บทที่ 7 หมอเถื่อน
โรงแรมหรูระดับห้าดาว
สถานที่จัดงานแฟชั่นโชว์ของห้องเสื้อชื่อดังจากฝรั่งเศส ได้เดินทางมาเปิดสาขาที่เมืองไทย ซึ่งคอลเลคชั่นที่มาเมืองไทยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศอันแสนร้อนอบอ้าวของประเทศไทยนั้น จึงไม่พ้นที่จะเป็นคอลเลคชั่นชุดว่ายน้ำ อีกทั้งประเทศไทยยังมีทะเลที่ชาวต่างชาติถึงขนาดเอ่ยปากชมว่าสวยงามมาก
เกรซ เกตุสุดา ดูฮาเมลดูบัวส์ ได้เซ็นสัญญากับห้องเสื้อชื่อดังแห่งนี้ แล้วต้องเดินทางมาประเทศไทยในฐานะนางแบบของห้องเสื้อ
ภายในงานแฟชั่นโชว์ล้อมรอบไปด้วยธีมของท้องทะเล แน่นอนว่าแฟชั่นโชว์ในวันนี้ ส่วนใหญ่จะคงเป็นชุดว่ายน้ำ
เกรซต้องเดินด้วยกันสองชุด แต่จะกี่ชุดก็ดูจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเธอด้วยรูปร่างสูงโปร่งแต่มีทรวดทรง ไม่ได้แบนราบแบบไม้กระดานเหมือนนางแบบต่างประเทศเสียทีเดียว เธอต้องมารอที่งานเพื่อทำการซ้อมก่อนการเดินจริง ซึ่งงานจริงๆ จะเริ่มตอนหนึ่งทุ่มตรง ฟาบริซ บอกว่าจะมาแต่เธอชะเง้อหาจนคอจะเป็นยีราฟก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา กะล่อนขนาดนั้นเชื่อได้หรือเปล่า
ทางด้านอีกฟากของฟาบริซ ยังคงสนุกสนานว่ายน้ำโชว์ซิกซ์แพ็ก อยู่ที่โรงแรม รูปร่างสูงใหญ่ของฟาบริซที่ดูจะสูงกว่าตุลย์สักนิดหน่อยด้วยความที่บริซเป็นลูกครึ่งไม่เหมือนตุลย์ที่เป็นไทยแท้ บริซเรียกสายตาจากทั้งพนักงานและแขกของโรงแรมบริเวณสระว่ายน้ำได้เป็นอย่างดี กล้ามท้องสวยเป็นลอนสะดุดสายตานั่น ไหนจะกางเกงว่ายน้ำตัวจิ๋ว จนเมื่อเขาเหลือบมองนาฬิกาแขวนทรงโมเดิร์นบริเวณริมสระ ก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ บ่งบอกสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเซ็งๆ ต้องไปดูแลยัยเกรซอีก ครั้นพอสมองแวบอะไรขึ้นมาบางอย่าง เขารีบดีดตัวขึ้นจากสระว่ายน้ำทันทีรีบโทรศัพท์หาพี่ชายทันที
“เฮีย ยืมพี่สะใภ้หน่อยนะ จะพาไปเปิดหูเปิดตา”
(ไม่ต้องเสือก) นั่นคือคำตอบ
“เฮีย ไปแค่โรงแรม เอ๊ย No No หมายถึงที่จัดงานแฟชั่นยัยเกรซ แม่บอกให้รู้จักกันไว้เผื่อมีอะไรได้ช่วยเหลือน้องได้” อ้างแม่
คนหวงจนหนทาง เมื่อคนยกแม่มาอ้าง
(ที่ไหน เลิกงานเดี๋ยวตามไป)
คนได้มาเปิดหูเปิดตาออกอาการประหม่า เพราะสายตาทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่จับจ้องมาที่เธอก็ไอ้หัวสีทองนั่น เรียกแขกชะมัด ไหนจะใบหน้าหล่อคมคายนั่นอีก ฟาบริซไปรับเพียงใจ บอกว่าหมอตุลย์จะมางานนี้ ให้เธอไปรอกับเขาได้เลย เธอเลือกสวมชุดเดรสสีฟ้าสั้นเหนือเข่า แต่ปลายกระโปรงบานๆ พลิ้วๆ เธอจินตนาการว่าธีมทะเล ก็นี่แหละสีฟ้าน้ำทะเล กะทันหันแบบนี้เธอจะไปหาชุดฮาวายจากไหน บริซก็เพียงแค่สวมเสื้อเชิ้ตธรรมดาเธอจึงไม่เก้อเขินมากนัก
ฟาบริซพาเพียงใจไปที่ห้องแต่งตัวของพวกนางแบบ บัตรผ่านเข้างาน VIP ที่ยัยเกรซให้มาดีชะมัด ไปได้ทุกที่จริงๆ แต่ห้องของเกรซก็แยกออกจากห้องของนางแบบคนอื่นๆ ส่วนมากจะเป็นห้องใครห้องมัน ยกเว้นช่วงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดถัดไปก็จะเปลี่ยนกันด้านหลังเวทีเลย นางแบบระดับแนวหน้า การเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและไม่ให้โป๊ถือเป็นความสามารถพิเศษเลย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญค่ะ” เสียงหวานขานรับในห้อง เกรซพูดภาษาไทยได้ชัดเจนคงเพราะตอนอยู่เมืองนอกก็ยังพูดกับมารดาของเธอ ฟาบริซก็เช่นกัน ขนาดคำยากๆ บางคำ ที่เฮียตุลย์ก่นด่าก็ยังรู้ความหมาย
“นี่คุณเพียงใจ แฟนเฮียเขา” เพียงใจลอบมองหน้าเกรซ เธอสวยมากจริงๆ สูงยาวเข่าดีใช้คำนี้คงไม่ผิด ในคราแรกเกรซมองเธอด้วยสายตาหงุดหงิดจนเธอรู้สึกได้ แต่พอฟาบริซแนะนำเสร็จเจ้าตัวก็ยิ้มแย้มสดใสขึ้นมาทันที สองคนนี้มีอะไรกันแน่เธอสัมผัสได้
“น้องเกรซ เตรียมตัวค่ะ” เสียงผู้จัดการส่วนตัวของเธอมาแจ้ง
ฟาบริซพาเธอไปรอดูแฟชั่นด้านหลังเวทีด้วยเหตุผลที่ว่าบัตร VIP เธอก็คร้านจะเถียงด้วย ไม่รู้นายนี่จะดูอะไรกันแน่
เมื่อถึงเวลาที่เกรซเดินออกมาในชุดว่ายน้ำวันพีซสีขาวเว้าขาสูง ไหนจะโชว์แผ่นหลังเกือบถึงเอว สายตาฟาบริซออกจะดูหงุดหงิด
“ว้าย...ตายแล้ว!!”
เสียงวี้ดว้ายของสต๊าฟชายใจเป็นหญิงดังแข่งกับเสียงดนตรีในงาน พร้อมมือที่ยกขึ้นกรีดกรายปิดปากปิดจมูกท่าทางตกใจกับอะไรสักอย่าง ฟาบริซใช้ความสูงให้เป็นประโยชน์เพียงชะเง้อจากจุดที่ยืนอยู่ ไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายกับเหตุการณ์นองเลือดนั่น
“อุบัติเหตุมั้ง เห็นมีเลือดออกด้วย” คนชะเง้อส่งข่าวแจ้งเพียงใจ ซึ่งเธอก็ได้แต่มองห่างๆ เพราะคนเยอะวุ่นวาย พอดีกับที่เกรซเข้ามาจากหน้าเวที จึงเข้าไปดูด้านในว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ถึงนาทีเธอก็เดินออกมา พร้อมลากมือเพียงใจเข้าไปด้านใน
“คนนี้ได้ไหมพี่แวว” เธอจับเพียงใจหมุนตัวให้คนชื่อแววดู
“ได้ๆ น้องเกรซดีเลย ไม่งั้นพี่ตายแน่”
“คุณน้องรีบไปเปลี่ยนชุดเลย” เพียงใจยืนงงเป็นไก่ตาแตก
“เพียง ยูต้องช่วยไอนะ คนที่จะใส่ชุดนี้เดินเขาล้มเมื่อกี้ แล้วถูกเหล็กราวผ้ามันบาดเอา”
“เพียงเดินไม่เป็นหรอก” คนฟังรีบปฏิเสธทั้งที่เกรซยังเล่าไม่จบ
“ชุดนี้เป็นเซตเพื่อนเที่ยวทะเล เดินกันหลายคน ไอก็เดิน ไม่ต้องเดินแบบนางแบบ เดินธรรมดาเหมือนเพื่อนเดินคุย เดินเล่นริมทะเลเฉยๆ เดี๋ยวไอช่วยยูเอง ยูแค่ใส่ชุดนี้เฉยๆ ไม่งั้นมันไม่ครบเซต”
“คนอื่นที่เหลือล่ะ” เธอเตรียมโบ้ยให้นางแบบที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่
“คนที่เหลือต้องเดินชุดปิด เปลี่ยนชุดไม่ทันแล้ว วางคนเอาไว้พอดี” พูดจบเกรซก็ดึงแขนเพียงใจเข้าไปในห้องเล็กๆ ให้เปลี่ยนชุด เพียงหันไปมองคนถือบัตร VIP ที่มาด้วยหมายจะขอความช่วยเหลือ ฟาบริซ เพียงยกแขนสองข้างแล้วยักไหล่
“สวย” เสียงชมหลังเพียงถูกเกรซลอกคราบ เธอถูกเกรซจับถอดๆ เหมือนจับเด็กเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยไม่สนใจเสียงร้องประท้วงเลย เสร็จแล้วก็ส่งชุดให้ใส่ เธอรับชุดมาใส่แบบงงๆ จะทำได้อย่างไร เกรซแทบไม่เปิดโอกาสให้เธอคิดวิเคราะห์เลย ยิ่งทุกอย่างต้องลงล็อกกับเวลา เธอเลยแทบจะหาเวลาปฏิเสธหรือแกล้งโยกโย้ไม่ได้เลย
ชุดบิกินีทูพีซตัวจิ๋วแบบเกาะอกสีเขียวสด ถูกสวมใส่โดยเพียงใจ ของเกรซเป็นสีส้มและเมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาจากห้องแต่งตัว เกรซกึ่งลากกึ่งดึงเธอมาอยู่ที่ประตูทางจะออกจากด้านหลังเวที ไปหน้าเวที เมื่อเกรซหันมามองเพียงใจอีกรอบ เธอก็หันไปคว้ายางรัดผมบนโต๊ะข้างๆ มาจับเธอรวมผมมัดแบบหางม้า หลวมๆ ปล่อยปอยผมลงมาด้านหน้า เสมือนผมเธอล้อเล่นลมอยู่ชายทะเลจริงๆ
“คอของยูสวยเปิดๆ ไว้ ระหงดีจะได้ดูสูงๆ ด้วย เติมปากอีกนิด ยูแต่งหน้ามาบ้างแล้ว โอเค เพอร์เฟค”
เมื่อกลุ่มนางแบบหน้าเวทีทยอยกันเข้ามา เกรซดึงมือเพียงใจพาเดินออกไปหน้าเวที เกรซและเพียงใจเดินด้วยเท้าเปล่ากึ่งปลายเท้า จับให้คนที่จูงมาด้วยนั้นกึ่งเดิน กึ่งวิ่ง บางครั้งก็กระโดดเล่นบ้าง
“ยิ้มซิ ไม่ต้องไปมองคน” เกรซพูดด้วยน้ำเสียงเบาบอกให้เพียงใจยิ้ม แต่ถึงกระนั้นเสียงเพลงดังนั่นก็คงไม่มีใครได้ยิน เธอพูดไปยิ้มไปพลางหัวเราะบ้างราวกับเพื่อนสองคนกำลังคุยกันอย่างออกรส เพียงใจยิ้มตอบ
“แบบนั้นแหละ คิดซะว่าเราเดินเม้าท์กันริมทะเล” เวทีที่ดูไม่ไกลเท่าไร แต่ทำไมเพียงใจกลับรู้สึกเหมือนไกลมาก เมื่อถึงทางสุดท้ายของเวทีที่จะเดินเข้า เหล่าบรรดานางแบบมากมายก็ดาหน้ากันออกมาที่หน้าเวที จริงอย่างเกรซว่าเวลามันจะไม่ทัน
เธอไม่รู้เลยว่า ด้านล่างเวที มีสายตาของใครบางคนจ้องมองอยู่
เพียงใจเปลี่ยนชุดกลับไปเป็นเพียงใจคนเดิม ไม่ใช่นางแบบจำเป็น
เสียงโทรศัพท์เธอขึ้นดังขึ้น
“ขึ้นมาชั้นสี่สิบเก้าห้องสี่เก้าศูนย์สอง” คนพูดจบก็กดวางสายทันที
“เพียงไปหาหมอก่อนนะ หมอมาถึงแล้ว” เธอบอกฟาบริซ แล้วขอแยกตัวออกไป ทำไมต้องไปชั้นสี่สิบเก้าแม้จะสงสัย แต่ก็ช่างเหอะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เมื่อหมอตุลย์เปิดประตูให้เพียงใจ พร้อมดึงเธอเข้าห้องจนร่างของเธอเซถลาเข้าไปชนกับแผงอกเขาอย่างจัง เขาจับเธอดันเข้าพิงผนังห้อง แล้วบดริมฝีปากลงจูบอย่างหนักหน่วง เธอเริ่มรู้สึกเจ็บจนปลายลิ้นของเธอได้รสคาวเลือด หมอตุลย์ยังไม่ยอมปล่อย จูบของเขาวันนี้รุนแรงหยาบกระด้างจนเพียงต้องใช้มือดันเขาออก แต่เขากลับรวมสองมือของเธอด้วยมือข้างเดียวของเขาไว้ที่เหนือศีรษะของเธอ และส่งบทจูบหนักหน่วงให้อีกระลอก เมื่อเห็นเธอไม่ขัดขืนเขาจึงยอมปล่อยมือ ชุดเดรสของเธอถูกเขากระชากออกอย่างแรง โดยไม่สนว่าสายเส้นเล็กที่หัวไหล่มันจะบาดผิวขาวๆ ของเธอเป็นรอยหรือไม่ ไม่เว้นแม้แต่แพนตี้ตัวจิ๋ว ก็ถูกเขากระชากออก เธอเริ่มน้ำตาซึม จะเพราะเจ็บจากรอยที่เขากระชากหรือเจ็บที่เขากระทำแบบหยาบคาย
“หมอ เพียงเจ็บ” เสียงสั่นๆ ของเธอดึงสติให้เขาหยุดนิ่ง แต่ยังซบหน้าที่ไหล่นวลเนียน
“ทำอะไรลงไป รู้ตัวไหม” เสียงเขียวเข้มถามคนทำความผิด
“หมอโกรธเรื่องไปเดินแฟชั่นนั่นใช่ไหม” เสียงสั่นตอบเขา
“โกรธชุดว่ายน้ำ ไม่ได้โกรธที่เดินแฟชั่นมีอย่างที่ไหน เห็นไปถึงไหนๆ ยังจะขึ้นไปเดินโชว์อีก” คนโกรธพยายามระงับอารมณ์เมื่อนึกถึงเหล่าบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายที่ยกมือถือขึ้นทั้งถ่ายภาพ ทั้งคลิปวิดีโอ จนเขาแทบจะทนไม่ได้ อยากจะขึ้นไปลากเธอลงมาจากเวทีตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ
เมื่อคนโกรธเริ่มปรับอารมณ์ได้ ก็เงยหน้าจูบคนตัวเล็กที่ถูกเขาดึงทึ้งเสื้อผ้าออกหมด แม้จะเบาลงแต่ก็ยังหนักหน่วงอยู่ดีคล้ายคนโกรธยังต้องระบายความโกรธออก คนถูกจูบโดนคนตัวใหญ่ดันให้เดินทั้งที่ปากก็ยังไม่ยอมปล่อย เธอทำท่าจะเซเขาเลยต้องใช้มือช่วยประคองเอวเอาไว้ แต่ก็เป็นการบังคับทิศทางไปในตัว เขาดันให้เธอเดินมาจนถึงกระจกบานใหญ่ มองลงไปเห็นแสงไฟยามค่ำคืนดูสวยงามไม่ใช่น้อย แต่ตอนนี้เธอแทบจะไม่ได้สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามด้านนอกนั่นเลย เขาถอนจูบจากเธอก็จับเธอหันหน้าเข้ากระจก
“ท่านี้แหละ” ท่าที่เขาเคยว่าและยังไม่เสร็จ ทุกอย่างกำลังเริ่มต้นด้วยบทรักแบบเดิมจะต่างกันก็แค่วิวภายนอก กับครั้งนี้เขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนครั้งนั้น เขาสอดนิ้วลงไปอย่างรวดเร็ว บดขยี้เน้นๆ ถึงแม้จะหนักหน่วงรุนแรงแต่เพียงใจก็ไม่ได้รังเกียจ กลับรู้สึกแปลกใหม่ใจเต้นโครมคราม กลายเป็นบทรักที่ได้อรรถรสอีกแบบ
ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วสรรพางค์ โดยเฉพาะบริเวณที่หมอตุลย์บดขยี้อยู่นั้น ขาของเธอแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้สองแขนดันกระจกช่วงพยุงร่าง
“อ๊า...หมอคะ...”
เสียงครางกระเส่ายามเมื่อเขาเพิ่มนิ้วเข้าไปอีกนิ้วแรงกระตุกหนักๆ ของข้อมือใหญ่จนเธอปล่อยหยาดน้ำเหนียวใสเป็นสาย หมอตุลย์ไม่ทันให้เธอได้หายใจเป็นปกติ เสียงเขาปลดกางเกงก่อนเธอจะทันเตรียมใจเขาก็กดลำรักเข้ามาจากทางด้านหลัง เพียงใจเสียวจนต้องแอ่นสะโพกพลางแหงนหน้าขึ้น เมื่อเธอเหลียวหน้าไปมองเขาก็บดริมฝีปากลงมาทั้งที่สะโพกสอบขยับเป็นจังหวะรุนแรง เธอครวญครางได้แค่ในลำคอ เพราะริมฝีปากถูกเขาฉกปิดไว้ จนเมื่อเขาปล่อยปากเธอให้เธอได้หายใจหายคอบ้างเสียงครางกระเส่าก็สวนออกมาทันที
“หมอคะ อ๊า หมอ..” เสียงเธอครวญครางเรียกแต่หมอปานคนไข้จะขาดใจ เพราะสะโพกสอบยังไม่ลดความเร็วลงร่างของเธอสะเทือนตามแรงกระแทกจนเขาต้องจับแขนเธอไปรั้งไว้ข้างหลัง ยิ่งส่งให้เขากระแทกได้ถนัดและลึกขึ้นกว่าเดิม
“โอ้ว เพียงจ๋า ไม่ไหวแล้ว ..”
เมื่อเขาคำราม และซอยเร็วขึ้นอีก เธอกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน
“อ๊า…”
“โอ้ว…”
ทั้งสองประสานเสียงราวสุขสมฤดีร่างบางกระตุกถี่พลางสัมผัสได้ถึงมวลน้ำที่พุ่งเข้าท้องน้อย และน้ำสีขาวขุ่นก็ไหลตามขาเธอลงมาเป็นสาย
“ห้ามใส่ชุดว่ายน้ำให้คนอื่นเห็นอีกนะ ผมเห็นได้คนเดียว”
“รู้แล้วค่ะ จะไม่ใส่อีกแล้ว” คนถูกทำโทษทำหน้าสำนึกผิด
หมอตุลย์อุ้มเพียงใจมานั่งลงบนโซฟา เขาจับมือเธอให้ทำความคุ้นเคยกับน้องชายเขา เธอสะดุ้งจะชักมือออก แต่เขาจับมือไว้ เธอก็เลยหลับตาลงแล้วซบอกเขาไว้ แล้วเอามือลูบๆ น้องชายของเขา
“ไม่ใช่ไอ้ส้มนะ ลูบแบบนั้น” คนโดนลูบเหมือนไอ้ส้มหงุดหงิด เขาต้องนำเธออยู่ครู่ให้เธอได้ชินกับน้องชายเขา คนมือเล็กเริ่มคุ้นมือ แต่ยังคงหลับตา
“ลืมตาซิที่รัก” เมื่อเธอลืมตาเขามองไปที่ดวงตาของเธอ ก้มลงไปจูบ เพียงปากสัมผัสเธอก็หลับตาลงไปอีกแต่มือยังไม่หยุด เมื่อมือของเธอเริ่มสาวเป็นจังหวะขึ้น
“โอ้ว... เพียงจ๋า…แบบนั้นแหละ เร็วอีกนิด อื้ม”
แค่มือน้อยๆ ของเธอ เขายังแทบคลั่ง ไม่อยากคิดถ้าเป็นอย่างอื่น
“เพียง...” เสียงกระเส่าของหมอ พร้อมกับน้ำสีขาวขุ่นไหลนองเต็มมือเธอ...
“อ๊าย หมอ..อ่ะ..” เธอกางไม้กางมือทำท่าเหมือนโดนน้ำร้อน
“ไปล้างมือ” เขาเห็นท่าเร่าๆ ของเธอแล้วก็อดขำไม่ได้
เขาทำท่าจะลุกตามเธอไปล้างมือที่ห้องน้ำด้วย เธอรีบหันกลับมา
“ไม่ต้องตามมาเลย ในห้องน้ำมันหนาว” คนมีประสบการณ์อาบน้ำไม่เสร็จหนาวจนสั่น รีบเอ่ยห้าม
“เปิดน้ำอุ่นแช่ในอ่าง” คนเดินตามมากอดจากด้านหลังวางคางบนไหล่มน เสนอทางออก
“ห้องตั้งแพงใช้ให้คุ้ม แล้วคดีของเรายังไม่จบนะ เรื่องชุดว่ายน้ำ”
“วันหลังจะใส่ไปเล่นสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร” คนพูดแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
“ลองดู”
หมอตุลย์และเพียงใจ ยังนอนแช่น้ำอุ่นภายในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ของห้องสุดหรู Honeymoon Suite แค่ฟังชื่อห้องที่หมอตุลย์เลือกมานั้น ไม่ต้องถามถึงความสวยเลยว่าบรรยากาศจะแสนหวานรัญจวน ขนาดไหน จากห้องน้ำสุดหรูอ่างอาบน้ำที่สองคนลงแช่ด้วยกันยังเหลือพื้นที่พอจะตีลังกาดำผุดดำว่ายคล้ายๆ สระว่ายน้ำขนาดย่อมของเด็กเลยก็ว่าได้ เมื่อเพียงใจมองทะลุกระจกห้องน้ำใสบานใหญ่ออกไปยังเตียงนอน ที่เธอก็เพิ่งจะได้มีเวลาสังเกตเห็นว่าห้องระดับ Honeymoon Suit with King Size Bed เตียงนอนใหญ่นั่น มีผ้าขนหนูที่ถูกพับอย่างบรรจงเป็นรูปหงส์คู่คล้ายกำลังจูบกัน จนมองดูเป็นรูปหัวใจ มีกลีบกุหลาบโปรยปรายรายรอบหงส์คู่นั้น เมื่อเผลอมองที่เตียงกว้างแสนหวานเธอก็เกิดอาการหน้าแดงขึ้นมาพาลให้คิดถึงความแสนหวานของคู่บ่าวสาวเข้าหอกันคืนแรก
แต่กับหมอตุลย์เมื่อสักครู่ที่ผ่านมานั้น ห่างไกลกับคำว่าแสนหวานอยู่มากโขราวกับเป็น
‘หมอเถื่อน’ แต่ก็ทำให้เพียงใจแอบลอบอมยิ้มออกมา เขารักเธอมากขนาดนี้เหลือเกิน แม้ความรักของเธอกับเขาจะเริ่มมาจากความผิดพลาดแต่นั้นก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขารักเธอน้อยลงเลย เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็ควรจะเป็นเด็กดีของเขาเสียหน่อย คนคิดเองเออเองขยับขลุกขลักหน้าแดงอยู่คนเดียว
เธอเอนหลังซ้อนเขาอยู่ด้านหน้า เมื่อเธอขยุกขยิกเพียงนิด สะโพกกลมก็เบียดโดนตุลย์น้อย ที่ไม่น้อยเลยสักนิด ยิ่งยามเมื่อเขารุนแรงกับเธอเมื่อครู่นั้นเธอแทบร้องกรี๊ดออกมา มันทั้งรุนแรงแต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักอันแสนหวานหนักหน่วง
“อยู่เฉยๆ” หมอตุลย์เตือนคนนั่งเอนซบอก
“ไม่หิวหรือคะ ได้ทานอะไรมาหรือยัง” เพียงใจถามเพราะความเป็นห่วง เพราะตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้วเธออดห่วงเขาไม่ได้ เขาเลิกงานมาจากโรงพยาบาลได้แวะทานอะไรมาหรือยัง
“กินแล้ว แต่ยังไม่อิ่ม” กว่าเพียงใจจะรู้ตัวคำว่าไม่อิ่มของหมอ หมายถึงอะไร เขาก็จับสะโพกกลมสวยของหล่นยกขึ้นมาซ้อนนั่งบนตัก
“ว้าย” เพียงใจอุทานเมื่อสะโพกของเธอสัมผัสเข้ากับแท่งร้อนๆ นั่น
“ขอกินอีกนะ ยังไม่อิ่ม แถมวันนี้ทั้งเหนื่อยทั้งโกรธ โมโหหิว” คนโดนโมโหหิวเพิ่งเข้าใจว่ากินอะไร
เมื่อสะโพกของเธอเสียดสีเข้ากับตุลย์น้อยที่มือเขาจับถูไถกับก้นงอนของเธอ เพียงใจนึกอยากลองแกล้งหมอตุลย์ดูบ้าง ร่างบางแกล้งขยับสะโพกออกแรงถูไถเบาๆ พอรู้สึกเข้ากับตุลย์น้อยของเขา หมอตุลย์เงยหน้าหลับตาพร้อมทำเสียงในลำคอ
“อื้ม” เขาปล่อยให้เธอถูไถ เธอเลยแอบเอี้ยวหน้าไปมองหมอตุลย์ พอดีกับที่เขาก้มหน้าลงมาจนเป็นองศาปกติ เขาจ้องหน้าเธอรอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมุมปาก เพียงใจรีบหันหน้ากลับ
“ซนนักนะ” พูดพร้อมสองมือจับสะโพกของเธอจ่อเข้ากับแท่งลำรักกดสะโพกเธอลงเต็มแรงบีบจนมัดกล้ามที่แขนขึ้นมาเป็นลอนน้อยๆ
“โอ้ว” เพียงใจร้องเมื่อเธอถูกเขาจับกดเข้าไปจนเต็มลำ มือเรียวของเขายังจับสะโพกเธอให้ขยับเป็นจังหวะ ช่วยนำทางให้เธอรู้ว่าต้องขยับแบบไหน ครานี้กลายเป็นเธอที่ต้องเงยหน้าระบายเสียงครางออกมา สองมือบางจับขอบอ่างเพื่อช่วยพยุงตัว เพราะยามที่เขาจับเธอขย่มเข้ากับตุลย์น้อย ใจของเธอแทบขาด แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทรงตัวให้ดีได้เลย ความหฤหรรษ์แปลกใหม่ที่ตุลย์ขยันปรนเปรอให้เธอนั้น สร้างความเสียวซ่านไปทั่วอณูของร่าง
ตุลย์เห็นเพียงใจเริ่มคุ้นเคยกับจังหวะดีแล้ว จึงคลายมือออกจากสะโพก มาบดขยี้เม็ดปลายถันที่ชูชันเป็นไตแข็ง เขาช่วยเธอเร่งจังหวะเร็วขึ้น เมื่อเสียงครางของเธอเริ่มร้องเรียกแต่หมอ มือหนึ่งช่วยเธอปรนเปรอที่ยอดถัน อีกมือกอดเอวช่วยเธอพยุงตัว ยิ่งทำให้สะโพกสอบส่งจังหวะได้เร็วขึ้น
“โอ้ว...หมอ... เพียง...” ได้แค่เพียง... ร่างของเธอก็เกร็งสะท้าน ตุลย์พ่นน้ำรักใส่เธอตามไปติดๆ
“เพียงจ๋า” เขากอดเธอแล้วซบหน้าลงกับแผ่นหลังขาวเนียนเขาจัดการทำความสะอาดทั้งของเขาและของเธอ พยุงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้น
“หนาวไหม” เขาถามเมื่อพยุงเธอลุกจากอ่างน้ำอุ่น ผิวขาวเนียนกระทบอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ตุลย์ดึงชุดคลุมอาบน้ำมาห่อเธอไว้ แล้วอุ้มเธอไปวางที่เตียงที่เธอแอบจินตนาการเหมือนเตียงคืนวันเข้าหอ
“ไม่หนาวค่ะ” เธอตอบเขาเสียงแผ่ว เมื่อเขาวางเธอนั่งลงบนเตียง ส่วนตัวเขายังล่อนจ้อนยืนค้ำหัวเธออยู่จับผ้าขนหนูเช็ดปอยผมที่ยังเปียกให้ หน้าเธอแดงก่ำแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ก็เจ้าตุลย์น้อยที่ยังแข็งขืน คล้ายชี้หน้าคาดโทษเธออยู่เลย เธอรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปจับแบบที่ไม่เหมือนลูบไอ้ส้มเมื่อคราวก่อน
“หิวไหม” คราวนี้เขาเป็นคนถาม
“อยากชิมไหม ลองชิมซิ เหมือนกินไอติมแหละ” เธอหน้าแดงแปร๊ด เมื่อเขาเอ่ยเชิญชวนให้เธอกินไอติมอันเขื่องของเขา จนเธอต้องรวบรวมความกล้าอีกครั้ง ขยับตัวเข้าหาปากอิ่มเผยอน้อยๆ ค่อยๆ เข้าครอบครองแท่งลำรักดุ้นยาว เธอหลับตาไม่กล้าลืมตาขึ้นมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
“อื้อ” ตุลย์ครางเสียงต่ำในลำคออย่างพยายามข่มใจ แค่ปากของเธอเข้าครอบครองเขาก็ซ่านจนแทบอยากจะปลดปล่อยออกมาตอนนั้น ยิ่งเมื่อปากอิ่มนั้นเริ่มขยับ เธอเริ่มดูดดุนท่อนเอ็นแข็งของเขาปลายลิ้นเล็กตวัดแท่งเอ็นเป็นพัลวัน จนเขาเผลอจับผมเธอขยำกดให้ปากเธอเข้าหาเขามากขึ้น อีกครั้งที่ตุลย์ต้องพ่นเสียงครางระบายความซ่านสยิวออกมา
“โอ้วเพียงจ๋า...เด็กดี” เด็กดีเริ่มคุ้นเคยกับมัน เธอจึงเริ่มแหย่ลิ้นสำรวจไปทุกรอยแยกรอยหยัก เพียงพักเดียวเขาก็จับเธอออกดึงชุดคลุมอาบน้ำของเธอสะบัดออกจับให้นอนลง เขาจับเธอพลิกหันหลัง ออกแรงรั้งดึงสะโพกงามให้ยกขึ้นลอย โดยใช้เข่าของเธอชันไว้ เพียงใจถูกเขาจับหมุนๆ ผลุบผลับ ยังไม่ทันตั้งตัวเขาก็สอดไอติมอันเขื่องที่เธอเพิ่งได้ลิ้มชิมรสไปเมื่อกี้เข้าไปเต็มลำ เพียงใจขยุ้มมือกับผ้าปูที่นอนตึงเรียบ จนบัดนี้มันแหลกคามือเธอไปแล้ว บททำโทษบทใหม่ที่เขาขยันสร้างสรรค์ให้เธอเสียวซ่านนั้น ทั้งแน่น ทั้งลึก จนเธอร้องไม่เป็นศัพท์ ยิ่งยามเขาเร่งบทลงโทษให้ยิ่งรุนแรงเธอก็แทบขาดใจ
“โอ้ว.. เพียง...เสียวมาก...ผมไม่ไหวแล้ว” สิ้นคำเขาเธอก็กระตุกถี่ๆ จนตัวโยน พร้อมหยาดน้ำรักใส่เธอไปเต็มร่อง
เสียงโทรศัพท์ของตุลย์ดังขึ้น
เขาขมวดคิ้วมองหน้าจอทั้งที่ยังแช่แก่นกายลำใหญ่ไว้อย่างนั้น
ถ้าโทรมาเร็วกว่านี้โดนแน่ ไอ้บรีส....
