บทที่ 9 คนพิเศษ

“ยังไม่ตื่นอีกหรือพ่อตัวดี”

“ครับ…”

เสียงของมารดาที่ดังข้ามโลกผ่านโทรศัพท์ คนรับสายได้แค่ทำเสียงยานคางงัวเงีย

“เราไปสร้างเรื่องอะไรอีก หนูเกรซโทรมาฟ้องฉัน” พอทราบเรื่องที่เขาไปสร้าง จากที่งัวเงียก็กลายเป็นตาสว่างเลยทีเดียว

“ก็ตามนั้นแหละแม่ แม่ก็อยากได้ยัยนั่นไปเป็นลูกสะใภ้อยู่แล้วนี่ครับ” คนให้เหตุผลสีข้างแทบถลอก

“ฉันอยากได้ แต่ไม่ใช่ให้แกไปรุ่มร่ามกับเขาแบบนั้น”

“แค่จูบเอง ยังไม่ได้ปล้ำสักหน่อย”

“ยังจะพูดอีก ฉันจะบากหน้าไปเจอแม่เขาได้ยังไง”

“ทีเฮียก็ยังไม่แต่งเลย ยิ่งกว่ารุ่มร่ามอีก”

“พี่เขามันคนละอย่างกันฉันคุยกับพี่แกรู้เรื่องแล้ว ถึงแกจะเป็นฝรั่ง แต่แม่หนูเกรซเขาก็ยังเป็นคนไทย ที่สำคัญฉันจะมองหน้าเขายังไง”

ยัยเกรซ ยัยตัวดี แค่นี้ก็ต้องโทรไปรายงานแม่เขาด้วยเดี๋ยวโดนแน่ เพราะวันนั้นแท้ๆ ที่โดนเฮียตุลย์ไล่ออกจากห้อง “ไสหัวไป” ให้ไปดูแลยัยเกรซ ด้วยความโมโหแกมหมั่นไส้

“เฮียตุลย์เขามีแฟนแล้ว” ฟาบริซบอกข่าวแจ้งสาวที่หอบหิ้วมาจากฝรั่งเศสเพื่อเอามาให้เฮียดูแล ถ้าภารกิจสำเร็จเขาก็จะได้โบยบิน เพราะที่เมืองไทยยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกหลายเรื่อง ถ้ามัวแต่ต้องคอยมาดูแลยัยนี่ ไม่เป็นอันต้องทำงานทำการกันพอดี

“แล้วไง” เกรซถามด้วยความสงสัย

“ก็เขามีแฟนแล้ว เพราะงั้นเธออย่าไปจุ้นจ้านกับเขา” ไอ้บริซ ไอ้บ้านี่คิดว่าเธอคิดอะไรกับเฮียงั้นหรือไง

“เตือนไว้ก่อน อย่าคิดทำให้เฮียกับแฟนเขามีปัญหากันเด็ดขาด ไม่งั้นฉันไม่ปล่อยเธอแน่” ฟาบริซเห็นเฮียของเขาคอยประคบประหงมเพียงใจราวกับจงอางหวงไข่ เขาก็ไม่อยากให้ยัยเกรซไปแทรกกลาง เพราะพวกผู้ใหญ่ชอบพูดกรอกหูพวกเขามาตลอด จะให้ยัยเกรซกับเฮียมีโอกาสใกล้ชิดกันเผื่อจะได้ชอบพอกัน และด้วยนิสัยของเกรซเป็นคนตรงๆ กล้าพูดกล้าทำ ไม่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยแบบพี่สะใภ้เขา ยิ่งกลัวยัยเกรซจะไปก่อเรื่อง

“ทำไม แล้วถ้าฉันจะยุ่งล่ะ” เกรซแกล้งยั่วโมโหองครักษ์พิทักษ์เฮีย

เมื่อคนแกล้งยั่วโมโหสำเร็จ ฟาบริซใช้มือรั้งคอเกรซ ให้เข้ามาหาเขาแล้วจูบเธอไปหนักๆ หนึ่งที

“นะ นะ นาย” คนถูกจูบพูดได้แค่นั้น

“อยากจะยุ่งอีกไหม อย่าหาว่าไม่เตือน”

เมื่อเขาคาดโทษเธอไว้แบบนั้น พอถึงวันงานเขาเลยแกล้งควงพี่สะใภ้ไปอวดซะเลยเธอจะได้ตัดใจได้ กลับกลายเป็นเธอไปสนิทสนมกับเพียงใจจนทั้งคู่แอบโทรหากันบ่อยๆ บางทีเพียงใจว่างๆ ก็มักจะโดนยัยเกรซลากไปทางโน้นที ทางนี้ที

ยิ่งให้เขาต้องคอยตามไปดูแลเธอยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด งานของเธอคนวุ่นวายน่ารำคาญ ไหนจะชุดน่าเกลียดๆ พวกนั้นอีก มันแทบจะใส่ในชีวิตประจำไม่ได้เลย

น่าเกลียด!!!

03:00 AM

ปัง....ปัง....ปัง...

“หมอคะ หมอคะ” เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับเธอจึงเปิดประตูห้องนอนหมอตุลย์เข้าไปเอง วันนี้เธอขอมานอนที่ห้องแขก เพราะไอ้ส้มมีการซึมๆ เธอเลยอดเป็นห่วงมันไม่ได้ คนถูกปลุกกลางดึกงัวเงีย

“เป็นอะไรเพียง”

“ไอ้ส้ม ไอ้ส้ม มันอ้วกค่ะหมอ มันเป็นอะไรไม่รู้ หมอมาดูมันหน่อยซิคะ”

“เพียงใจ ผมเป็นหมอสูติฯ ไม่ใช่หมอหมาหมอแมว” นายแพทย์ใหญ่ขมวดคิ้ว แต่ก็ต้องยอมเดินตามมาดูคนไข้สีส้มที่นอนหอบเหนื่อย ปากยังเลอะคราบอ้วก เขาจับๆ มันยกขึ้นดู

“ไปหาหมอ”

คลินิกรักษาสัตว์ยี่สิบสี่ชั่วโมง

“ตอนนี้น้องไม่ซึมแล้ว น่าจะเกิดจากการกินอาหารมากเกินไป หรือเร็วเกินไป น้องวิ่งเล่นหลังกินอาหารมากเกินไปไหมครับ”

“ค่ะ กินข้าวเสร็จแล้วชอบวิ่ง ช่วงนี้กินเยอะด้วยค่ะ” แม่ไอ้ส้มแจ้งอาการหมอ

“เดี๋ยวหมอจะให้น้ำเกลือใต้ผิวหนัง ให้ยาแก้อาเจียน นอนรอดูอาการสักคืน พรุ่งนี้หมอจะโทรแจ้งนะครับ ถ้าน้องดีขึ้น หายเพลียก็มารับได้เลยครับ”

“ขอบคุณค่ะหมอ”

หมอตุลย์และเพียงใจเลยต้องกลับก่อนทิ้งไอ้ส้มให้อยู่ในมือหมอ เธอค่อยโล่งใจหน่อยที่มันไม่เป็นอะไรมาก

“ขอโทษนะคะหมอ ทำหมอลำบาก” เธอกล่าวขอโทษหมอตุลย์

“อืม ไม่เป็นไร” เขาพูดพลางเอื้อมมือมายีหัวแม่ไอ้ส้ม

“หิวหรือเปล่า” คนถามห่วงใย

“อยากกินบะหมี่เกี๊ยว” คนหิวตอบของที่อยากกินเฉย

รถเก๋งสีดำคันหรูตีไฟเลี้ยวเข้าจอดข้างทางเมื่อหมอตุลย์สังเกตเห็นร้านบะหมี่ที่แม่ไอ้ส้มอยากกิน เพียงใจสั่งบะหมี่แบบพิเศษหนึ่งชามและธรรมดาอีกชาม แต่เมื่อถึงเวลาแม่ค้านำชามบะหมี่กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวลอยโชยมาแต่ไกล คนอยากกินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แม่ค้าวางชามพิเศษให้ตรงหน้าหมอตุลย์ ส่วนของเธอได้แบบชามธรรมดา หมอตุลย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ สีหน้าพยายามกลั้นขำ เพียงใจทำได้เพียงย่นจมูกใส่หมอ

“เอามานี่ของเขาพิเศษ คนธรรมดาเอาชามนี้ไป” เพียงใจจัดแจงเปลี่ยนชามบะหมี่ให้เสร็จสรรพ

“ว้า เป็นคนธรรมดาไม่ใช่คนพิเศษ” หมอตุลย์ยังล้อเลียน

“กินเยอะเดี๋ยวก็เหมือนไอ้ส้ม เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก” เสียงหมอยังบ่น

“แหม หมอคะ ไม่ถึงขนาดนั้นซะหน่อย”

“ลำบากฉันต้องช่วยเผาผลาญแคลอรีให้” คนฟังเข้าใจความหมายของเขา หน้าเลยแดงเรื่อขึ้น

“งั้นเอาพิเศษอีกชาม” เพียงใจทำเสียงกระซิบกระซาบจนน่าหมั่นไส้ แล้วก็หัวเราะร่า หมอตุลย์ได้แต่อมยิ้มส่ายหน้าเบาๆ

“เจอตาบริซกับยัยเกรซมั่งรึเปล่า” เขาเปลี่ยนเรื่องสนทนา

“เจอเมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ เห็นว่าอาทิตย์นี้ไปพัทยามั้งคะ ถ้าจำไม่ผิด”

“แม่โทรมาบ่นเรื่องเจ้าบริซ ไปรุ่มร่ามยัยเกรซ” หมอตุลย์เล่าให้เพียงใจฟัง

“เขาน่าจะชอบกันค่ะ แต่ว่ายังไม่รู้ตัว” คนพูดทำเสียงเล็กเสียงน้อย คล้ายตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความรัก

“เอายาปลุกเซ็กซ์ให้กินดีไหมคะ จะได้รักกันเร็วๆ” ผู้เชี่ยวชาญโดนตะเกียบเคาะหน้าผากไปหนึ่งที

“ทะลึ่งเลย กินไป” เพียงใจเอามือลูบหน้าผากป้อยๆ

“ให้มันจัดการตัวเอง จะได้เลิกทำเป็นเล่นไปซะทุกเรื่อง”

“ค่ะ” เมื่อคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ผล เธอจำต้องคีบเส้นบะหมี่เข้าปากต่อไป

ช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น เธอต้องไปรับไอ้ส้มที่คลินิก เมื่อไปถึงไอ้ส้มก็ร้องเหมียวๆ ราวกับคิดถึงแม่มันเสียเต็มประดา

“ทีนี้ก็กินให้มันน้อยๆ แล้วก็อย่าซน ถ้าซนมากๆ ปลุกพ่อตอนตีสามอีก พ่ออาจจะเอาไปฝากเจ้าอาวาสก็ได้นะ”~~~เหมียว

เสียงแม่สั่งสอนลูกมาตลอดทาง

“เดือนหน้าแกต้องไปนอนโรงแรมแมวสักสองสามวันนะไอ้ส้ม แม่กับพ่อต้องไปธุระต่างจังหวัด แล้วอย่าไปเหล่สาวล่ะ”

(เจ้อยู่ไหน วันนี้ต้องไปดูผับรึเปล่า ไออยากไปเที่ยว) เสียงคล้ายคนอารมณ์เซ็งๆ ของเกรซที่ดังอยู่ในสายโทรศัพท์

“ไป พรุ่งนี้หมอหยุดเลยจะเข้าไปคืนนี้”

(เคๆ งั้นไอไปรอเจ้ ที่ผับนะ)

“โอเคจ้ะ”

หมอตุลย์กับเพียงใจเข้าไปถึงที่ผับประมาณสี่ทุ่ม เมื่อมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เห็นเกรซนั่งจิบน้ำพันช์สีสวยอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ชุดเดรสสีดำเข้ารูปผ่าหลังเป็นรูปตัววีลึกถึงขอบเอว ถ้าต่ำกว่านี้ แพนตี้ตัวจิ๋วของเธอคงออกมาเริงร่าแน่ เมื่อเพียงใจพยายามมองหาฟาบริซก็ไม่เห็น จึงถามหมอตุลย์ว่าฟาบริซไม่มาดูแลยัยเกรซหรือ

“นายอยู่ไหน”

(พัทยา)

“ยัยเกรซมาที่ผับ เหมือนจะเมาแล้ว ทำไมแกไม่มาดูใครจะลากกลับโรงแรม”

ตุลย์ถ่ายรูปยัยเกรซนั่งจิบพันช์ หัวร่อต่อกระซิกกับบาร์เทนเดอร์ เขาจงใจถ่ายให้เห็นแผ่นหลังนั่น

รูปภาพถูกส่งไปด้วยแอปพลิเคชันแชตสีเขียว

ข้อความหน้าจอสว่างจ้าขึ้นที่โทรศัพท์ของฟาบริซ

“มาดูเอง”

00:30 AM

“เหาะมาหรือไง” เสียงหมอตุลย์ค่อนขอด

“นู่น จัดการเอา”

เมื่อฟาบริซมาถึงก็เข้าไปจับแขน กึ่งลากถึงดึงให้คนเมาลุกตามไป เมื่อเห็นไม่เป็นผล เขาจึงถอดเสื้อแจ็กเกตพันเอวเธอแล้วจับช้อนอุ้มขึ้นลอย เดินหายออกไปจากผับ เพียงใจที่มองดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับอุทาน

“อุ๊ย ตายแน่ยัยเกรซ” เพียงใจก็เพิ่งเคยเห็นหน้าฟาบริซยามโกรธ เพราะปกติเขามักยิ้มแย้มชอบแหย่คนนั้นคนนี้ พอเธอเห็นเขาโก

รธ

“เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง”

เธอจึงได้แต่อุทานในใจ “โชคดียัยเกรซเอ๊ย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป