บทที่ 4 ตอนที่ 2 หลานสาว (2/2)

นทพรกลับไปด้วยท่าทีที่ไม่พอใจเหมือนทุกครั้ง

บารมีครองตัวเป็นโสดตั้งแต่ผิดหวังจากรักครั้งแรก ตอนนั้นบารมีจะเข้าไปสารภาพรักกับคนางค์ แต่ทวีที่เป็นเพื่อนสนิทเข้าไปสารภาพก่อนโดยไม่รู้ว่าบารมีเองก็มีใจให้คนางค์

คนางค์ที่ตอนแรกเหมือนจะมีใจให้บารมี ก็เลือกที่จะตกลงคบกับทวี บารมีจึงยอมถอยให้เพื่อน จนทวีเลิกกับคนางค์ไปคบกับแม่ของรวิ บารมีก็ไม่ได้เจอคนางค์อีกเลย

บารมีมีผู้หญิงเข้าหาอยู่เรื่อยๆ แต่ทุกคนก็เป็นแค่คู่ขากัน บารมีไม่ชอบให้ใครมาทำตัวเป็นเจ้าของ เพราะทุกคนเข้าหาเขาก็เพราะเงินและผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่มีใครจริงใจกับเขาสักคน

ไม่มีใครเหมาะที่จะได้รับความรักจากเขาเหมือนคนางค์


หนึ่งเดือนผ่านไปรวิปรับตัวได้ดีกับบ้านของบารมี ลูกน้องบารมีรับส่งรวิไปเรียนทุกครั้ง รวิอยู่ในสายตาของบารมีอยู่ตลอด อยู่บ้านก็เข้าครัวช่วยป้าตุ่นอยู่เสมอ

รวิมีฝีมือทำอาหารที่อยู่ในเกณฑ์ดี หน้าที่ของรวิหลักๆ จึงเป็นทำอาหารช่วยป้าตุ่น และหัดทำของว่างให้บารมีชิมอยู่บ่อยๆ

รวิคุ้นเคยกับการที่มีผู้หญิงของบารมีเข้าออกที่บ้านไปแล้ว

ทุกครั้งที่บารมีจะพาผู้หญิงมานอนบ้าน เขาจะกลับดึกเป็นพิเศษ และให้ลูกน้องไปส่งผู้หญิงเหล่านั้นเมื่อเสร็จกิจ

รวิเคยออกมาหานมดื่มอยู่บ่อยๆ เวลาอ่านหนังสือดึกๆ แล้วพบกับผู้หญิงของเจ้าพ่อเงินกู้วัยสี่สิบสองเดินออกมาจากห้องนอน แทบจะทุกครั้ง แต่บารมีไม่เคยเดินออกมาส่ง

เหมือนอย่างวันนี้รวิก็เจอผู้หญิงคนล่าสุด คนนี้ไม่เคยเห็นหน้า น่าจะมาใหม่

‘อาบารมีใช้ผู้หญิงเปลืองชะมัด’ รวิคิด แล้วเดินไปอุ่นนมที่เตาไมโครเวฟในครัว เดินออกมาก็พบกับบารมีที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม

“ยังไม่นอนเหรอ เราน่ะ” บารมีถามรวิที่ถือถาดนมและขนมในมือ

“รวิอ่านหนังสือเตรียมสอบค่ะ สัปดาห์หน้าก็จะสอบแล้ว” รวิตอบอาหนุ่ม หน้าแดง เขินที่เขาเปลือยท่อนบน

“คิดไว้รึยังว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหน” บารมีถาม

“รวิว่าจะไม่เรียนมหาวิทยาลัยค่ะ รวิอยากเรียนสายอาชีพ เรียน คหกรรม รวิคิดว่าเรียนจบไวกว่าและมีทักษะทำงานได้เลย” รวิก้มหน้าตอบด้วยความเขิน

เจ้าพ่อเงินกู้วัยสี่สิบสองเดินเข้ามาตรงหน้ารวิ เชยคางขึ้น พินิจใบหน้างามนั้น

“ไม่สบายรึเปล่าหน้าแดงๆ” บารมีถามด้วยความเป็นห่วง

“คือ...” รวิกระอึกกระอัก

“เดี๋ยวอาหายาให้กิน”

“รวิสบายดีค่ะ แค่ไม่คุ้นที่เห็นอาบารมีถอดเสื้อ” รวิพูดแล้วก้มหน้าเดินผ่านบารมีไป

บารมีก้มดูตัวเองแล้วส่ายหน้ายิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

“เด็กน้อยเอ๊ย!”

เช้าวันรุ่งขึ้นบนโต๊ะอาหาร บารมีมองดูรวิที่ตักข้าวต้มกินแล้วลอบมองเขาบ่อยเหมือนมีอะไรจะพูด

“รวิ” บารมีเรียกชื่อเธอ

“คะ?”

“อยากพูดอะไรกับอารึเปล่า”

“คือเมื่อวานรวิได้รับเช็คจากบริษัทฯประกันแล้ว คือ รวิอยากให้อาบารมีพารวิไปขึ้นเงิน แล้ว...แล้วรวิอยากได้บ้านคืน” รวิพูดออกมาเสียงเบา

“เงินเท่าไหร่” บารมีถามเสียงเรียบ

“สี่แสนค่ะ” รวิตอบ

“ติดจำนองกับอาไว้ สามแสนสองหมื่น เงินเฮียฮวดอีกสี่หมื่น เงินที่บ่อนส่งคนมาทวงอีกหนึ่งแสนหกหมื่น รวมๆ ก็ ห้าแสนสองหมื่น” บารมีพูดแล้วมองหน้ารวิ

“รวิเอามาคืนอาสองแสน อีกสองแสนอาจะเก็บไว้ให้รวิเรียน จะใช้เมื่อไหร่ค่อยมาเบิกเอา เรียนจบทำงานเมื่อไหร่ค่อยหาเงินมาซื้อบ้านคืนจากอา”

“แต่สัญญาจะหมดเดือนหน้าแล้วนี่คะ”

“จะหมดตอนไหนไม่สำคัญ อาไม่เอาบ้านของรวิไปขายต่อหรอก อาจะรอขายให้รวิในราคาเดิม เท่าตอนนี้เลย อาสัญญา” บารมีให้สัญญา

รวิยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“ขอบคุณนะคะ”

“อย่ารีบร้อนเกินไป อาไม่โกงรวิหรอก” บารมีพูดยิ้มๆ

“รวิแค่อยากได้บ้านคืน ไม่ได้กลัวอาจะโกง” รวิตอบ

บารมีลูบหัวรวิอย่างเอ็นดู

“รีบกินจะได้โตไวๆ”

“รวิโตเป็นสาวแล้วนะคะ นี่มีหนุ่มมาจีบแล้วด้วย” รวิเผลอพูดออกไป บารมีทำหน้าดุ

“อย่าเพิ่งมีแฟนนะรวิ ถึงอาไม่ใช่พ่อ แต่อาก็ต้องเตือนในฐานะผู้ปกครอง การมีความรักในวัยเรียนมันไม่ยั่งยืนหรอก”

“ค่ะ อา” รวิตอบอย่างเชื่อฟัง

“ห้ามมีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ” บารมีย้ำอีกรอบด้วยความเป็นห่วง

“ค่ะ รวิทราบแล้วค่ะ อาดุกว่าพ่อรวิอีก ใครจะกล้าขัดคำสั่งละคะ” รวิพูด ทำเสียงน่ารัก จนบารมีอดยิ้มให้ไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป