บทที่ 7 สนใจ
บทที่ 6
สนใจ
หว่านอี้หนิงกลับเข้ามาในห้องนอน นางเปิดกล่องเครื่องประดับขนาดเล็กที่หยิบออกมาจากห้องลับออก ด้านในมีปิ่นด้ามหนึ่งวางอยู่ ปิ่นนี้เป็นตัวแทนของมารดาของนาง สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของนางเอาไว้
ชาติก่อนด้วยโง่งม คืนสินเดิมของมารดาให้คนพวกนั้น ปิ่นชิ้นนี้เลยตกเป็นของหว่านลู่หลิน ชาติก่อนนางไม่อาจรักษาสิ่งของของมารดาไว้ได้สักอย่าง
“ท่านแม่ ข้าจะไม่ผิดซ้ำสอง” หว่านอี้หนิงนัยน์ตาเศร้า มองปิ่นบนโต๊ะด้วยความรู้สึกผิด
เสียงจากด้านนอกทำให้หว่านอี้หนิงลุกขึ้นออกไปด้านนอกก่อนพบลี่จู
ลี่จูมองเจ้าของเรือน “ฮูหยินรองให้มาบอกว่าพรุ่งนี้คุณหนูรองไม่ควรเร่งรีบไปด้านนอก นายท่านก็คิดว่ายังไม่เหมาะสม รอเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยกลับจวนมารดาเถอะ”
“ข้าจะไม่ออกไปข้างนอกก็ได้ แต่ฝากบอกแม่รองด้วยว่าชุดของข้าเก่าหมดแล้ว หากนางมีน้ำใจก็ควรเชิญช่างตัดเสื้อเข้ามาวัดตัวข้าสักหน่อย” หว่านอี้หนิงพูดจบก็ไอออกมาหลายครั้ง ทำเอาลี่จูขมวดคิ้วยุ่งมอง
ลี่จูทำท่าทีไม่พอใจทันที “คุณหนูรองจะสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว เสื้อผ้าก็ยังใส่ได้อยู่ ยังอยากจะตัดใหม่อีก”
“เรื่องนี้หาใช่เรื่องที่สาวใช้อย่างเจ้าจะมายุ่ง ข้าเป็นถึงคุณหนูรองของจวน แค่เพียงตัดชุดใหม่คงไม่ทำให้จวนทั้งหลังสิ้นเปลืองเงินทองไปมากมาย พรุ่งนี้ช่างตัดชุดต้องมาที่เรือนของข้า เข้าใจหรือไม่”
หว่านอี้หนิงไม่รอฟังคำตอบ หันหลังกลับเข้าเรือนทันที
เรือนหลันฮวา
ฟางเซียนฟังสาวใช้คนสนิทแล้วยิ้มเย้ยหยัน
“นางช่างอวดดีจริง ๆ”
ลี่จูหน้านิ่วมากขึ้นเพราะไม่พอใจตั้งแต่ที่ตัวเองถูกตบ
“จะตามใจนางหรือเจ้าคะ”
“เพื่อให้นางยอมทำตามที่ข้าต้องการก็คงต้องยอมตามใจนางสักหน่อย เจ้าออกไปแจ้งช่างตัดชุดที่เราใช้งานประจำว่าพรุ่งนี้ให้มาตัดชุดให้กับนางซักสามสี่ชุด แต่ไม่ต้องใช้ผ้าที่ราคาแพงจนเกินไป เข้าใจหรือไม่ อีกทั้งแบบของชุดก็ไม่ต้องทันสมัย”
ลี่จูยิ้ม “เจ้าค่ะ จริงสิ วันนี้เห็นว่านางตามหมอเทียนช่วงค่ำ”
“นางเป็นอะไร” ฟางเซียนถามอย่างสนใจ
“ตอนบ่าวไปแจ้งนางเรื่องนายท่านไม่อนุญาตให้กลับจวนตวน นางไอออกมา ดูท่าจะเจ็บป่วย”
“เช่นนั้นช่างนางเถอะ แล้วอย่าลืมกำชับคนของเราจับตามองนางเอาไว้ด้วย ข้าไม่อยากให้มีสิ่งผิดพลาด”
“เจ้าค่ะ”
หว่านอี้หนิงใช้เวลาทั้งคืนในการทบทวนเรื่องราวในชาติก่อน นางไม่อยากตกหล่นอะไรไปสักเรื่อง เพราะกลัวว่าจะทำให้พลาดสิ่งสำคัญ
การกลับมาครั้งนี้มีจุดหมาย และเรื่องที่ว่า นางจะได้ใช้เป็นเครื่องมือ
“คุณหนู น้ำชาเจ้าค่ะ” เฟยฮวาเจ้ามาในห้อง วันนี้นางออกไปข้างนอกพร้อมเฟยเมี่ยวหลังทำความสะอาดห้องครัวด้วยต้องซื้อของใช้จำเป็นในเรือนอย่างชุดชา ผ้าห่ม ผ้าม่าน เรื่อยไปยังของจุกจิกอื่น ๆ ด้วยในเรือนทั้งหลังแทบไม่มีอะไรเลย
หว่านอี้หนิงมองถ้วยชา “เจ้าเลือกลวดลายได้ดี”
เฟยฮวามองลวดลายชุดน้ำชา “ข้าเห็นว่าเรือนทั้งหลังตกแต่งด้วยภาพวาดดอกเหมยกุ้ย จึงคิดว่าชุดชาลายดอกเหมยกุ้ยน่าจะเหมาะเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ของข้าชอบดอกเหมยกุ้ยมาก พรุ่งนี้เจ้าเอาเงินออกไปซื้อมาปลูกหน้าเรือนแล้วกัน เป็นการเพิ่มสีสันให้เรือนเหมยกุ้ยที่ร้างมานาน”
“เจ้าค่ะ”
หน่วยทมิฬ
กงหยางต้านลบภาพหว่านอี้หนิงออกจากหัวไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าความงามของนางที่ทำให้เขาไม่อาจลืมเลือนใบหน้านาง แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นยามที่จ้องมองนางต่างหากที่ทำให้เขาสนใจนาง
เขารับรู้ได้ว่านางไม่ปกติ
“ได้เรื่องแล้วขอรับ” จินเข่อเข้ามาด้านในหลังออกไปสืบเรื่องคุณหนูรองจวนหว่านตามที่ได้รับมอบหมาย
“ว่ามา” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความเย็นชาสิบส่วน
“คุณหนูรองเกิดจากฮูหยินใหญ่ของจวนที่สิ้นใจไปเมื่อหกปีก่อน หลังจากมารดาของคุณหนูรองตายไปสามปี นางก็อยู่อย่างไร้ตัวตนในจวน ไม่ได้รับความสำคัญ แทบไม่ได้ออกจากจวน งานเลี้ยงที่ไปมีแค่งานเลี้ยงสำคัญเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วไม่ไปไหน พออายุย่างสิบสาม นางทำความผิด วางยาฮูหยินรองของจวนเพราะไม่พอใจที่อีกฝ่ายทำโทษ จนสุดท้ายนางถูกส่งไปอารามจินซีเป็นการลงโทษ”
กงหยางต้านคิดถึงสตรีที่นิ่งเงียบตลอดการเดินทางกลับเข้าเมือง นางไม่ได้สนใจใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาเหมือนสตรีคนอื่น ไม่สนใจไถ่ถามชื่อของเขาด้วยซ้ำ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาสนใจ สตรีที่ไม่สนใจเขามีน้อยนิด เรียกว่าไม่มีเลยก็ได้
“แล้วชีวิตของนางในอารามจินซีเป็นยังไง”
“คนในจินซีบอกว่าสามปีที่คุณหนูรองถูกขังเอาไว้ในจวนท้ายอาราม แต่ละวันต้องทำงานหนัก ถูกสาวใช้ที่ติดตามไปรับใช้ใช้งานเหมือนทาสคนหนึ่ง ทั้งสองเปลี่ยนสถานะกัน บ่าวรับใช้กลายเป็นเจ้านาย ส่วนเจ้านายกลายเป็นบ่าวรับใช้ แต่ละวันถูกตบตีด่าทอ ต้องทำงานหนัก แม้ว่าคนอื่นในอารามจะสงสารเห็นใจ แต่พอรู้ดีว่าจวนหว่านทอดทิ้งเลยไม่กล้ายุ่ง”
“ชีวิตนางลำบากไม่น้อย”
“เรื่องที่นางลงมือวางยาฮูหยินรองจวนหว่าน ข้าคิดว่าไม่น่าจริงขอรับ” จินเข่อออกความเห็น
“จริงหรือไม่ไม่เกี่ยวกับเรา ที่ข้าให้เจ้าไปหาข้อมูลของนาง เพราะว่าการตายของหญิงรับใช้วัยชราและคนขับรถม้าที่ติดตามนางกลับมาจากเมืองหลวงสำหรับข้าคิดว่ามันมีปัญหา แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าเห็นแก่ความลำบาก สามปีของนางข้าจะปิดตาข้างหนึ่งสักครั้ง”
กงหยางต้านคิดถึงสภาพศพของทั้งสองที่พบ รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นบนใบหน้า
เช้าวันรุ่งขึ้น หว่านอี้หนิงลุกขึ้นมาเตรียมตัว วันนี้นางต้องไปกินมื้อเช้าที่เรือนหลักพร้อมกับคนอื่น หว่านอี้หนิงยังอยู่ในชุดเก่าที่ใส่กลับจวน แม้ว่าในห้องพักจะมีชุดที่ตัดจากผ้าไหมราคาแพงมากมาย ด้วยมารดาของนางสั่งตัดเอาไว้ให้สำหรับใช้ช่วงเวลาที่นางปักปิ่นเรียบร้อยแล้ว แต่ว่ามันไม่สมควรที่จะเอาออกมาใช้ ไม่เช่นนั้นคนพวกนั้นจะสงสัยว่านางไปเอาจากไหน ทำให้วันนี้นางยังอยู่ในชุดเก่า
เฟยฮวาคือคนที่ช่วยแต่งตัว แม้ว่าคุณหนูของนางจะอยู่ในชุดที่เก่า แต่ด้วยท่วงท่าที่สง่างามและใบหน้าที่งดงามทำให้ชุดบนตัวดูแพงขึ้น ไม่เหมือนชุดราคาถูกทั่วไปที่หาได้ตามตลาด
“คุณหนูควรเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว”
เฟยฮวาพูดตามที่คิด
“บุตรสาวที่ถูกหลงลืมเช่นข้า ไหนเลยพวกเขาจะอยากจัดงานให้” หว่านอี้หนิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“พวกเขารังแกเกินไปแล้ว” เฟยฮวาทำหน้าไม่พอใจ
“อย่าไปสนใจเลย เจ้าบอกเฟยเมี่ยวให้ทำอาหารเช้าไว้ด้วย กลับมาแล้วข้าจะกิน”
“แต่ว่าคุณหนูไปที่เรือนหลักเพื่อกินมื้อเช้า ทำไมยังต้องให้เฟยเมี่ยวทำ”
“เจ้าคิดว่าข้าจะกินลงหรือ”
เฟยฮวาเข้าใจทันทีโดยที่คุณหนูของนางไม่ต้องพูดอะไรมากมายอีก
“เช่นนั้นข้าจะบอกเฟยเมี่ยวเจ้าค่ะ”
เรือนตงเทียน
หว่านอี้อันยืนให้ฟางเซียนผู้เป็นฮูหยินรองช่วยเขาแต่งตัวจัดการกับเสื้อผ้า
“หากนางดื้อรั้นจะออกจากจวน เราจะทำเช่นไรเจ้าคะ”
ฟางเซียนออกปากถามผู้เป็นสามี หว่านอี้อันหันกลับมา
“ในเมื่อนางอยากไปจวนเดิมของมารดานางก็ให้นางไป จวนตวนไม่กล้างัดกับเรา การที่หลานสาวของพวกเขาได้กลับมาก็เท่ากับว่าข้าก็ดูแลหว่านอี้หนิงดีไม่น้อย พวกเขาจะต่อว่าอะไรเราไม่ได้”
“เรื่องสินเดิมของฮูหยินที่หายไป ท่านพี่จะถามนางหรือไม่”
ฟางเซียนเอ่ยถึงเรื่องที่นางติดใจมานาน นางเคยเห็นเครื่องประดับของตวนซูเม่ย มันสวยมากและล้ำค่า นึกว่าพออีกฝ่ายตายนางจะได้ แต่กลับหายไปดื้อ ๆ
“วันนี้ข้าจะถามนาง ยังจะเอ่ยปากเรื่องสำคัญที่เรียกตัวนางกลับมาด้วย”
“ดีเจ้าค่ะ จัดการเรื่องพวกนี้เรียบร้อยแล้วจะได้ส่งนางกลับอารามจินซี แบบนี้อนาคตลู่หลินจะได้วางใจได้”
หว่านอี้อันส่ายหัว “ข้าไม่คิดให้นางกลับไปอยู่ที่นั่นแล้ว”
ฟางเซียนฟังแล้วไม่ค่อยพอใจ
“หากนางยังอยู่ในเมืองหลวงและปรากฏตัว ด้วยความงามของนางจะทำให้บุตรของข้าไม่อาจชนะการแข่งขัน คนด้านนอกจะนำนางมาเทียบลู่หลินของเรานะเจ้าคะ”
“นางจะไม่ได้เข้าร่วม ข้ามีแผนการที่คิดจะใช้นาง เจ้าดูแลนางให้ดี เมื่อเวลาที่ต้องหยิบยกนางออกมาใช้จะได้ไม่มีปัญหา หญิงงามถือว่าเป็นของกำนัลชั้นดี”
ฟางเซียนเข้าใจคำว่าใช้ของสามีดี ความไม่พอใจก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนรอยยิ้มสะใจ
“เจ้าค่ะท่านพี่”
