บทที่ 14 อารียา กฤติไกรสน!

14 อารียา กฤติไกรสน!

“ป้าน้อยครับ รีบโทรตามหมอ เร๊ว!” หลังจากภาคินนำร่างอันไร้สติของอิณราขึ้นมาจากน้ำได้ ก็รีบบอกให้ป้าน้อยโทรตามหมอเพราะคนตรงหน้าเริ่มหายใจรวยริน เขารีบอุ้มเธอเข้ามาในบ้านทันที

โชคดีที่ราฟาเอลออกจากบ้านไปแล้ว ไม่งั้นอิณราตายแน่ๆ

ป้าน้อยรีบเปลี่ยนชุดให้หญิงสาว จากนั้นไม่นานทีมแพทย์ที่เคยมารักษาอิณราเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็มาถึงพอดี

นายแพทย์รีบประเมินอาการ แล้วสั่งให้พยาบาลแทงน้ำเกลือโดยเร็วเพราะคนป่วยมีสภาวะขาดน้ำ

“เธอ…ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมครับหมอ” ภาคินเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ

นายแพทย์หนุ่มที่เคยเป็นแพทย์ประจำตัวของเวนิตาส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ เพราะร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไปโดนอะไรมา

“เธอมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงเลยเป็นลมหมดสติไป โชคดีนะครับที่กลืนน้ำเข้าไปไม่เยอะ ไม่อย่างนั้นคงต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล” นายแพทย์หนุ่มเงยหน้าสบตากับภาคินด้วยท่าทางหนักใจ “....ฝีมือของคุณราฟาเอลใช่ไหมครับ”

เขาชี้ไปที่รอยช้ำตามเนื้อตัวของคนป่วยที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติ

“ครับ” ภาคินตอบสั้นๆ

“อาทิตย์แล้วผมมารักษาเธอด้วยอาการแผลอักเสบอย่างรุนแรงจนมีไข้ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโดนอะไรมา แต่หมอแค่อยากจะเตือนเจ้านายของคุณเอาไว้ ไม่ว่าเธอคนนี้จะทำผิดร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่ควรลงโทษเธอแบบนี้ ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง"

“ผมพยายามเตือนเจ้านายแล้วครับ แต่เขาไม่ฟัง”

“คนอย่างคุณราฟาเอล ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาหรอก ผู้หญิงไม่ยอมก็ไม่ควรไปบังขับขืนใจ ทำอะไรเกรงใจกฎหมายบ้านเมืองด้วย” คุณหมอส่ายหน้าหวืด ไม่คิดว่าราฟาเอลจะเป็นคนแบบนี้

“คุณราฟาเอลคงเสียใจมากที่เสียลูกกับเมียไป”

“แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ เขาก็เป็นมนุษย์ มีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน" คุณหมอฉีดยาแก้อักเสบและยาฆ่าเชื้อเข้าทางน้ำเกลือ แล้วให้ยาปฏิชีวนะกินต่ออีกหนึ่งอาทิตย์เพราะกลัวแผลที่ข้อมือติดเชื้อ ก่อนจะสั่งให้ป้าน้อยและภาคินดูแลเธออย่างดีเพราะถ้ายังโดนกระทำแบบนี้เรื่อยๆ ก็คงไม่หายสักที

นิ้วเรียวของป้าน้อยเอื้อมไปแตะหน้าผากมนเบาๆ ดูสิ ไข้ขึ้นอีกแล้ว น่าสงสารจังเลยลูกเอ้ย เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมเสียที หนนี้ราฟาเอลทำเกินไป นี่ถึงกับฆ่ากันให้ตายเลยหรอ

“รอดตายไปอีกวันแล้วนะนังหนู ป้าไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายอีกแล้ว ป้าสงสารหนูเหลือเกิน” นางหลั่งน้ำตาด้วยความสงสาร นี่ถ้าภาคินกระโดดน้ำลงไปช่วยไว้ไม่ทัน ป่านนี้อิณราคงถูกกระแสน้ำพัดหายไปแล้ว

หัวใจของราฟาเอลทำด้วยอะไร ทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งอิณราไม่ได้เป็นคนผิด จะชดใช้ให้เธอยังไง

“ป้าเชื่อว่าสักวันกรรมจะตามทันเขาเอง หนูต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อรอวันนั้นนะ...อิณรา”

ราฟาเอลขับรถออกมาจากบ้านพักตากอากาศในสภาพจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหตุผลที่เขาต้องรีบออกมาเพราะกลัวตัวเองใจอ่อนมากกว่า ถึงเขาไม่ช่วย ยังไงภาคินกับป้าน้อยก็ต้องช่วยอยู่ดี

มือใหญ่กำพวงมาลัยแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆเรียกสติกลับมา ป่านนี้ภาคินคงช่วยอิณราแล้ว และเขาจะไม่วนรถกลับไปเด็ดขาด

“ฉันจะไม่มีวันใจอ่อนกับเธอแน่นอนอิณรา ไม่มีวัน!”

ชายหนุ่มรีบมุ่งหน้าไปที่พัทยาหาเพื่อนรักนามว่า ‘เหนือเมฆ’ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน ตอนนี้มันพาว่าที่ภรรยาไปถ่ายพรีเวดดิ้งริมทะเล กว่าจะขับรถไปถึงที่นั่นก็น่าจะค่ำพอดี

ราฟาเอลนัดเจอเหนือเมฆที่ร้านรูฟท็อปริมชายหาด โชคดีที่วันนี้ว่าที่ภรรยาอนุญาตให้มันมาได้

“ว่าไงเพื่อน ทำใจได้แล้วหรอถึงชวนกูออกมาดื่ม” เหนือเมฆเปิดฉากถามด้วยน้ำเสียงประชดประชันเพราะรู้ว่าเพื่อนแอบไปทำอะไรมา

“แฟนเพิ่งเสียไปสองอาทิตย์ ใครจะไปทำใจได้วะ”

“ไม่รู้สิ ได้ยินข่าวว่าแอบลักพาตัวสาวไปนอนกกที่บ้านพักตากอากาศไม่ใช่หรอ”

“มึงนี่มัน…สอดรู้สอดเห็นจริงๆ” ราฟาเอลชักสีหน้าใส่ สำหรับไอ้หมอนี่…ความลับไม่มีในโลก

“จับลูกเขาไป ระวังพ่อเขาแจ้งตำรวจนะ”

“คิดว่ากูกลัวหรอ อย่าลืมสิ กูไม่ใช่คนไทย”

“กูก็แค่อยากจะเตือนมึงเฉยๆ คนเราเสียใจได้เว้ย แต่ไม่ควรไปทำร้ายคนอื่น กูไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นคนแบบนี้ แล้วดูรอยที่คอนั่นสิ....” เหนือเมฆส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจเพราะเห็นรอยข่วนที่คอของเพื่อนสนิท ทำให้คนโดนข่วนออกอาการหน้าดำหน้าแดง “ถ้าเขาไม่ยอม ก็อย่าไปบังคับฝืนใจเขาสิวะ”

“กูทำไปแล้ว หลายรอบด้วย”

“เพื่ออะไร หิวหรอ”

“เปล่า กูก็แค่จะทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นเหมือนเวนิตา”

“ยังไง”

“กูจะทำให้เธอท้อง และก็ทำให้เธอแท้ง เป็นไง….ชั่วใช่ไหม”

“แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าชั่วแล้ว เรียกว่าสารเลว” เหนือเมฆพูดชัดถ้อยชัดคำ “ถ้าเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ยังไงก็ลูกมึงนะ ฆ่าได้ลงคอหรอ”

“ลูกที่กูไม่ได้ต้องการ ทำไมจะฆ่าไม่ได้” สีหน้าคนพูดเคร่งขรึม เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร จนเหนือเมฆเริ่มไม่เห็นด้วยกับการกระทำในครั้งนี้ เด็กไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย จะไปทำร้ายเขาทำไม

“เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วยจะไปลงที่เขาทำไมวะ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว มึงจะเจ็บแค้นใจอะไรนักหนา”

“เพราะกูกำลังจะสร้างครอบครัวที่แสนอบอุ่นกับเวนิตา แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงเพราะผู้หญิงคนนั้น!”

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะเพื่อน เราไม่ควรเอาความโกรธแค้นไปลงที่เด็กปะวะ แล้วเรื่องที่มึงจับตัวผู้หญิงคนนั้นไปก็เหมือนกัน นี่มึงยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า”

คนโดนติงไม่ได้มีสีหน้าสลดแต่อย่างใด คว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกดื่มพร๊วดเดียวจนหมดแก้ว พลางทอดสายตามองไปข้างหน้า โดยไม่คิดโต้เถียงอีกฝ่าย เพราะใครก็ห้ามความคิดเขาไม่ได้หรอก

“มึงคิดดูดีๆนะเว้ย คุณเวนิตาตายไปแล้ว ถ้ามึงยังจมปลักอยู่แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ชีวิตจะมีความสุข ต้องคอยแก้แค้นคนนั้นคนนี้ ถามจริง....มึงมีความสุขหรอวะ”

“ไม่รู้สิ กูทำไปแล้ว และจะไม่มีวันถอยหลังกลับเด็ดขาด”

“ไอ้ห่าเอ้ย! มึงนี้มันดื้อด้านจริงๆ กูจะคอยดูวันที่มึงน้ำตาเช็ดหัวเข่าละกัน ทำอะไรไว้ ระวังกรรมจะตามทัน”

ราฟาเอลยักไหล่ไม่แยแส พร้อมกระตุกยิมตรงมุมปาก กรรมงั้นหรอ อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นตัวยังไง

“คนที่ต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าคือพวกมันต่างหาก ไม่ใช่กู” พูดจบราฟาเอลก็ส่งยิ้มบางๆให้เพื่อนสนิทแล้วลุกพร๊วดขึ้น ก่อนจะล้วงบุหรี่ออกมา “ไปดูดบุหรี่แปป”

เขาเดินหันหลังออกไปจากโต๊ะโดยมีสายตาของผู้หญิงโต๊ะด้านในสุดลอบมองด้วยความชื่นชมในรูปลักษณ์อันหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรักแค่เพียงสบตา ความจริงหล่อนเห็นเขาตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ชายหนุ่มผู้ดูโดดเด่นที่สุดในร้าน

หล่ออย่างกะพระเอกหนัง

พอเห็นว่าเขากำลังจะเดินผ่านโต๊ะ หล่อนก็แสร้งทำเป็นลุกขึ้นแล้วเดินตัดหน้าฉับพลันจนร่างชนกัน

ปึกก!!

“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอมี่ซุ่มซ่ามไปนิด คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” สายตาของหล่อนเปล่งประกายวาววับเพราะตกอยู่ในอกแกร่งของเขาพอดี หล่อนรีบเอ่ยปากขอโทษอย่างมีจริตจะก้าน

“ไม่เป็นไรครับ ขอโทษที่เดินไม่ระวัง”

“คนที่ต้องขอโทษควรเป็นเอมี่มากกว่านะคะ ที่เดินตัดหน้าคุณ” พอได้โอกาสหล่อนก็รีบกวาดตาสำรวจใบหน้าของเขา

คนอะไร...ยิ่งมองยิ่งหล่อ ดูดีมีภูมิฐาน สเปคหล่อนเลยแหละ

“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” หญิงสาวใจแตกที่ชอบหนีเที่ยวคว้าท่อนแขนล่ำเอาไว้ หล่อนอยากสานสัมพันธ์กับผู้ชายคนนี้ “เพื่อเป็นการขอโทษ งั้นเอมี่ขอเลี้ยงมื้อนึ่งนะคะ”

“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่สะดวก”

“แต่เอมี่อยากรู้จักคุณค่ะ”

ฝ่ามือร้อนของหล่อนลูบไล้ท่อนแขนล่ำอย่างมีจริตจะก้าน ยั่วยวนอีกฝ่าย ไม่มีใครกล้าปฏิเสธคนอย่างหล่อนหรอก แค่ได้ยินนามสกุล พวกผู้ชายก็แทบถวายตัวแล้ว

“ดิฉันอารียา กฤติไกรสน เรียกสั้นๆว่าเอมี่ก็ได้ค่ะ”

“ว่าไงนะครับ! กฤติไกรสนงั้นหรอ”

---------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป