บทที่ 14 งานปักปิ่น

บทที่ 13

งานปักปิ่น

ข่าวการตายของซั่วอิงทำให้จวนวุ่นวาย แต่ความวุ่นวายทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงสามวันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นผู้คนก็ลืมเลือน ไม่สนใจที่จะหาสาเหตุการตายที่แท้จริงด้วยซ้ำ

ความหวาดกลัวในคราวแรกหายไปจนหมดสิ้น การตายของอนุคนเดียวไม่อาจสั่นคลอนจวนหว่าน

“ชุดนี้เข้ากับคุณหนูมากเจ้าค่ะ“ เฟยฮวาที่ช่วยคุณหนูแต่งตัวออกปากชมไม่หยุด

หว่านอี้หนิงมองตัวเองในกระจก วันนี้เป็นพิธีปักปิ่นของนาง ถือว่าเป็นงานภายใน เพราะไม่มีการเชิญใครเลย ออกจะเรียบง่ายเกินไปสำหรับคนที่เป็นถึงคุณหนูรองของจวน

“ชุดสีชมพู หากไม่ใช่เจ้าคะยั้นคะยอให้ใส่ข้าก็คงไม่มีทางใส่“ หว่านอี้หนิงมองตัวเองในชุดสีชมพูหวาน มันทำให้นางหวนคิดถึงอดีตในชาติที่แล้ว

นางชอบสีชมพูมาก เรียกว่าใช้เป็นสีประจำตัวเลยก็ว่าได้ นางมองว่ามันทำให้นางดูอ่อนหวานสง่างามมากขึ้น ดูเป็นคนอ่อนโยน เข้าถึงง่าย นางต้องการเป็นคนที่ดูโง่งมสักหน่อย

และนางก็ได้เป็นสมใจ สตรีที่โง่งม ตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้อื่นจนตกเป็นเครื่องมือ ตั้งแต่บิดา สามีที่นางไว้ใจ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่นางเชื่อถือ พี่น้องในส่วนที่เหมือนดีต่อนาง นางถูกคนพวกนั้นทรมานทั้งกายใจจนแทบไม่เหลือความเป็นคน

หว่านอี้อันนั่งในตำแหน่งประธาน ข้าง ๆ คือฟางเซียนในฐานะฮูหยินรอง คนอื่นในตระกูลล้วนแต่นั่งตามลำดับฐานะ

“นางควรมาได้แล้ว ทำไมต้องให้รอนานขนาดนี้”

หว่านลู่หลินบ่นเสียงดัง

“พี่สาม ท่านก็ให้เวลาพี่รองหน่อย วันสำคัญแน่นอนว่านางต้องแต่งตัวอย่างพิถีพิถันทำให้ใช้เวลานานสักหน่อย”

หว่านลี่ถิงพูดด้วยความสนุกปาก นางอยากเห็นพี่สาวคนที่สามหัวเสีย และได้ผลเสียด้วย

“ท่านแม่ ข้ามีเรื่องต้องทำ ขอตัว” หว่านลู่หลินไม่ทนนั่งต่อ ลุกเดินออกไปดื้อ ๆ

ฟางเซียนเองไม่ได้ตำหนิบุตรสาว งานปักปิ่นจัดแบบขอไปที ไม่สำคัญ หากไม่เพราะสามีอยู่นางก็ไม่มาด้วยซ้ำ

หว่านอี้หนิงเดินเข้ามาในโถง นางกวาดตามองทุกคนก่อนคารวะบิดา หว่านอี้อันอยากทำให้เรื่องจบ ๆ เขารับปิ่นมาจากคนสนิท ลุกขึ้นจะเดินเข้าไปหาบุตรสาวคนรอง ปักปิ่นให้เพื่อที่จะได้จบพิธีนี้สักที แต่ยังไม่ทันก้าวไปถึงตัวบุตรสาว พ่อบ้านกลับนำข่าวที่มองไม่ออกว่าร้ายหรือดีมา

หว่านอี้หนิงเองก็แปลกใจ พ่อบ้านจ้านบอกว่ากงหยางต้านมาที่จวนตอนนี้ นางเห็นเพียงบิดาของนางเร่งรีบให้พ่อบ้านจ้านต้อนรับคนเข้ามา ส่วนคนอื่นในจวนก็แสดงสีหน้าสงสัยไม่เข้าใจ ตัวนางเองได้แต่ยืนนิ่งกลางห้องโถง ไม่กล้าขยับไปไหน ถือเสียว่ารอฟังเรื่องสนุกว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงได้มาที่นี่

กงหยางต้านเดินเข้ามาในเรือน เขามองเจ้าของเรือน

“คารวะใต้เท้าหว่าน”

หว่านอี้อันเก็บสีหน้าแทบไม่อยู่ ในใจเต็มไปด้วยคำถามว่ากงหยางต้านมาที่จวนทำไม คนผู้นี้ไปที่ไหนที่นั่นเกิดเรื่องเสมอ อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องดี

“ใต้เท้ากง ไม่ทราบว่ามาที่นี่วันนี้มีธุระใด”

กงหยางต้านมองไปที่หว่านอี้หนิง คนทั้งสองสบตากันหลายอึดใจ หว่านอี้หนิงรู้สึกไม่ดี เหมือนว่าเขามาเพราะนาง

“ข้าได้ยินมาว่าวันนี้เป็นวันที่ท่านจะทำพิธีปักปิ่นให้กับบุตรสาวคนรอง ข้าก็เลยมาร่วมงาน แต่ไม่คิดว่าท่านจะจัดเป็นการภายในขนาดที่ว่าไม่เชิญใครมาเลยแม้จวนตวน”

กงหยางต้านพูดด้วยใบหน้าราบเรียบ อันที่จริงเขาไม่คิดจะมาที่นี่ แต่เพราะว่าเมื่อวานได้ข่าวว่าในจวนหว่านมีอนุคนหนึ่งตาย ทำให้เขาคิดถึงสตรีใบหน้าไร้อารมณ์ขึ้นมา วันนี้เขาถึงโผล่มาที่นี่

เรื่องการปักปิ่นหว่านอี้หนิงเป็นเรื่องภายใน ไม่ได้แจ้งออกไปข้างนอก หว่านอี้อันสับสนไม่น้อยที่คนตรงหน้ารู้ แต่พอเขาคิดถึงตำแหน่งหน้าที่ของอีกฝ่าย เขาก็ไร้คำถาม

เรื่องจวนหว่านดูเหมือนจะอยู่ในสายตาเด็กหนุ่มผู้นี้หลายส่วน ทำให้เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องระวังตัวหลังจากนี้

“ที่ไม่ได้เชิญผู้ใดเพราะอี้หนิงชอบความเป็นส่วนตัว ข้าเลยตามใจนาง ไม่ได้เชิญแขก แต่ไม่คิดว่าใต้เท้ากงจะให้เกียรติมาร่วมงาน”

หว่านอี้อันโยนเรื่องนี้ให้บุตรสาวคนรองรับหน้าตาย ทั้งที่เป็นตัวเขาเองที่ตัดสินใจว่าเป็นการภายใน ไม่ต้องเชิญแขก

หว่านอี้หนิงหัวเราะในใจ บิดาของนางหน้าหนายิ่ง

กงหยางต้านมองหว่านอี้หนิง “คุณหนูรองหว่านช่างชอบความเงียบ งานสำคัญของตัวเองขนาดนี้กลับบอกบิดาไม่ให้เชิญแขกสักคน แต่วันนี้ในเมื่อข้ามาแล้วพวกท่านคงไม่ไล่”

“ใต้เท้ากงให้เกียรติมาร่วมงานจะมีใครกล้าต่อว่า ถือว่าเป็นเกียรติด้วยซ้ำ จัดเก้าอี้เร็วเข้า”

หว่านอี้อันไม่ชอบคนที่โผล่มา นั่นเพราะเขาชิงชังริษยาในความสามารถ อายุน้อยกว่าเขาเท่าตัว แต่กลับได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทและเติบโตในหน้าที่การงานรวดเร็ว

กงหยางต้านนั่งลง ตั้งแต่มาเขาไม่ได้ยิ้มออกมาด้วยซ้ำ สายตาเขาจ้องหว่านอี้หนิงที่อยู่กลางห้อง

หว่านลี่ถิงเขินจนหน้าแดง นางพยายามส่งสายตาไปให้เขารู้ว่านางชอบพอ แต่เขากลับไม่มองมาที่นาง เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกผิดหวัง ครั้นจะเอ่ยปากให้เขาสนใจ มารดากลับส่ายหน้าห้าม ทำให้หว่านลี่ถิงหงุดหงิดจนหน้างอ

หว่านอี้หนิงมองเขาไม่หลบสายตา นางไม่คิดว่าเขาจะให้ความสนใจนางมากขนาดนี้

หว่านอี้อันไร้ทางเลือก เขาหันไปหยิบปิ่นอีกรอบ ก้าวไปหาบุตรสาว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ปักปิ่นลงบนมวยผมที่เขามวยเอาไว้ คำพูดของแขกที่ไม่ได้เชิญทำเขาอับอาย

“ปิ่นในวันสำคัญขนาดนี้ไยธรรมดานัก ข้าไม่คิดว่าจวนหว่านจะไม่มีเงินทองซื้อของราคาแพงถึงขั้นใช้ปิ่นไม้ธรรมดาหาได้ตามตลาดเชียว หากไม่บอกว่านี่เป็นปิ่นที่ใช้ในการเข้าพิธีปักปิ่นของคุณหนูของจวน นึกว่าปิ่นสำหรับสาวใช้แล้ว”

กงหยางต้านออกปากแล้วมองปิ่นในมือหว่านอี้อัน หว่านอี้อันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเสียหน้าขนาดนี้มาก่อน เขามองปิ่นไม้ในมือ ในใจเดือดดาลเต็มไปด้วยคำด่าทอ มองไปที่ภรรยารองที่จัดเตรียม เพราะเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ทำให้ไม่ได้สนใจปิ่นที่ถูกเตรียมมาว่าจะเป็นอะไร หากว่ากงหยางต้านไม่ทักท้วง เขาก็ปักลงบนผมบุตรสาวแล้ว

ฟางเซียนรู้ว่าตัวเองพลาด นางลุกขึ้นหันไปตบสาวใช้คนสนิท

“เจ้าทำงานผิดพลาดได้อย่างไรกัน ปิ่นที่ข้าเตรียมไว้เป็นปิ่นทองลายเหมยกุ้ย เจ้าหยิบอะไรมา ไปเอามาเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่ข้าจะลงโทษเจ้า”

ลี่จูตกใจ แต่สุดท้ายนางก็เข้าใจความหมายของเจ้านาย เร่งรีบออกไปนำปิ่นเล่มที่ถูกกล่าวถึงมา

“ดูเหมือนว่าถ้าข้าไม่ทักท้วงขึ้น วันนี้คุณหนูรองคงได้ปักปิ่นไม้ธรรมดาในพิธีสำคัญของตัวเอง”

กงหยางต้านก้มหน้าในตอนพูด ทำเอาบรรยากาศในห้องโถงอึดอัดเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ไม่นานลี่จูก็กลับมาพร้อมปิ่นทอง หว่านอี้อันทั้งเสียหน้าทั้งหงุดหงิด เขาหยิบมันมาปักลงบนมวยผมแล้วเดินออกมานั่ง

กงหยางต้านเห็นว่าการปักปิ่นถือว่าจบพิธีแล้วก็ไม่คิดที่จะอยู่ต่อ วันนี้เขาได้กวนอารมณ์เสนาบดีหว่านอย่างที่ตั้งใจแล้ว

“ในเมื่อเสร็จพิธีแล้ว ข้าคงต้องขอตัว คุณหนูรอง ท่านไปส่งข้าได้หรือไม่”

หว่านอี้หนิงมองบิดา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าอนุญาตนางถึงได้เอ่ยปาก “เชิญใต้เท้ากงเจ้าค่ะ“

หลังจากที่แขกเดินออกไป ฟางเซียนมองสามี “ท่านพี่“

“หุบปาก เจ้าทำข้าเสียหน้า ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ชอบอี้หนิง แต่ปิ่นก็ไม่ควรธรรมดามากขนาดนี้ เพราะข้ามีเรื่องให้คิดมากมายถึงได้ละเลยมองข้าม อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”

หว่านอี้อันพูดจบสะบัดชายเสื้อเดินออกไป ในหัวเขากำลังคิดว่ากงหยางต้านมาก่อกวน หรือว่าเขามีความสัมพันธ์อื่นใดกับบุตรสาวคนรอง เรื่องนี้เขาต้องให้คนออกไปสืบมาให้กระจ่าง

ฟางเซียนที่ถูกสามีตำหนิหน้าเสีย นั่งมองคนอื่นในห้องที่กำลังใช้สายตาเยาะเย้ยถากถาง สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร กระทืบเท้าหงุดหงิดอารมณ์เสียเดินออกไปอีกคน

หว่านอี้หนิงเดินมาส่งแขกที่อยู่ ๆ ก็โผล่มา นางมองเขา

“ขอบคุณใต้เท้ากงที่มาร่วมงาน“

“อันที่จริงข้าไม่ได้ตั้งใจมาร่วมงานปักปิ่นเจ้า แต่ได้ข่าวมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนอนุคนหนึ่งในจวนถูกฆ่าตาย ที่น่าแปลกก็คือเสนาบดีหว่านไม่ได้แจ้งทางการ เขาเร่งรีบจัดการกับศพ อีกทั้งยังไม่สืบหาความจริง ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ ข้าก็เลยอยากลองมาที่นี่สักครั้ง ไม่คิดว่าจะมาถูกเวลาเป็นวันปักปิ่นของเจ้า”

“ไม่ว่าใต้เท้าจะมาด้วยเหตุผลใด แต่ก็ถือว่าวันนี้มาเป็นแขกในพิธีสำคัญของข้าแล้ว ข้าน้อยต้องขอบคุณ”

กงหยางต้านจ้องมองสีหน้าท่าทางของนาง เขาสนใจตั้งแต่วันที่เจอนางกับศพสองศพแล้ว และการตายของอนุคนหนึ่งในจวนเขาสงสัยนางอีกด้วย เขาขยับเข้าไปใกล้ พูดเสียงเบา

“มาวันนี้เรื่องที่สนใจตอนแรกกลับไม่สนใจ เรื่องที่น่าสนใจคือเรื่องตรงหน้า งานเลี้ยงของข้าหวังว่าคุณหนูรองจะให้เกียรติไปร่วมงาน”

หว่านอี้หนิงมองเขาเดินออกไป ในใจเต้นเป็นจังหวะ หากแต่เก็บงำได้ดี นางรู้ว่าเขาเก่งมาก เพียงมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง เขามองเห็นความผิดปกติทั้งหมดและกำลังสงสัยนางถึงได้มาวันนี้

อันที่จริงเขาสงสัยตั้งแต่ที่เจอนางกลางทางแล้ว แต่นางไม่สน เขาอยากสงสัยก็ให้สงสัยไป ล่วงเลยมาถึงเวลานี้แปลว่าเขาไม่คิดเล่นงานนาง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป