บทที่ 12 คำถามจากจวนมารดา

บทที่ 11

คำถามจากจวนมารดา

ตวนมู่นั่งมองหว่านอี้อัน เขากำลังรอฟังคำตอบ สิ่งที่เขาถามออกไปก่อนหน้านี้คือเรื่องที่หลานสาวของเขาถอนหมั้น แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อว่าหลานสาวของเขาเต็มใจที่จะถอนหมั้น ผลประโยชน์จากการแต่งงานครั้งนี้จวนตวนมีส่วนได้ไม่น้อยทำไมหลานสาวเขาโง่ถึงขั้นตัดอนาคตตัวเอง มันทำให้เขาหงุดหงิดหลานสาวที่ทำอะไรไม่คิด

“อี้หนิงเป็นคนต้องการถอนหมั้นเอง”

หว่านอี้อันเอ่ยปากเสียงหนักแน่น พูดหน้าตาย เขารู้อยู่แล้วว่าจวนตวนต้องมาถาม และวันนี้ทางฝั่งนั้นก็ส่งคนมาถาม ซึ่งคนที่มาก็เป็นคนคุ้นเคย ตวนมู่เป็นขุนนางเช่นเขา ตำแหน่งขั้นเท่ากัน เขาเป็นเสนาบดีกรมพิธีการ อีกฝ่ายเป็นเสนาบดีการคลัง มีศักดิ์เป็นลุงของหว่านอี้หนิง พี่ชายต่างมารดาของตวนซูเม่ย ฮูหยินที่ตายไปของเขา แต่เขาก็รู้ดี ความสัมพันธ์ในจวนตวนก็เน่าเช่นกัน พี่น้องเหมือนรักกันแต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นความต้องการของหลานสาว ไม่ใช่เพราะถูกพวกเจ้าบีบคั้น”

ตวนมู่หรี่ตามอง เขาไม่ใช่ไม่รู้นิสัยของหว่านอี้อัน คนตรงหน้าไม่เคยดีกับน้องสาวเขาจริง แค่หาผลประโยชน์

“ในเมื่อท่านไม่เชื่อในคำพูดข้า เช่นนั้นท่านก็ถามอี้หนิงเอง” หว่านอี้อันมองไปหน้าห้องหนังสือ เขาพยักหน้าให้บุตรสาวคนรองเข้ามา

หว่านอี้หนิงถูกตามตัวก็ไม่ได้รีบร้อน นางความรู้สึกเฉยเมยกับการมาของผู้เป็นลุง

“อี้หนิงคารวะท่านลุง”

ตวนมู่มองหลานสาวที่มีใบหน้าเหมือนน้องสาวไม่ผิด ความงามนี้ถ่ายทอดมาจากมารดาทั้งสิ้น ทำให้คิดถึงตวนซู่เม่ยขึ้นมา จะว่าไปที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้สนใจไยดีหลานสาวมากนัก จะโทษเขาก็ไม่ได้งานเขามีมากไหนจะกิจการในมือ

“อี้หนิง”

“ไม่คิดว่าวันนี้ท่านลุงจะมาเยี่ยมเยียน หลานถึงไม่ได้เตรียมตัวทำให้มาสาย ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”

“เจ้ามานั่งเถอะ” หว่านอี้อันเอ่ยปาก

หว่านอี้หนิงเดินไปนั่ง ท่าทีของนางสงบนิ่ง แววตาไร้ความยินดีที่พบคนฝั่งมารดา นางเรียบเฉย ไม่แสดงสีหน้าใด สำหรับนางแล้วคนจวนตวนคือคนแปลกหน้า ตั้งแต่มารดาแต่งออกมาพวกเขาไม่ได้ไยดีเพราะไม่ชอบบิดาของนางจนพาลไม่ติดต่อมารดาของนางไปด้วยเหมือนกับตัดความสัมพันธ์ด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ของนางในฐานะหลานสาวจวนตวนเรียกว่าเบาบางยิ่งกว่าขนนก ชาติก่อนพวกเขาไม่เคยใส่ใจยังไงชาตินี้ก็ไม่ต่าง ที่มาคงเพราะเรื่องการถอนหมั้นที่ทำให้พวกเขาเสียผลประโยชน์ ชาติที่แล้วก่อนถูกใส่ร้ายส่งออกจากจวนนางกลับจวนตวน ที่นั้นไม่มีคนต้อนรับนางสักคนของขวัญวันเกิดยังไม่มีให้ แต่ดีที่เพราะนางกลับจวนตวนก่อนเกิดเรื่องทำให้มีข้ออ้างเรื่องเงินที่เอามาใช้จ่ายตอนนี้

ตวนมู่มองหลานสาวเหมือนคนแปลกหน้า จำได้ว่าในอดีตหว่านอี้หนิงเอาอกเอาใจลุงอย่างเขามาก เป็นเด็กเรียบร้อย อ่อนหวาน ขี้อาย แต่ว่าเด็กสาวตรงหน้ากับกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูดไม่จา ไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ “เจ้าสบายดีหรือไม่”

หว่านอี้หนิงมองผู้เป็นลุง “เจ้าค่ะ ข้าสบายดี”

“เรื่องการถอนหมั้นเป็นความต้องการของเจ้าจริงหรือไม่ อย่าได้กลัวใคร บอกลุงมาตามตรง หากเจ้าถูกบีบบังคับให้ถอนหมั้นเพื่อหลีกทางให้ใคร ลุงจะจัดการเรื่องนี้ให้กับเจ้าเอง” ตวนมู่ปรายตามองหว่านอี้อัน

หว่านอี้อันกังวลอยู่ลึก ๆ เขากลัวว่าบุตรสาวคนรองจะเปิดเผยความจริงว่าเป็นเขาที่บอกนางขอถอนหมั้น แต่อีกใจหนึ่งก็มั่นใจว่าบุตรสาวจะไม่พูดเช่นนั้น หว่านอี้หนิงเป็นคนขี้กลัว

หว่านอี้หนิงเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องการถอนหมั้นเป็นความต้องการของข้าเจ้าค่ะ การหมั้นหมายในอดีตเป็นผู้ใหญ่ที่จัดการให้ แต่เมื่อข้าเติบโตขึ้นถึงได้รู้สึกว่าข้าไม่ได้ชอบเขา การถอนหมั้นในครั้งนี้เป็นความต้องการของข้าเอง ไม่ได้ถูกผู้ใดบีบบังคับ ท่านลุงโปรดวางใจ”

ตวนมู่ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง หลานสาวของเขาโง่งมขนาดนั้น โต้วหลางเป็นคุณชายใหญ่จวนโต้ว อนาคตจะได้สืบทอดกิจการทุกอย่างต่อจากบิดา ตระกูลโต้วเป็นตระกูลคหบดี ร่ำรวยหนึ่งในสามของเมืองหลวง ทำไมถึงยอมถอนหมั้นด้วยความคิดไร้สาระเช่นนี้ หากนางแต่งกิจการของเขาก็พลอยดีไปด้วย ทำไมเขามีหลานโง่เช่นนี้ เพราะแบบนี้เขาเลยไม่ชอบนาง

รักหรือไม่รักสำคัญที่ไหน เงินทองฐานะอำนาจต่างหากที่สำคัญ แต่ถึงจะไม่พอใจมากแค่ไหนเขาก็พูดออกไปไม่ได้

“เจ้าแน่ใจว่าไม่มีใครบังคับ” ตวนมู่ถามย้ำ

“ท่านลุง เรื่องนี้เป็นความต้องการของข้าเอง ในเมื่อไร้ความรักก็ไม่ควรที่จะดึงดันแต่งงาน ในสายตาข้า คุณชายโต้วหลางไม่ใช่คนที่ข้าจะชอบ”

ฟังคำตอบของบุตรสาว หว่านอี้อันเบาใจลงมาก นับว่านางยังรู้ความอยู่บ้างถึงได้เอ่ยเสียงหนักแน่นต่อผู้เป็นลุงของตัวเองต่อหน้าเขา ทำให้จวนตวนต่อว่าจวนหว่านไม่ได้

“ท่านตวน ท่านวางใจเถอะ ถึงแม้ว่าอี้หนิงจะไม่ได้แต่งเข้าจวนโต้ว แต่เรื่องคู่ครองของนาง ข้าจะเลือกให้นางอย่างดี จะไม่ให้นางน้อยหน้าใครเด็ดขาด”

หว่านอี้อันพูดด้วยรอยยิ้ม

หว่านอี้หนิงมองบิดาสลับกับผู้เป็นลุง “ดีเหมือนกันเจ้าค่ะ ในเมื่อท่านลุงมาถึงที่นี่และท่านพ่อเอ่ยปากถึงเรื่องการแต่งงานของข้า เช่นนั้นข้ามีบางอย่างอยากจะเอ่ยกับพวกท่าน”

ตวนมู่มองหลานสาว “เรื่องใด”

หว่านอี้หนิงมองบิดา “เรื่องคู่ครองของข้า ท่านพ่อจะว่าอะไรหรือไม่หากข้าจะขอเลือกคนที่จะมาเป็นสามีตัวด้วยเอง”

ปัง...

ไม่ทันพูด หว่านอี้อันตบพนักเก้าอี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “เรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จะจัดการให้ เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเอ่ยปากว่าขอเลือกเอง”

“ทำไมจะไม่ได้เจ้าคะ ข้าถอนหมั้นเพราะข้าไม่ได้ชอบคุณชายใหญ่โต้วหลาง และที่ท่านพ่ออนุญาตให้น้องสามหมั้นหมายแทนข้า ก็เพราะว่าน้องสามเอ่ยปากว่าชอบพอเขา ท่านพ่อตามใจน้องสามให้เลือกคู่ครองด้วยตัวเองได้ แล้วทำไมข้าจะเลือกเองไม่ได้”

ตวนมู่ฟังแล้วยิ้ม ระหว่างเขากับหว่านอี้อันไม่ลงรอย เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พอใจเช่นนี้ และเขาก็เข้าใจคำขอของหลานสาว เข้าข้างนางสักหน่อยเป็นการหักหน้าหว่านอี้อันดีจะตายไป

“ใช่...ทำไมอี้หนิงจะเลือกเองไม่ได้ เจ้าตามใจบุตรสาวคนที่สามให้หมั้นหมายเตรียมแต่งงานกับคนที่นางรัก แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นอดีตคู่หมั้นของพี่สาวตัวเอง เจ้าตามใจนางขนาดนี้แสดงออกว่ารักใคร่บุตรสาวคนที่สาม ในเมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมเจ้าไม่ตามใจหลานสาวข้า”

หว่านอี้อันตวัดสายตาไม่พอใจมองตวนมู่ “การแต่งงานย่อมต้องเป็นผู้ใหญ่จัดการให้”

“ท่านพ่อ เรื่องการแต่งงานของข้า ขอข้าจัดการเลือกคนที่ถูกใจด้วยตัวเองเถอะเจ้าค่ะ น้องสามพึ่งจะหมั้นหมาย คงไม่ดีหากมีข่าวเสียหายออกไป”

หว่านอี้หนิงจ้องมองอย่างเอาเรื่อง คำพูดกำกวมนี้เล่นเอาหว่านอี้อันหน้าแดงก่ำ นางกำลังข่มขู่เขาต่อหน้าคนอื่น ต่อหน้าคนตระกูลตวนฝ่ายมารดาของนางให้เขายอมทำตามที่นางต้องการ

ตวนมู่รู้ว่าหลานสาวยกเรื่องหว่านลู่หลินมาทำไม แปลว่าการถอนหมั้นถูกบีบบังคับจริง หากพูดตามตรงไม่ได้ เลยใช้เรื่องนี้มาเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับหว่านอี้อันให้ตามใจในการเลือกคู่ แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยในการเลือกคู่เอง แต่เพราะเรื่องนี้หว่านอี้อันเก็บสีหน้าไม่อยู่ หัวเสียออกมาชัดเจน เขารู้สึกมีความสุข เลยคิดว่าการช่วยหลานสาวก็ไม่แย่ อย่างน้อยก็ได้ยั่วโมโหคนตรงหน้า

“หลานสาวข้าพูดขนาดนี้ ท่านคงไม่อยากดึงดัน หากต้องการให้เรื่องการถอนหมั้นของอี้หนิงจบ ก็รับปากนางเรื่องนี้ ตระกูลหว่านอย่าคิดว่าพวกข้านิ่งเฉยแล้วจะทำอะไรอี้หนิงก็ได้ อย่าลืมว่ามารดาของนางคือน้องสาวข้า”

หว่านอี้อันขบกรามแน่น

“หึ...ได้ ตามใจเจ้า”

“ขอบคุณท่านพ่อ” หว่านอี้หนิงยิ้ม เป็นรอยยิ้มแรกหลังจากที่นางเข้ามาในห้องหนังสือของบิดา ความต้องการของนางสัมฤทธิผลแล้ว โดยมีพยานเป็นลุงของนาง

หลังจากที่ออกมาจากห้องหนังสือของบิดา หว่านอี้หนิงเดินมาส่งผู้เป็นลุงที่หน้าจวน

“ขอบคุณท่านลุงมากที่ออกหน้าช่วยเหลือหลานในครั้งนี้”

หว่านอี้หนิงเอ่ยเสียงเบา

ตวนมู่ถอนหายใจ “ทำไมเจ้าไม่พูดออกมาตามตรงว่าถูกบีบบังคับให้ถอนหมั้น แค่เจ้าบอกมา ลุงพร้อมจะช่วยเจ้าให้ได้หมั้นหมายโต้วหลางเช่นเดิม หาคนที่คู่ควรแบบเขาได้จากไหนอีก ทำไมถึงได้ยอมมอบคู่หมั้นของตัวเองให้คนอื่นง่าย ๆ”

ตวนมู่อดตำหนิหลานสาวไม่ได้

“ท่านลุง เรื่องการถอนหมั้นครั้งนี้อย่างไรข้าก็ต้องยอมลงให้ อย่าลืมนะเจ้าคะว่าข้าอยู่ที่นี่ หากไม่ทำตามความต้องการของพวกเขาก็จะลำบากมากขึ้น สามปีก่อนข้าถูกใส่ร้ายจนโดนส่งออกไปอยู่ด้านนอก เมื่อกลับมาได้ก็ไม่อยากมีปัญหา อีกข้อหนึ่งที่สำคัญ ข้าไม่ได้ต้องการแต่งงานกับโต้วหลางจริง ๆ”

ตวนมู่ฟังแล้วเข้าใจ แต่เขาก็ยังไม่ค่อยพอใจอยู่ดี

“การที่เจ้าขอเลือกคู่ครองเอง แปลว่าเจ้าพร้อมแตกหักกับบิดาของเจ้า มันก็ทำให้เจ้าอยู่จวนนี้ลำบากเช่นเดิม”

“ท่านลุงวางใจ ข้าเคยลำบากกว่านี้อีก มาคิดดูในภายหลัง อย่างไรก็ต้องผิดใจกับท่านพ่อ ไม่สู้ใช้โอกาสนี้เพื่อบอกความต้องการของตนเอง มีท่านลุงเข้าข้าง แน่นอนว่าท่านพ่อต้องยอม อย่าน้อยต้องเห็นแก่จวนตวน”

“เอาเถอะ บิดาเจ้ารับปากแล้ว ลุงจะกลับไปบอกท่านตาเจ้าตามนี้ หากว่าเจ้ามีเรื่องใดอีกเร่งส่งคนไปแจ้ง ลุงจะมาจัดการให้”

“เจ้าค่ะ”

หว่านอี้หนิงมองผู้เป็นลุงขึ้นรถม้าจากไป นางมีแววตาที่สงบเยือกเย็นมากขึ้นเท่าตัว เรื่องในวันนี้ถือว่าเป็นไปตามที่ต้องการ

“น้องอี้หนิง เจ้ามายืนทำอะไร”

หว่านกวางที่กำลังจะออกจากจวนมองน้องสาวต่างมารดา เขาชอบความงามของนางมากจริง ๆ หากไม่ติดว่าความสัมพันธ์เป็นพี่ชายน้องสาว แน่นอนว่าเขาจะต้องเอานางมาครอบครองให้ได้

หว่านอี้หนิงมองพี่ชายที่เกิดจากฟางเซียน นางรู้ไส้รู้พุงเขา นิสัยแท้จริงที่เขาแอบซ่อนเอาไว้ภายใต้หน้ากากอ่อนโยน บุรุษที่ทำตัวเป็นคนดี แท้จริงต่ำตม

“ข้าเพียงมาส่งท่านลุงกลับจวน ขอตัวเจ้าค่ะ”

หว่านอี้หนิงไม่รออีกฝ่ายพูด นางเดินออกมาทันที

ในชาติก่อนหลังจากกลับมาอยู่ที่จวนได้หนึ่งเดือน นางถูกคนผู้นี้จ้องจะล่วงเกินตลอด เขาอาศัยว่านางเป็นคนขี้กลัว ไม่พูด ถึงได้กล้ากระทำหยาบช้ากับนางสารพัด เรื่องที่เลวทรามที่เขาทำต่อนางที่สุดคือหลังจากที่เจ้าสารเลวเจียงฉางเอานางออกขายดั่งนางโลม เขาคือคนที่จ่ายเพื่อเสพสมร่างกายนาง ไม่สนใจความเจ็บปวด ไม่คิดที่จะช่วยเหลือ ซ้ำยังทรมานนางอีกด้วย

ความแค้นนี้นางทบเอาไว้ในใจแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป