บทที่ 5 ฐานะคุณหนูรอง

บทที่ 4

ฐานะคุณหนูรอง

หลังจากได้คำตอบ ใบหน้าของหว่านอี้อันเกิดความยุ่งยากใจ เขามองบุตรสาวคนรองแล้วมองภรรยารองตนเอง

“ในเมื่อกลับมาแล้วเจ้าไปพักก่อน” หว่านอี้อันเอ่ยปากตัดบทดื้อ ๆ เพราะไม่ต้องการคิดอะไรมากมาย เขายังมีงานต้องออกไปจัดการอีกมาก

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านกลับมาแล้ว คุณหนูของข้า” ซิ่วอิงวิ่งเข้ามาพลางมาหยุดที่หน้าของหว่านอี้หนิง ร้องไห้ออกมาราวกับดีใจเมื่อเห็นว่าคุณหนูรองมาถึงจวนแล้ว

หว่านอี้หนิงมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชา ซิ่วอิงเดิมทีเป็นคนสนิทของมารดานาง แต่พอมารดานางเสียใจกับความมักมากของบิดา อีกฝ่ายยังไม่คิดเห็นใจ ทำให้มารดาของนางเจ็บช้ำกว่าเดิม ปีนเตียงหว่านอี้อันจนได้เป็นอนุ หลังจากนั้นมารดาของนางยิ่งเสียใจมากจนสุดท้ายตรอมใจตาย

แต่ใครจะเชื่อก็เชื่อไป หว่านอี้หนิงไม่ขอเชื่อ มารดาของนางไม่ได้อ่อนแอมากขนาดที่จะเสียใจเพียงเพราะสามีมักมาก

ซิ่วอิงคิดเข้ามาจับที่แขน แต่หว่านอี้หนิงเบี่ยงตัวหลบทำเอาซิ่วอิงเสียหน้า

“คุณหนู ข้าคิดถึงท่านมาก ห่วงท่านใจจะขาด”

“หากอนุซิ่วห่วงข้าจริง อารามจินซีอยู่นอกเมืองแต่ไม่ได้ห่างไกลมากขนาดที่ว่าไปเยี่ยมข้าไม่ได้ สามปีที่ผ่านมาไยไม่เห็นท่านไปหาสักหน่อย” หว่านอี้หนิงพูดแล้วจ้องมองนิ่ง ๆ

ซิ่วอิงเหมือนคนโง่งมยามถูกถาม “คือว่า…ข้ากลัวว่าจะไปรบกวน”

หว่านอี้หนิงไม่สนใจสตรีน่ารังเกียจอีก หันไปมองบิดา

“ลูกขอตัวไปพักก่อน”

หว่านอี้อันเพียงโบกมือไล่ให้ไป ก่อนลุกขึ้นเดินออกไปเช่นนั้น ทำให้ทั้งห้องโถงเหลือเพียงฟางเซียนกับซิ่วอิง

ฟางเซียนเดินมาหาอนุของสามีที่นางไม่ชอบหน้า

“ดูเหมือนแผนเจ้าที่จะเล่นบทคนดีจะไม่ได้ผลนะ ท่านพี่เองก็ยังมองออกว่าเจ้าเสแสร้ง”

ซิ่วอิงได้ยินแล้วเลือดขึ้นหน้า “เจ้า”

“ข้าเป็นถึงฮูหยินรองของจวน เจ้ากล้าดียังไงมาชี้หน้าข้ากัน ตัวเองเป็นแค่อนุที่ท่านพี่ไม่ได้โปรดปราน อย่าคิดว่าตัวเองเหนือข้าสิ”

ฟางเซียนพูดจบก็เดินออกไปด้านนอก ทิ้งให้ซิ่วอิงกระทืบเท้าเพราะไม่พอใจที่ถูกถากถาง

เรือนหลันฮวา

ฟางเซียนกลับมาพบว่าบุตรสาวมารออยู่ก่อนแล้ว นางเดินเข้าไปนั่งลง

“เจ้ามาทำไมกัน” ฟางเซียนถามบุตรสาวพลางโบกมือไล่คนอื่นออกไปจากห้อง

หว่านลู่หลินทำหน้าไม่พอใจ เดินไปนั่งข้างมารดา ถามเสียงหงุดหงิด

“ข้าได้ยินว่านังหว่านอี้หนิงกลับมาแล้ว พอมาถึงยังมีหน่วยทมิฬมาส่ง ทำเอาผู้คนสนใจ แล้วนางยังเผยใบหน้าทำให้ตอนนี้ด้านนอกมีแต่คนพูดเรื่องของนาง เอานางมาเปรียบเทียบกับข้าว่าใครงดงามกว่ากัน ไหนท่านแม่บอกให้นางกลับมาเงียบ ๆ”

ฟางเซียนมองบุตรสาวด้วยสายตาตำหนิ

“หากมีคนอื่นอย่าได้พูดเช่นนี้ เจ้าจะถูกมองว่าไม่มีมารยาทรู้กฎธรรมเนียม จะยังไงนางก็ถือว่าเป็นพี่สาวเจ้า คนนอกมองเจ้าไม่ดีแน่หากเจ้าหลุดเช่นนี้อีก ส่วนที่นางถูกหน่วยทมิฬพามาเพราะนางประสบเรื่องร้ายกลางทางเท่านั้น”

หว่านลู่หลินไม่พอใจ แต่ว่าไม่กล้าโต้เถียงมารดา

“เจ้าค่ะ ข้าจะระวัง”

ฟางเซียนยิ้มพอใจ “เจ้าเข้าใจอะไรง่ายเช่นนี้ก็ดี”

“แล้วท่านแม่ทำไมต้องให้นางกลับมาด้วย ข้าไม่เข้าใจเลย ท่านให้นางรอดกลับมาได้ยังไง”

“ข้าไม่คิดให้นางรอดกลับมาที่นี่ แต่เรื่องนี้จำเป็น หากนางตาย จวนตวนจะไม่พอใจ อีกอย่างนางกลับมาใช่ว่าจัดการไม่ได้เสียหน่อย เจ้าจะร้อนใจทำไมกัน”

“ที่ว่าประสบเรื่องร้าย เรื่องอะไรถึงขั้นเป็นหน่วยทมิฬมาส่ง” หว่านลู่หลินถามต่อ

“กลางทางพบโจร เจิงหมัวมัวกับป่านโม่ตาย นางถึงได้กลับมากับหน่วยทมิฬที่ไปพบนางและเข้าช่วย ตอนนี้ยุ่งยากขึ้น คงต้องรอไปก่อน หลังเรื่องราวเล็กน้อยค่อยหาทางจัดการนาง”

หว่านลู่หลินกัดริมฝีปากไม่ชอบใจ “ทำไมโจรพวกนั้นไม่ฆ่านางให้จบ ๆ”

“เย็นไว้ก่อน การที่นางรอดมาถึงที่นี่ใช่ว่าหลังจากนี้นางจะรอดอีก”

“แล้วท่านแม่ให้นางพักที่ไหน เรือนเก่านางหรือ”

หว่านลู่หลินถามเพราะไม่อยากให้หว่านอี้หนิงได้อยู่เรือนหลังเก่า

ฟางเซียนใช่ไม่รู้ความคิดบุตรสาว “อย่างไรก็อดทนไปก่อน อย่าออกหน้าให้มาก ข้าให้ลี่จูไปจัดการแล้ว หลังจากนี้ถ้านางรู้จักอยู่อย่างเงียบ ๆ ก็จะยิ่งดี”

“ท่านแม่ อีกสองเดือนจะมีการแข่งขันชิงตำแหน่งหญิงงาม หากหว่านอี้หนิงโผล่ออกไปด้านนอก ตำแหน่งนี้ข้ายากจะได้ แค่นางเผยหน้าเมื่อครู่ก็ทำชื่อเสียงด้านความงามข้าสั่นคลอนแล้ว”

หว่านลู่หลินเอ่ยกับมารดา เรื่องความงามของหว่านอี้หนิงประจักษ์แต่เด็ก ทำให้นางริษยาผู้เป็นพี่สาว ความงามของนางด้อยกว่าอีกฝ่ายสองสามส่วนตั้งแต่เด็ก ทำให้นางเกลียดพี่สาวต่างมารดาผู้นี้มาก

ฟางเซียนเข้าใจดี นางหวังให้บุตรสาวได้ตำแหน่งนี้เพื่อหน้าตาตระกูลและอนาคตบุตรสาว

“ข้าจะจัดการนางเอง เจ้าไม่ต้องทำอะไร ต่อจากนี้พยายามเรียนศาสตร์ต่าง ๆ และเตรียมตัวให้พร้อม อย่าสนใจเรื่องอื่น”

หว่านลู่หลินทำหน้ายุ่งยากใจ “เจ้าค่ะ”

เรือนเหมยกุ้ย

หว่านอี้หนิงเงยหน้ามองเรือนที่นางจากไปนานสามปี ดูเก่าลงมากคงเพราะไม่ได้รับการดูแล แต่เรือนเหมยกุ้ยนี้อยู่ห่างจากเรือนอื่นมากพอสมควร และมีขนาดที่ใหญ่กว่าเรือนบุตรชายหญิงคนอื่น

“สาวใช้สองคนนี้ข้าเลือกมาให้ดูแลคุณหนู” ลี่จูพูดแล้วมองไปด้านหลังตัวเอง นางคือสาวใช้คนสนิทของฮูหยินรอง

หว่านอี้หนิงปรายตามองสาวใช้สองคนที่ถูกพาตัวมาให้ ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายเลือกคนแบบไหนมา “ข้าจะเลือกสาวใช้เอง พวกนางรับใช้ชั่วคราวเท่านั้น”

ลี่จูชักสีหน้าไม่พอใจทันที “คุณหนู ท่านจะมาเรื่องมากไม่ได้ ฮูหยินรองเมตตาจัดการให้ ท่านยังเรื่องมากอีก พวกนางไม่ใช่แค่อยู่ที่นี่ชั่วคราว แต่ว่าจะอยู่ตลอดไป”

“ทำไมข้าจะเรื่องมากไม่ได้ ข้าเป็นถึงคุณหนูรองของจวน พรุ่งนี้ข้าจะกลับจวนตวนไปหาท่านตา ฝากเจ้าบอกฮูหยินรองด้วย”

“นี่ท่าน” ลี่จูชี้หน้าคุณหนูเรื่องมากตรงหน้าที่ไม่รู้ฐานะตัวเอง

หว่านอี้หนิงจ้องมองสาวใช้ใจกล้าตรงหน้าที่ไม่รู้ฐานะตัวเอง ในชาติก่อนลี่จูกลั่นแกล้งนางสารพัด แม้แต่ของเน่าบูดยังเอามาให้นางกิน คิดว่าฮูหยินรองให้ท้ายแล้วทำอะไรก็ได้ อีกทั้งชาติก่อนนางกลัวอำนาจฟางเซียนมากจนไม่กล้าต่อกร แต่ไม่ใช่นางในตอนนี้ที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย

เพียะ…

หว่านอี้หนิงเงื้อมือตบลงที่ใบหน้าของลี่จู ทำเอาสาวใช้สองคนด้านหลังตกใจจนหน้าเสีย แม้แต่ลี่จูก็ตกใจอ้าปากค้าง เอามือกุมหน้าตัวเอง แววตาเต็มไปด้วยความแตกตื่น

“ก้าวร้าวนายทั้งที่ตัวเองเป็นแค่บ่าว ถือว่าสั่งสอนเท่านี้นับว่าเบา ข้าเป็นถึงคุณหนูรอง เจ้านับเป็นตัวอะไรได้อีก กลับไปได้แล้ว ช่วงเย็นค่อยให้พ่อบ้านจ้านพาสาวใช้มาให้ข้าเลือก ส่วนเจ้าสองคนตามข้ามา”

ลี่จูอยากด่าทอ แต่ความเจ็บที่ใบหน้าทำให้นางไม่กล้าพูดอะไร ทำได้แค่กระทืบเท้าเดินกลับไปฟ้องเจ้านาย

หว่านอี้หนิงเข้าไปด้านในเรือน พวกเขาตามตัวนางกลับมา รู้ว่านางต้องมาถึงกลับไม่ทำความสะอาดเรือนทั้งหลัง ที่นางยังไม่ไล่สาวใช้สองคนกลับไปเพราะเหตุผลนี้ เรือนหลังนี้ไม่เล็ก นางทำความสะอาดคนเดียวไหวที่ไหน

“พวกเจ้าสองคนทำความสะอาดเรือน” หว่านอี้หนิงออกคำสั่งพลางเดินไปนั่ง

สาวใช้สองคนมองหน้ากันไปมาต่างไม่อยากทำ การกระทำนี้นางเข้าใจ คิดมารังแกแต่กลับถูกใช้งาน

“กวาดถูให้สะอาด หากไม่สะอาด ข้าจะให้พ่อบ้านจ้านลงโทษพวกเจ้า ลองดูสิว่าระหว่างสาวใช้กับคุณหนู ผู้ใดจะเหนือกว่า”

สุดท้ายสาวใช้ทั้งสองต่างยอมทำงานอย่างไม่เต็มใจ หว่านอี้หนิงมองด้วยใบหน้าเย็นชา แววตาไร้อารมณ์ ทุกอย่างเคยเกิดขึ้นแล้ว พอมันวนกลับมารอยเดิมนางถึงรู้ว่าควรทำยังไง

ชีวิตก่อนนางขี้ขลาด กลับมาถึงเมื่อเข้าจวนต่างถูกสายตาบ่าวไพร่ดูถูกถึงกิริยามารยาทที่ไม่สมกับเป็นคุณหนูในห้องหอ เข้าเรือนยังต้องมาทำความสะอาดเรือนทั้งหลังเองโดยมีเจิงหมัวมัวด่าทอให้เร่งรีบ ราวกับว่าตัวเองคือเจ้าของเรือนส่วนนางเป็นสาวใช้

ตอนนี้มันดีมากที่นางมองสาวใช้สองคนที่ได้มาทำงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป