บทที่ 4 กลับจวน

บทที่ 3

กลับจวน

ด้านในรถม้า หว่านอี้หนิงนั่งนิ่งดั่งคนไร้ชีวิตจิตใจ ในหัวครุ่นคิดเรื่องราวในชาติก่อนที่ต้องเผชิญหลายสิ่งมากมายจนอยากตายวันละสิบหน

ความทุกข์ทรมานของนางในชาตินั้นกลับกลายเป็นรอยยิ้มของผู้คนรอบตัว มือทั้งสองเริ่มถูไปทั่วตัวยามคิดถึงสัมผัสสกปรกจากเหล่าบุรุษกักขฬะที่หาความสุขจากเรือนร่างของนาง

คนพวกนั้นเห็นนางเป็นของเล่น คนมากมายที่สามีชั่วเอานางไปเสนอขายล้วนแต่เป็นเหล่าขุนนางฐานะสูงและคหบดีตระกูลร่ำรวย นางยิ่งคิดยิ่งอยากฉีกทึ้งร่างกายตัวเองออกเพื่อให้หลงลืมสัมผัสสกปรกพวกนั้นจนเนื้อตัวที่ถูกมือถูแดงจนแสบ หว่านอี้หนิงถึงได้สติขึ้นมา

นางยังไม่ได้รับความทรมานนั้นในชาตินี้ แต่ความเจ็บปวดรู้สึกทรมานนี้นางจะไม่มีทางหลงลืม

“เจียงฉาง ชาตินี้อย่าหวังได้เป็นสามีข้า”

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น แววตาอาฆาตจับจ้องออกไปนอกรถม้า คิดถึงจวนหว่านและจวนเจียงที่ทรมานนางแทบตายจนจิตใจแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี สุดท้ายคือคิดถึงเพื่อนคนเดียวในชีวิตก่อน นางอยากเจอพวกเขาจะแย่

ดวงตาดอกท้อที่หม่นแสงเปลี่ยนเป็นวูบไหวทอประกายความหวังเมื่อคิดว่าอนาคตของนางเปลี่ยนแล้ว

จวนหว่าน

ขบวนรถม้าที่คุ้มกันโดยหน่วยทมิฬมาหยุดที่หน้าจวนหว่าน กงหยางต้านมองจินเข่อ ส่งสัญญาณให้เข้าไปเคาะประตู เขามองไปที่รถม้าด้านหลัง คิดถึงแววตาหวาดกลัวที่ดูประหลาด มันเหมือนนางกลัว แต่ที่จริงไม่กลัว ดูผิดปกติจนน่าสงสัย

บานประตูจวนหว่านเปิดกว้างออก พ่อบ้านจ้านเดินออกมาด้วยท่าทีเร่งรีบยามเห็นว่าผู้ใดที่มาเคาะประตู เมื่อเขาลงมาถึงด้านล่าง รีบไปค้อมกายท่าทีตื่นตะหนก

“ข้าน้อยคารวะใต้เท้า” พ่อบ้านจ้านไม่กล้าเงยหน้า พอรู้ว่าเป็นหน่วยทมิฬที่มาถึงจวน ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

กงหยางต้านมองพ่อบ้านของจวนด้วยแววตาเย็นชา เครื่องหน้าหล่อเหลาไม่แสดงออกถึงอารมณ์ “ข้าพาคุณหนูรองมาส่ง”

พ่อบ้านจ้านเงยหน้าขึ้น ท่าทีตกใจจนหน้าถอดสี เขาเบนสายตาไปที่รถม้า พบว่าเป็นรถม้าคันเก่าของจวนที่ออกไปส่งคุณหนูรองเมื่อสามปีก่อน ในใจพลันตื่นตกใจยิ่งกว่าเดิม ไฉนคุณหนูรองถึงได้ถูกพาตัวมาส่ง ผู้มาส่งยังเป็นหน่วยทมิฬที่ขึ้นตรงต่อฝ่าบาท มีอำนาจในการตรวจสอบทุกอย่างในใต้หล้า

“คะ…คุณหนูรอง” พ่อบ้านจ้านทวนชื่อผู้ที่อยู่ในรถม้า

ทุกอย่างไม่รอดพ้นสายตาเฉียบคมของกงหยางต้าน แปลว่าที่เขาคิดเอาไว้ถูกต้อง สตรีงามในรถม้าคือคุณหนูที่จวนหว่านหลงลืมไปแล้ว มิน่า ฐานะสูงส่งแต่สวมใส่เสื้อผ้าเก่า ไหนจะขาดแคลนเครื่องประดับ ปิ่นสักอันยังไม่มีปักด้วยซ้ำ

“นางเกิดเรื่องตอนกลับมาจากอารามจินซี คนที่มากับนางสองคนถูกโจรฆ่าตาย ข้าผ่านทางจึงอาสาพานางกลับมาส่ง หากว่าท่านเสนาบดีหว่านมีคำถาม บอกเขาไปถามข้าได้ที่หน่วยทมิฬแล้วกัน ข้าจะรอเขา หากเขาสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างทางของบุตรสาวคนรอง”

กงหยางต้านว่าแล้วก็ควบม้าตรงดิ่งไปที่หน่วยของเขาเพื่อจัดการคดีที่เขาพึ่งออกไปปิด ไม่คิดสนใจเรื่องผู้อื่นอีก

วันนี้ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว ด้วยปกติเขาไม่ค่อยให้ความช่วยเหลือผู้ใดมากมายนัก

พ่อบ้านจ้านมองตามแล้วกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก คุณหนูรองที่พวกเขาหลงลืมไปแล้วกลับมาคนเดียวไม่พอ ยังมีหัวหน้าหน่วยทมิฬมาส่งถึงจวน เวลานี้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างมุงดูด้วยความสนใจ ทำให้เขายิ่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เดินไปที่รถม้าเคาะเสียงเบา

“คุณหนูรอง”

หว่านอี้หนิงนั่งฟังคนด้านนอกคุยกันมานานแล้ว ตลอดเส้นทางนางคิดถึงคนพวกนี้มาก คิดถึงจนอดไม่ไหว อยากเจอใจจะขาด

เมื่อเสียงเรียกของพ่อบ้านจ้านดังเข้ามา หว่านอี้หนิงเพียงเปิดประตูแล้วก้าวออกมาจากรถม้า นางจ้องมองพ่อบ้านจ้านที่ยืนอยู่ด้านล่าง

พ่อบ้านจ้านยืนนิ่งมองความงามของคุณหนูตนเอง สามปีคุณหนูรองเติบโตขึ้นมาก ความงามยังเด่นชัดมากกว่าเดิม เขารออยู่นานไม่เห็นคุณหนูรองลงมาถึงได้คิ้วขมวดเอ่ยเสียงหงุดหงิดเบา ๆ

“ไยคุณหนูไม่ลงมา”

หว่านอี้หนิงมองพ่อบ้านจ้านที่ตีตัวเสมอนางตั้งแต่ที่มารดานางเสีย ทำตัวเหนือนางทั้งที่ตัวเองเป็นบ่าวคนหนึ่ง

“เก้าอี้”

พ่อบ้านจ้านพึ่งได้สติ เขามองดวงตาเย็นชาของเด็กสาว อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกขนลุกแปลก ๆ หันไปสั่งการคนด้านหลังเอาเก้าอี้มา พลางเรียกสาวใช้คนหนึ่งมาประคองคุณหนูรองเข้าจวน

หว่านอี้หนิงลงจากรถม้า เงยหน้ามองป้ายจวน จากไปสามปีเหมือนสิบปี ไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่มีเพียงนางเท่านั้นที่เปลี่ยน

ชาติก่อน เมื่อกลับมานางเต็มไปด้วยความสุขความหวัง คิดว่าความทรมานจะจบลงแล้ว พอกลับมาเป็นคุณหนูรอง ทุกอย่างจะเหมือนฝัน ไม่มีใครกล้ากลั่นแกล้งรังแก ไม่ต้องรับความอัปยศ ที่ไหนได้มันหนักหนากว่าเดิม นางมองคนในด้านที่ดีเกินไป วางใจคนง่ายจนสุดท้ายตัวเองพานพบจุดจบเลวร้ายตายทั้งเป็น

คนจวนหว่านไม่มีใครหวังดีกับนางจากใจจริง แม้แต่บิดาให้กำเนิดยังไม่รักนางด้วยซ้ำไป เขาเห็นนางเป็นแค่หมากที่ทำประโยชน์ให้ได้หรือไม่ เขาไม่เคยรักใครจริง

“คุณหนูเข้าจวนได้แล้ว” พ่อบ้านจ้านที่ยืนด้านหลัง เห็นว่าผู้คนกำลังพูดคุย เขายิ่งกังวลเร่งรีบให้เด็กสาวเข้าไปด้านในทันที

หว่านอี้หนิงไม่ได้พูดอะไร นางเพียงเดินเข้าไปด้านใน เมื่อมาถึงเรือนรับรอง พ่อบ้านจ้านบอกนางหยุดก่อน เขาจะไปรายงานบิดากับฮูหยินรองแล้วจึงให้นางเข้าไป นางไม่มีสิ่งใดติดขัด เพียงยืนนิ่งมองจวนใหญ่โต ดวงตากลมโตกวาดมองไปทุกทิศทาง ซึมซับเรื่องราวหนหลังก่อนออกจากจวนไปเผชิญความลำบากสามปีเต็มที่อารามจินซี

“คุณหนู นายท่านเรียกท่านแล้ว” พ่อบ้านจ้านออกมาแจ้งพลางมองเด็กสาวตรงหน้าที่เขาไม่คิดว่าจะกลับมา

หว่านอี้หนิงยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มแรกหลังจากที่เข้ามาเหยียบจวนตระกูลหว่าน นางก้าวเข้าไปในห้องโถงเรือนรับรองที่มีไว้สำหรับรับแขกสำคัญ

ใบหน้าของเด็กสาวมีรอยยิ้มเบาบางบนใบหน้า ส่งให้หว่านอี้หนิงดูงดงามอ่อนหวานขึ้นอีกเท่าตัว นางก้าวเข้าไปในด้านในโถงด้วยท่วงท่าสง่างามสมกับเป็นบุตรสาวสายตรงของฮูหยินเอกของจวน กิริยามารยาทหาที่ติไม่ได้ด้วยซ้ำ

ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนมองตรงไปที่บิดาที่ไม่ได้พบหน้าสามปี แล้วเบนสายตามองสตรีแซ่ฟางที่เป็นคนใส่ร้ายนาง บิดาดูแก่ลงไปมาก อาจเพราะงานในมือที่หนักหนา ส่วนฟางเซียน สตรีน่ารังเกียจผู้นี้ยังหยิ่งยโสเช่นเคย ผลจากบิดาของนางให้ความโปรดปรานมากจนเกินไป

“ลูกคารวะท่านพ่อ” หว่านอี้หนิงเอ่ยเสียงราบเรียบ

หว่านอี้อันมองบุตรสาวที่เขาลืมไปแล้ว สามปีที่นางไม่อยู่จวนเหมือนสิบปีที่เขาไม่พบหน้า อาจเพราะว่าเขาไม่อยากให้นางมีตัวตนอีกแล้ว บุตรที่เกิดจากสตรีที่ไม่ได้รักย่อมไม่อยากใส่ใจ

ฟางเซียนมองเด็กสาวตรงหน้า ยิ่งเห็นความงามที่มากกว่าเก่าของหว่านอี้หนิง ในใจเกิดความเกลียดชังมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ความงามนี้ทำให้นางอยากให้เด็กตรงหน้าตายที่ด้านนอกมากกว่ากลับมา

“พ่อบ้านจ้านบอกว่าหน่วยทมิฬมาส่งเจ้า” หว่านอี้อันเอ่ยถามด้วยเสียงดุดัน เขาจ้องมองบุตรสาวด้วยแววตาไม่พอใจที่การกลับมาสร้างปัญหาขนาดนี้ เพราะไม่รู้หลังจากนี้จะมีอะไรตามมาบ้าง

หว่านอี้หนิงมองบิดา “เจ้าค่ะ”

“ทำไมเป็นพวกเขามาส่งเจ้า ไยเจิงหมัวมัวไม่มาด้วย”

คำถามนี้เป็นฟางเซียนที่เอ่ยปากถาม นางมองไปด้านนอก ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจิงหมัวมัวที่นางสั่งให้ไปดูแลหว่านอี้หนิงยามที่อยู่อารามจินซี

“นางตายแล้วเจ้าค่ะ รวมถึงป่านโม่ บุตรชายของนาง ทั้งสองตายแล้วเลยไม่ได้กลับมา”

หว่านอี้หนิงตอบเสียงเรียบแววตาไร้ความกลัว

ฟางเซียนฟังแล้วตกใจ “เจ้าว่าอะไรนะ ทำไมเกิดเรื่อง ตายได้ยังไง”

หว่านอี้หนิงมองไปที่บิดาที่นั่งเงียบให้ภรรยาคนโปรดออกปากถาม

“เดินทางมาได้ครึ่งทาง รถม้าถูกโจรปล้น เวลานั้นเจิงหมัวมัวให้ข้าลงไปพักได้ ตอนนั้นข้าเดินไปที่ริมลำธารจึงรอดมาได้เพราะถูกหน่วยทมิฬช่วยเหลือเจ้าค่ะ”

สีหน้าหว่านอี้อันมืดครึ้มลงหลายส่วน “พวกเขาเลยพาเจ้ามาส่ง”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ” หว่านอี้หนิงตอบแล้วก้มหน้าไม่คิดมองใคร ในโถงแห่งนี้มีเพียงหว่านอี้อันกับฟางเซียนคิดว่าคนอื่นคงยังไม่รู้ว่านางมาถึงแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป