บทที่ 14 ยาคุมเป็นเหตุ

โรงพยาบาล

เพียงใจหอบถุงขนมใบใหญ่หลายใบเดินเข้าไปในโรงพยาบาล เธอตรงไปที่แผนก ICU เอาขนมไปฝากให้พวกหมอและพยาบาลเสร็จแล้วก็เดินไปแผนกตึกพักฟื้นผู้ป่วย ที่เธอเคยนอนรักษาตัวอยู่เป็นอาทิตย์ พอไปถึงเธอก็เจอกับพวกพยาบาลที่เคยดูแลเธอ

“คุณเพียง มาหาหมอตุลย์หรือคะ” พยาบาลคนที่เคยดูแลเธอกล่าวทักทาย

“ค่ะ เพียงเลยแวะเอาขนมมาฝากทุกคนด้วย ฝากให้คุณหมอศักดิ์ด้วยนะคะ” เธอวางถุงขนมลงบนเคาน์เตอร์ พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่พักใหญ่จึงขอตัวไปหาหมอตุลย์

ห้องหมอตุลย์

“ผมจะไปเอาข้อมูลคนไข้ที่แผนก ถ้าเผื่อเห็นเพียงใจมา ให้เธอเข้าไปรอที่ห้องผมเลยนะครับ” หมอตุลย์เอ่ยปากฝากบอกพยาบาลในแผนก แต่เขาเดินไปได้เพียงนิดเดียว หมอดาก็หอบเอาเอกสารข้อมูลคนไข้เดินตรงมาหาหมอตุลย์ หมอตุลย์รับเอกสารแล้วจึงให้หมอดาเข้าไปดูเคสคนไข้ที่จะต้องผ่าตัดที่ห้องทำงานเขา แต่พยาบาลคนที่หมอสั่งไว้ว่าให้คุณเพียงใจไปรอที่ห้อง เดินไปห้องน้ำพอดี จึงไม่ทันได้เห็นหมอตุลย์กลับมาที่ห้องของตัวเองพร้อมหมอดาแล้ว

“อ้าวคุณเพียง สวัสดีค่ะ” พยาบาลเจอเพียงใจที่หน้าห้องน้ำ

“สวัสดีค่ะ เพียงมาพบหมอตุลย์ค่ะ อยู่ไหมคะ” เธอเอ่ยถามแบบเกรงใจ

“อยู่ค่ะ หมอตุลย์ให้คุณเพียงไปรอในห้องได้เลยค่ะ คุณหมอเธอเดินไปเอาเอกสารเดี๋ยวคงกลับมาค่ะ”

“ขอบคุณนะคะ อ้อ เพียงซื้อขนมมาฝากทุกคนเลยนะคะ” เพียงใจส่งขนมให้พยาบาลแล้วขอตัวไปรอหมอตุลย์

“หมอดา หมอลองดูเคสนี้ครับ คนไข้มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อแมนแพปพิลโลมาไวรัส เจอระยะเริ่มต้น คนไข้เพิ่งอายุยี่สิบห้าปี ไม่อยากให้ตัดมดลูกเพราะต้องการมีบุตร ผมเลยคิดว่าเคสนี้เราจะใช้วิธีผ่าตัดส่องกล้อง และจะให้นักศึกษาแพทย์ฝึกหัดเข้าสังเกตการณ์ด้วย คุณลองดูในชาร์จ” หมอตุลย์ที่กำลังนั่งบนเก้าอี้ในห้องทำงานดูชาร์จคนไข้ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ โดยมีคุณหมอดา แพทย์ประจำแผนกสูติ-นรีเวช ซึ่งเป็นรุ่นน้องของหมอตุลย์ เมื่อหมอดามองชาร์จคนไข้ไม่ชัดก็ก้มหน้าลงมาที่จอใกล้ขึ้น ด้วยรองเท้าส้นสูงปรี๊ดสีแดง ยามเมื่อเธอก้มหน้าลงมาใกล้หน้าจอ และกำลังจะหันไปถามหมอตุลย์ในส่วนที่เธอสงสัยพลันจังหวะที่เธอเอี้ยวตัวไปนั้น หมอตุลย์ก็เอื้อมจะมาหยิบปากกา ทำให้หน้าของคนทั้งสองเข้ามาใกล้แทบจะชนกันพอดี หมอดาตกใจเงยหน้าขึ้นโดยเร็วและขยับขาจะถอย แต่เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงนั่น ทำให้เกือบจะหงายหลัง ถ้าหมอตุลย์ไม่เอี้ยวตัวไปรับเธอไว้ได้ทัน แต่เธอก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว กลายเป็นว่าหมอดาเซถลาลงมานั่งบนตักของหมอตุลย์พอดี

เพียงใจเปิดประตูเข้ามาพอดีได้เห็นหมอดาปากแดง นั่งอยู่บนตักของนายแพทย์หนุ่ม มือของหมอดาสองข้างยกขึ้นรั้งคอหมอตุลย์อยู่ เธอไม่ได้เคาะประตูเพราะพยาบาลบอกให้มารอได้เลย

ทั้งหมอตุลย์และหมอดาต่างก็ตกใจ ที่เพียงใจมาเห็นภาพอุบัติเหตุนี้เข้า แต่ทั้งสองก็ยังรั้งคอนั่งตักกันอยู่แบบนั้น เมื่อคนทั้งคู่หลุดจากภวังค์ หมอดารีบดีดตัวลุกขึ้นทันที

“คุณเพียงอย่าเข้าใจผิดนะคะ มันคืออุบัติเหตุค่ะ เรา เรา เอ่อ..เอ่อ ดากับหมอตุลย์ไม่ได้กำลังทำอะไรไม่ดีนะคะ” หมอดาตกใจจนเกือบติดอ่าง ส่วนหมอตุลย์ยังคงเงียบ มองหน้าเพียงใจด้วยสายตาที่สุดคาดเดา

ส่วนเพียงใจก็ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม่ขยับไปทางไหนราวกับแข้งขาไร้เรี่ยวแรง ได้ยินผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรแว่วๆ ว่าอุบัติเหตุ แต่เธอก็ชาไปทั้งตัว จนแทบไม่ได้ยินว่าพูดอะไร เธอไม่เคยคิดที่จะเตรียมตัวเตรียมใจว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองเลยสักนิด

“หมอดากลับไปก่อนเถอะครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมอธิบายเอง” เขาบอกแบบนั้น หมอดาเลยรีบขอตัวกลับไป

เพียงใจขยับตัวให้พ้นจากหน้าประตู เพื่อให้หมอดาเดินออกไป แต่เธอก็ยังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่าที่ที่เธอควรอยู่จะอยู่ตรงไหน

หมอตุลย์เดินไปจับแขนเธอสองข้าง แล้วประคองมานั่งที่เก้าอี้ของเขา เพียงใจเดินตามแรงที่เขาประคอง เมื่อมาถึงเก้าอี้ตัวที่สองคนนั่นนั่งกอดกัน เธอก็เลยสะบัดแขนออกเดินไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัวแทน

“เพียง” หมอตุลย์เรียกเธอเสียงแผ่วเบา กลัวว่าถ้าเขาเสียงดังขึ้นอีกนิด เธอจะโบยบินราวผีเสื้อที่ตกใจ เขารู้เธอตกใจ เสียใจ

“เพียงมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ มันเป็นอุบัติเหตุ” หมอตุลย์พยายามอธิบาย

“ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา เพียงเคยเห็นผมเถลไถลไปทางไหนไหม”

“เพียงอยู่แต่ที่บ้านนี่คะ จะไปรู้ได้ยังไงว่าข้างนอกหมอเป็นยังไง” คำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากเธอ

“คุณไม่เชื่อใจผม”

“ถ้าคนที่มาเห็นภาพแบบนี้ เป็นหมอ หมอจะเชื่อเพียงไหมคะ” คนถูกถามแทบสะอึก นั่นซิ ถ้าเขามาเจอเพียงนั่งบนตักคนอื่น เขาจะเป็นยังไง เขาจะเชื่อใจเธอหรือเปล่า

“ผมเชื่อใจเพียง แต่ ..ผมก็คงโกรธ” ประโยคท้ายเขาเอ่ยเสียงแผ่ว

“เพียงก็โกรธค่ะ” จากที่หน้าเรียบเฉย ตอนนี้หน้าของเธอเริ่มแสดงอารมณ์ออกมา

“เพียงกลับก่อนนะคะ เชิญหมอตามสบายต่อค่ะ” เธอเอ่ยกับเขากึ่งประชด

“เพียง” เขาทันได้แค่เรียกชื่อเธอแค่นั้น เธอก็ลุกเดินออกไปจากห้องทันที

เพียงใจคิดอะไรไม่ออกในตอนนี้ เธอเดินออกมาจากโรงพยาบาลอย่างเหม่อลอย เมื่อไม่อยากกลับไปที่คอนโดของหมอตุลย์ เธอก็เลยกลับไปที่คอนโดของตัวเอง นานเท่าไรแล้วที่เธอไม่ได้กลับมา ฝุ่นหนาเริ่มเกาะ ถึงเธอจะให้ป้าที่ดูแลจัดหาแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ แต่ก็ไม่บ่อยบางครั้งเธอก็หลงลืมว่ายังมีมันอยู่ มาถึงเธอก็เริ่มทำความสะอาดห้องยกใหญ่ อยากทำอะไรให้เหนื่อยๆ จะได้เลิกคิดฟุ้งซ่าน แต่มันคงไม่ได้ผลบางครั้งมือของเธอที่คอยปัดกวาดเช็ดถู ก็หยุดอยู่นิ่งๆ บางครั้งก็มีน้ำตาซึมออกมา หลังมือเธอกับต้นแขนกลายเป็นที่เช็ดน้ำตายามเธออ่อนล้า เธอสะบัดหน้าจนผมปลิว เพื่อเรียกสติตนเองกลับมา พร้อมกับมือที่ลงแรงหนักๆ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป บ่อยครั้งที่เธอหันไปมองโทรศัพท์มือถือ บ่อยครั้งที่เธอกดเปิดให้หน้าจอสว่าง เธอพยายามมองหา ข้อความจากแอปพลิเคชันต่างๆ หรือข้อความแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับ แต่มันก็ไม่มีสักข้อความ

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นั้นที่โรงพยาบาล หมอตุลย์ก็ต้องเข้าห้องผ่าตัด และตลอดทั้งบ่ายนั้นเขาแทบไม่ได้กินข้าว เพราะการผ่าตัดเป็นเคสที่ยาก หลังจากผ่าตัดเสร็จก็มีประชุมต่อ กว่าวันนั้นจะผ่านพ้นไปได้ก็เลยเวลาเลิกงานมานานมากแล้ว หมอดายังอดเป็นห่วงหมอตุลย์ไม่ได้เลยแวะมาถามไถ่ ถ้าต้องให้เธอไปช่วยอธิบายเธอก็ยินดี แต่หมอตุลย์บอกว่าไม่เป็นไร

ประตูที่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นบรรยากาศภายในห้องมืดสนิท ใจของหมอตุลย์ตกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม หวังว่าเธอจะไม่เกิดเรื่องอะไร เขารีบไปดูที่ห้องนอนและห้องแขก เผื่อเธอจะนอนหลับแต่ก็ไม่พบ เขารีบกดโทรศัพท์มือถือหาเธอ

ร่างบางที่อ่อนเพลียจากการทำความสะอาดบ้านอย่างบ้าคลั่ง เมื่อทำเสร็จก็นั่งพิงโซฟาอยู่สักพักแล้วก็เผลอหลับไป จนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมองหน้าจอแสดงชื่อที่โทรเข้ามาก็กดรับ

“เพียงอยู่ที่ไหน” เขากรอกเสียงลงไปทันทีที่เธอกดรับสาย

“คอนโดเพียงค่ะ”

“รอเปิดประตูด้วย ผมกำลังไป” เขารีบกดวางสายจนเธอปฏิเสธไม่ทัน

“หมอมาทำไมคะ” เพียงใจเอ่ยถามทันทีที่หมอเดินเข้ามาในห้อง

“แล้วมานี่ทำไมไม่บอก” เขาไม่ตอบแต่ถามกลับ

“มาทำความสะอาดค่ะ”

“ไปกลับบ้าน ผมหิวข้าวแล้ว ตั้งแต่เที่ยงยังไม่ได้กินข้าวเลย ออกจากห้องผ่าตัดตอนบ่ายสาม ก็เข้าประชุมต่อ” เขาอธิบายซะยืดยาวหวังว่าเธอจะเข้าใจ

“เพียงว่าจะค้างที่นี่ค่ะ ยังทำไม่เสร็จพรุ่งนี้ต้องทำต่อ” คนฟังกวาดตามองดูห้องที่สะอาดเอี่ยมแทบจะทุกซอกทุกมุม

“จะขึ้นไปกวาดดาดฟ้าหรือไง เห็นสะอาดหมดแล้ว คงเหลือแต่ดาดฟ้ามั้งที่สกปรก”

“หมอ” เพียงแหวใส่

“งั้นผมจะนอนที่นี่แหละ เดี๋ยวสั่งอาหารดีลิเวอร์รีเอา” คนโดนแหวทำหน้าไม่สนใจ

เพียงใจหายเข้าไปในห้องนอนของเธอ สักแป๊บก็หอบหมอนกับผ้าห่มมาวางให้เขาบนโซฟา คนได้ผ้าห่มผืนหมอนใบระบายยิ้ม อย่างน้อยเธอก็ไม่ไล่เขาออกจากบ้าน

“ยิ้มอะไรคะ” เห็นเขายิ้มก็อดหมั่นไส้ไม่ได้

“เปล่า แค่ดีใจเมียไม่ไล่ออกจากบ้าน” เขาเขยิบจะไปกอดเธอ แต่เธอรีบลุกขึ้น เดินไปหยิบน้ำเปล่ามาให้เขาหนึ่งขวด เธอเห็นเขากดเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ ในนั้นเต็มไปด้วยรูปพิซซ่า เธอก็เลยรู้ว่าเขาจะสั่งพิซซ่า

เมื่อพิซซ่ามาถึงเขาลงไปรับที่หน้าคอนโด แต่ตอนขึ้นมาในมือของเขามีถุงหูหิ้วบรรจุกระป๋องเบียร์สีเขียวอีกหลายกระป๋องติดมือมาด้วย

“มานั่งนี่ ได้กินอะไรมั่งหรือยัง” เขาตบโซฟาข้างๆ ตัวเอง พลางเปิดกล่องพิซซ่าออก เธอก็เริ่มหิวจึงไม่ปฏิเสธเดินไปนั่งที่โซฟานั่น แต่เธอเลือกนั่งห่างจากเขานิดหน่อย เขาหันมามองหน้าเธอ อมยิ้ม แต่ไม่ว่าอะไร เมื่อเอาพิซซ่าใส่จานส่งให้เธอ เขาก็เปิดกระป๋องเบียร์ส่งให้เธอ

“อ่ะ ย้อมใจ ปกติคนอกหักเขาต้องกระดกแบบนี้แหละ” เขาส่งกระป๋องให้แล้วยิ้มๆ แต่คนรับมาหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับ เธอกระดกเบียร์เข้าไปอึกใหญ่

เมื่อเธอดื่มเบียร์หมดไปสองกระป๋อง

“เพียงง่วงแล้ว เชิญคุณหมอตามสบาย” เธอจงใจเน้นคำว่า คุณหมอตามสบาย ไม่รอฟังคำตอบจากเขาเธอก็เลยเดินไปเข้าห้องนอน

เสียงกดลูกบิดประตูดังขึ้นเขายิ้มออกมาอย่างขำๆ เธอล็อกห้อง คงต้องปล่อยเธอไปสักพักให้เธอใจเย็นๆ ลง และสามารถพูดคุยกันด้วยเหตุผลได้ ดีที่เธอไม่โวยวายจนคุยกันไม่รู้เรื่อง เขาก็จะพยายามใจเย็น เพราะคำถามที่เธอถามกลับมานั้น ‘ถ้าเป็นหมอล่ะ’ นั่นทำให้เขาต้องคิดทบทวน และต้องเข้าใจเธอให้มากขึ้น

หมอตุลย์จัดการกับอาหารตรงหน้าเรียบร้อย ก็อาบน้ำอาบท่า เตรียมนอน แต่เมื่อเขานอนไปได้สักพัก เคลิ้มๆ เกือบจะหลับแล้วเชียว ได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิดออก เธอเดินออกมาหยิบขวดน้ำ แล้วก็ตรงมาที่โซฟานั่งลงบนพื้น มองหน้าเขาที่หลับอยู่

“อุ๊ย!!!” เธออุทานตกใจเมื่อแขนของเธอถูกฝ่ามือหนาของหมอตุลย์จับแล้วดึงเข้ามาหา เธอเซถลาจนหน้าเกือบทิ่มลงไปชนหน้าเขา เขายังรั้งเธอไว้แบบนั้น

“อย่าออกมาอีกนะ” น้ำเสียงจริงจังทำให้เธอทำหน้าไม่ถูก เขารู้เธอมาแอบดู เธอรีบลุกขึ้นเดินหนีเข้าห้องไปเลย หมอตุลย์มองขวดน้ำที่เธอลืมทิ้งไว้เพราะรีบหนี

เสียงประตูปิดลง

คนข้างในประตูยืนพิงประตูหน้าแดงใจเต้นโครมคราม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูทำให้เธอสะดุ้งเฮือก

“เพียง คุณลืมขวดน้ำไว้ผมวางไว้หน้าห้องนะ” เมื่อได้ยินเสียงเขาเดิ

นไปแล้ว เธอเลยเปิดประตูออกไปหยิบขวดน้ำ

“บ้าจริงใจเต้นซะได้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป