใจ
“จะมัดตรงไหนดีนะ ตา หรือมัดมือซะดีไหม” เพียงใจยังทำเสียงเย้ายวนใส่เขา ตุลย์ยิ้มร้าย
“ตามใจเลยเมียจ๋า” เขายิ้มมุมปาก “เดี๋ยวรู้เรื่อง” สายตายิ่งร้ายกว่าเก่า
เพียงใจเลยเอาผ้าผูกตาเขาบ้าง ผูกมาผูกกลับไม่โกง แต่เขากลับนอนสบายๆ ในท่าใช้มือรองใต้ศีรษะ ดูซิว่าเธอจะเล่นอะไร เพียงใจก้มลงไปงับติ่งหู เขาสะดุ้งเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายเกิดบนใบหน้าของเพียงใจ เธอยังหยอกเย้าอยู่ที่ติ่งหูขบเม้มไล่มาตามลำคอ
“อื้อ…” เสียงของหมอตุลย์คำรามอยู่ในลำคอ เมื่อเพียงใจขบเน้นตรงคอของเขาจนเป็นรอยแดง เมื่อเธอได้เสียงครางจนพอใจ ก็เลื่อนไล้ริมฝีปากมาตามมัดกล้ามแน่นๆ ที่หน้าอกนั่น หยอกเย้ากับหัวนมเม็ดจิ๋วของเขาดูบ้าง และก็ไล่ต่ำลงมาจนถึงท้องป้วนเปี้ยนอยู่แถวท้องน้อยของเขา พลันมือเล็กก็เข้ากอบกำแท่งเอ็นร้อนผ่าวเต็มกำมือ จนเขาต้องร้องเรียกหาเธอ
“โอ้ว เมียจ๋า” เพียงใจเผยอปากลงค่อยๆ ไล้เลียตุลย์น้อยของเขาช้าๆ เมื่อเธอส่งตุลย์น้อยเข้าปากอิ่มของเธอ ลิ้นน้อยๆ ก็พัลวันราวกับเป็นไอศกรีมแท่งรสเลิศ
“เมียจ๋า อื้ม…” ไม่รู้ว่าเขาร้องเรียกเมียไปกี่ครั้ง เมื่อความเสียวซ่านเข้าเล่นงาน เขาดึงมือออกมาจากใต้ศีรษะเขา ขยุ้มผมเธอกดให้เธอเข้าหาตัวตนของเขา เพียงใจแทบสำลักหายใจหายคอไม่ออก ยามเมื่อเขากดหัวเธอไว้ และตอนที่เธอออกแรงเร่งจังหวะรูดริมฝีปากเร็วๆ จนเขาต้องกระชากผ้าปิดตาออก เขาจับเธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวแทบไม่ทัน ก่อนจะรวบข้อมือสองข้างเข้าหากัน และกว่าเธอจะทันรู้ตัว เขาก็เอาริบบิ้นผ้านั่นมัดที่ข้อมือเรียบร้อย จับเธอนอนลงในท่ายกมือขึ้นพาดเหนือไปบนศีรษะ ไม่ทันที่เพียงใจจะทันเอ่ยประท้วงเขาก็ประกบริมฝีปากลงมา มันรวดเร็วจนเธอนึกไม่ทันว่าเขาจะมัดเธอแบบนี้ ละจากจูบเขาก็ลงมาฟัดที่เต้าอวบสองข้างนั่น โดยอีกมือเขาก็ยังดันแขนให้เธอยกขึ้นพาดไว้แบบนั้น
ทุกครั้งเธอใช้ผ้าปูที่นอนในการช่วยระบายความซ่าน ด้วยการจิกเล็บลงไป แต่ตอนนี้เธอจิกเล็บไม่ถนัด เหลือแต่ขาสองข้างจนต้องยกขึ้นตั้งชันขาจิกปลายเท้าลงไป ยังไม่ทันที่ความเสียวซ่านจะบรรเทา เขาละจากอกคู่งาม ดันแท่งร้อนเข้าจนสุดทาง ความคับแน่นของเธอยังคงบีบรัดเขาตลอด เมื่อเขาเริ่มขยับ แต่มืออีกข้างก็ยังตรึงแขนเธอไว้แบบนั้น เขายิ่งเร่งจังหวะ เธอก็ยิ่งร้อง ราวกับคนร้องขอชีวิตก็ไม่ปาน หมอตุลย์ก้มลงไปดูดปลายยอดถันของเธอ ทั้งที่ส่วนล่างก็ยังดำเนินไปต่อ คราวนี้เป็นเธอที่ร้องเรียกหาหมอไม่ขาดปาก และเมื่อเขาเร่งเร้าในนาทีสุดท้าย เธอถึงกับกรีดร้องออกมา
เขารีบแกะริบบิ้นผ้าออกให้เธอ ดูว่ามีรอยแดงหรือเปล่า แม้จะมัดเพียงหลวมๆ เท่านั้น
“เป็นไง ซนดีนัก” เขาต่อว่าแต่สายตายิ้มร้าย
“ก็หมอแกล้งเพียงก่อนนี่” คนซนเถียง
เขานอนลงแล้วรั้งเธอมากอด
“แต่ก็ชอบนะ ตื่นเต้นดี วันหลังซื้อคอสเพลย์มาให้เพียงใส่ดีกว่า” เพียงฟาดไปที่อกเขาเบาๆ หนึ่งที
“หมอก็ใส่เองซิ เพียงไม่ใส่หรอก”
“ใส่เองก็ได้ ว่าแต่ชุดไหนดี”
“หมอใส่วันไหนเพียงจะให้ไปนอนกับไอ้ส้ม” คนไล่หมอหน้าแดง
“อาบน้ำไหม” คนถามทำสายตาเจ้าเล่ห์
“ง่วงนอน” คนตอบเน้นเสียงหนักๆ
หมอตุลย์มีหรือที่จะใช้ห้องที่บอกว่าเปลี่ยนบรรยากาศราคาแสนแพงนี้ไม่คุ้ม
“ตื่นยังจ๊ะ เมียจ๋า” เสียงทักทายคนงัวเงีย
“ตื่นแล้วค่ะ” คนงัวเงียที่บอกว่าตื่นแล้วแต่ยังหลับตาต่อ จนตุลย์หัวเราะออกมา
“คุณผู้หญิงจะทานข้าวบนห้อง หรือจะลงไปดูบุฟเฟต์แสนอร่อย” หมอตุลย์เอาของกินเข้ายั่ว เมื่อคนงัวเงียได้ยินคำว่าบุฟเฟ่ต์ ก็ลืมตาขึ้นราวติดสปริง เพียงใจเลยรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ขณะเธอกำลังนั่งทาแป้งที่หน้ากระจกบานใหญ่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นรอยที่คอหมอตุลย์แดงๆ เธอรีบลุกไปจับคอเขามาดู
“ว้าย…ตายแล้วหมอ มานั่งนี่ เพียงจะเอาแป้งทาให้” หมอตุลย์เอามือคลำๆ คอแดงนั่น แล้วก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ไม่เป็นไรหรอก เขาจะได้รู้ว่าเมียรัก” คนพูดโดนฟาดไปอีกที
“ไม่เอาหมอ อายเขา น่าเกลียดจะตาย”
“น่าเกลียดตรงไหน ยิ่งตอนทำ น่ารักจะตาย”
“หมอ” เธอทำเสียงสูงพร้อมตวัดค้อนให้หนึ่งที จนหมอตุลย์ต้องมานั่งลงที่เตียงให้เธอให้แป้งแต่งหน้าทากลบ
“เห็นฟาบริซว่าจะพาแม่ไปเที่ยวภูเก็ตอีกเพียงอยากไปไหม แต่ผมไม่ว่างเลยช่วงนี้ ถ้าเพียงอยากไปก็ไปได้นะ”
“ไม่ไปดีกว่าค่ะ อยู่เป็นเพื่อนหมอ เพิ่งกลับมาจากสมุยเอง”
ระหว่างทางขับรถกลับคอนโด หมอตุลย์บอกเธอเรื่องที่ฟาบริซจะพาแม่ไปพักผ่อนเขาก็อยากให้เธอไป แต่ถ้าเขาไม่ได้ไปด้วยก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ยิ่งเรื่องที่เกิดขึ้นยังใหม่ๆ สดๆ อยู่เลย ถ้าเธอเป็นอะไรไปอีกครั้งเขาคงแทบบ้า
“อ้อ อาทิตย์หน้าครบสามเดือน อย่าลืมไปฉีดยาคุมนะ” หมอตุลย์เตือนเมียจ๋าของเขา
“ได้ค่ะคุณหมอ ไม่ได้เจอพวกพี่ๆ พยาบาลตั้งนาน คิดถึงเหมือนกันค่ะ” คนดีใจจะได้เจอเพื่อน
“หรือเราจะปล่อยเลยดี จะได้มีลูกทันแต่งงาน ให้ลูกอยู่ในงานแต่งด้วย”
“ก็ดีนะคะ แต่เพียงกลัวเลี้ยงเขาไม่ดี”
“ทีไอ้ส้ม ยังเลี้ยงได้ หัวเน่าแน่มึงไอ้ส้มเอ๊ย”
เมื่อเพียงใจกลับมาถึงที่คอนโดเธอก็รีบตรงดิ่งไปหาไอ้
ส้ม เพื่อสำรวจน้ำกับอาหารจากเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ เธอเก็บเอาคำพูดของหมอตุลย์มาคิด
“เอ๊ หรือจะมีลูกก่อนดี”
