บทที่ 10 ไม่เคยมีคำว่าอ่อนโยน
บทที่ 9
ไม่เคยมีคำว่าอ่อนโยน
“เจ็บจัง...” ว่าแล้วก็ลูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของตนเอง
เธอเจ็บ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกลับรู้สึกดี
“พวกคนตัวเล็กนี่บอบบางชะมัด” บ่นทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะเดินจากไป ยิ้มเพราะติดใจในรสจูบของยัยลูกหนี้ตัวเล็กล้วนๆ
“ป่าเถื่อนจริงๆ” แอบต่อว่าลับหลัง เมื่อจัสตินเดินออกไปแล้ว
‘ยังรู้สึกไม่สบายตัวอยู่เลย’ คิดแล้วก็กุมที่ท้องของตนเอง ก่อนจะพยายามแบกร่างอันอ่อนล้าเดินไปในครัวที่เขาบอกว่าได้ทำอาหารเช้าเผื่อไว้
‘สปาเก็ตตี้ซอสครีมเห็ดนี่ น่ากินจัง’
ได้แต่มองอาหารเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม และหวังว่ามันจะอร่อย และในใจของหล่อนก็แอบขอบคุณคนป่าเถื่อนคนนี้อยู่ลึกๆ ที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีความเมตตา
“อูว... อร่อยด้วยแฮะ”
เมื่อได้สัมผัสรสชาติแสนอร่อยนั่น มันก็ทำให้หล่อนหยุดทานไม่ได้ และได้ทานอาหารเช้าตรงหน้าจนหมดเกลี้ยง
‘ทั้งอิ่มทั้งอร่อยเลย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มื้อนี้เป็นมื้อแรกที่ฉันได้กินอย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเรียนช้าหรือเข้างานสาย ไม่ต้องกลัวเลยว่าถ้าทานเยอะจะไปไม่ทันเวลา’ รำพันอยู่ในใจ
หล่อนอิ่มจนแน่นท้องไปหมด เพราะปกติเธอยุ่งมากๆ จริงอยู่ว่าที่มหาวิทยาลัยและร้านอาหารมีเวลาพักเที่ยง แต่เวลาพักเที่ยงไม่ว่าจะตอนทำงานหรือตอนเรียน หล่อนก็มักจะเอาเวลานี้มาทำการบ้าน
ทานอาหารได้ไม่เต็มอิ่ม เพราะรีบและห่วงการบ้านเอามากๆ แต่พอเลิกทำงานกลับมาที่หอ หญิงสาวก็ต้องกลับมาทำการบ้านทุกที
ถ้าหากวันไหนมีวิชาเรียนรอบบ่ายและอาจารย์ให้งาน เธอก็จะกลับไปทำที่หอตอนกลางคืน และก่อนหน้านั้นก็จะได้ทานอาหารน้อยมาก เพราะลูกค้าในร้านเยอะมาก พอกลับมาที่หอก็มีทั้งงานบ้านที่จะต้องทำ วันไหนโชคดีไม่มีการบ้านก็จะได้นอนเร็ว
พอคิดแล้วก็ทำเอาน้ำตาคลอเบ้าตาสาวน้อย เธอลำบากเหลือเกิน ทานข้าวแต่ละมือยังไม่อิ่มเลยด้วยซ้ำ
‘อดทนอีกหน่อยนะเจนนี่ ถ้าเรียนจบแล้วเธอก็จะไม่ลำบากอีกต่อไปแล้ว’ ได้แต่ให้กำลังใจตัวเองอย่างนั้น
พลันอยู่ดีๆ ก็ทำให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ คิดถึงประเทศบ้านเกิด อยู่ที่นั่นเธอเรียนและทำงานไปด้วย แต่ก็ยังมีเวลาทานข้าวจนอิ่ม แต่จะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะเธออยากจะให้แม่และน้องใช้จ่ายอย่างสบายเอง ถึงได้โหมงานหนักขนาดนี้ ทั้งที่ไม่จำเป็น
แต่พอรู้ว่าเงินเดือนที่ส่งไปมันทำให้แม่และน้องสบายและมีความสุขมากขึ้น ได้ทานอาหารดีๆ ได้ไปเที่ยวในวันหยุด เธอก็สุขใจเสียเหลือเกินที่คนทั้งสองมีความสุข ดังนั้นจึงต้องโหมงานหนักเพราะอยากให้ทั้งสองสบาย
‘กินเยอะๆ เลยดีกว่า ไม่รู้ว่าถ้าหายป่วยแล้วจะมีเวลากินแบบนี้มั้ย ทำงานที่ร้านน้อยลงก็จริง แต่มันก็ยังมีงานอื่นรออยู่’
ได้แต่คิดแบบเศร้าๆ ก่อนจะปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความรู้สึกคิดถึงบ้านและน้อยใจที่ชีวิตลำบาก ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาหาอาหารทานต่อจนกว่าจะอิ่มจนซะใจ เพราะนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เจ้าตัวไม่ได้ทานอาหารเยอะขนาดนี้
คิดว่าจะทานให้เยอะมากๆ ตามที่จัสตินบอกว่ากินให้เยอะๆ แต่พอทำมักกะโรนีทานอีกจาน หญิงสาวก็อิ่มซะแล้ว ถ้าทานอีกจานหล่อนต้องอ้วกออกมาแน่ๆ ดังนั้นเธอจึงทานยาและคิดว่าจะพักผ่อนตามความต้องการของเจ้าหนี้
ทั้งที่ปกติหล่อนเป็นคนขยันแท้ๆ แต่เพราะอาการป่วยถึงแม้ใจมันจะขยัน แต่ถ้าร่างกายมันไม่ไหว หล่อนก็ไม่สามารถฝืนมันได้
ทางด้านจัสติน
“วันนี้ไปไหนต่อดีจัสติน” อาร์มันโด้กระโดดเข้ามาตัดหน้าเพื่อนรักอย่างอารมณ์fu
“วันนี้ฉันอยากกลับไปอ่านหนังสือ โทษทีนะ”
เพื่อนๆ ของเขาแทบไม่เชื่อหูว่าจัสตินจะกลับไปอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน เพราะปกติเพื่อนคนนี้เรียนเก่งมากอยู่แล้ว เขาจะอ่านหนังสือเฉพาะเวลาที่ไม่มีอะไรทำจริงๆ หรือไม่ก็ก่อนสอบเท่านั้น
“แต่นี่มันอีกนานนะเพื่อนกว่าจะสอบ...”
“เอาน่า ก็ฉันอยากอ่าน วันนี้รู้สึกไม่อยากไปไหน ไว้พรุ่งนี้ช่วงค่ำๆ เราไปดื่มกันที่ร้านใกล้ๆ หอพักของอาร์เธอร์ก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็เดินจากไปด้วยสีหน้าที่ดูอารมณ์ดีสุดๆ ทั้งที่เมื่อครู่บอกว่าไม่มีอารมณ์จะไปเที่ยวกับเพื่อนแท้ๆ
“งงจัง พ่อจัสตินหนุ่มที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ของเราเป็นอะไร” อาร์เธอร์ได้แต่หันไปถามเพื่อนๆ อีกสามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“แปลกๆ ไปนะวันนี้ หมอนี่ดูอารมณ์ดีสุดๆ แต่กลับไม่มีอารมณ์ไปเที่ยวกับพวกเรา” แจ็คสัน หนึ่งในเพื่อนรักก็ไม่เข้าใจเช่นกัน แต่ดูเหมือนจะมีใครคนหนึ่งที่เข้าใจเป็นอย่างดี นั่นก็คือเดวิด
“สงสัยจัสตินคงจะมีเรื่องที่อยากจะทำจริงๆ นั่นแหละ ว่าแต่พวกนายสนใจจะไปปาร์ตี้สระว่ายน้ำกับฉันมั้ย พี่ซาร์เนียสาวฮอตอกอึ๋มปีสี่มาชวนฉันเมื่อตอนพักเที่ยงนี้เอง พี่เขาบอกว่าให้ชวนเพื่อนๆ ไปด้วยก็ได้ งานนี้มีสาวๆ ไปเต็มเลยนะ พวกนายสนมั้ย” เดวิดพูดขึ้น
“ไปสิๆ ไม่พลาดหรอกของสวยๆ ทั้งนั้น ฮ่าๆ”
เดวิดรู้ดีว่าอาการที่ดูแปลกไปของจัสตินมันคืออะไร ดังนั้นจึงเอ่ยชักชวนเพื่อนที่เหลือให้หยุดสนใจเรื่องของเพื่อนชาย เพราะตัวเขาเองก็อยากให้จัสตินได้เรียนรู้ความรู้สึกที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ได้อย่างเต็มที่
แม้ใจจริงอยากจะรู้มากๆ ก็ตามว่าสาวที่เพื่อนตกหลุมรักไปโดยไม่รู้ตัวคือใคร
ที่ห้องของจัสติน
“กลับมาแล้ว” พูดขึ้นเบาๆ หลังจากเปิดประตูห้องเข้ามา
อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลยที่รู้ว่าเขามีอาการแปลกไป เจ้าตัวเองก็รู้ตัวว่าตัวเองเริ่มมีอาการแปลกๆ
รู้สึกอยากจะรีบกลับบ้านมาดูลูกหนี้ที่นอนป่วยอยู่ที่คอนโด แถมยังรู้สึกหัวใจกระชุ่มกระชวยทุกครั้งเมื่อคิดว่าถ้ากลับมาก็จะได้เจอเธอ
นับวันเขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ ก็จริง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดมากจนเก็บมานั่งคิดจนไม่เป็นอันทำอะไร เขายังคงทำตัวปกติเช่นเดิม ถึงแม้อยากจะรู้มากๆ ก็ตาม ดังนั้นเขาจึงได้คิดไว้แล้วว่าจะไม่เข้มงวดที่จะหาคำตอบกับมันจนเกินไป เพราะคิดว่ายังไงซะสักวันก็อาจจะรู้เอง
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องก่อนที่จะนำข้าวของไปเก็บให้เป็นที่เป็นทาง จากนั้นก็เดินไปที่โซฟาเมื่อเห็นว่าลูกหนี้ตัวน้อยได้นอนหลับอย่างสบายใจอยู่ ก่อนจะยืนจ้องมองและพิจารณารูปร่างหน้าตาของหล่อนอยู่เงียบๆ
‘หน้าตาจิ้มลิ้มจริงๆ ทุกส่วนบนหน้ายกเว้นดวงตาดูเล็กมากเลย ร่างก็บางซะเหลือเกิน แต่บางอย่างกลับไม่บางเหมือนตัวแฮะ’
บางอย่างที่เขาคิดอยู่ก็คงจะเป็นก้นและหน้าอกอวบอิ่มของหล่อน ที่เขาเองก็ติดใจมากตั้งแต่ที่ได้เห็น และสัมผัสมันเป็นครั้งแรก
‘พอนึกแล้วอารมณ์มันก็มาเลย’
เริ่มจะมีอารมณ์กระหายใคร่เมื่อคิดถึงเรื่อวันนั้น วันที่ได้เห็นความสวยงามของคนตรงหน้าเป็นครั้งแรก
‘ฉันจะข่มขืนคนป่วยไม่ได้นะ ถ้ายัยนี่เกิดชักขึ้นมาจะทำไง’
ถึงจะเป็นคนมีความต้องการสูง แต่เขาก็ยังควบคุมตัวเองได้ อาจจะเป็นเพราะการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมอ ทานยาตรงเวลา และหาวิธีบำบัดโรคตามอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติม เขาจึงควบคุมความต้องการของตัวเองได้ในระดับหนึ่งถึงจะไม่มากก็ตาม
เพราะถึงจะมีจิตสำนึกที่ดีขนาดไหน แต่ถ้าโดนคนตรงหน้ายั่วยวน ยังไงซะ เขาก็ไม่มีทางควบคุมตัวเองได้แน่นอน เพราะมีความปรารถนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เพิ่มเติมด้วยโรคที่เป็นอยู่ด้วย ยังไงซะก็ไม่รอด ในกรณีแบบนี้ชายหนุ่มจะปฏิเสธเพศตรงข้ามได้เฉพาะตอนที่เขาไม่มีอารมณ์ร่วมกับพวกหล่อนเท่านั้น
‘ไปดีกว่า’ คิดแล้วก็ทำใจเดินออกไป
ขนาดเธอไม่เปลื้องผ้าเขายังมีอารมณ์มากมายขนาดนี้ แล้วถ้าหล่อนยืนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าล่ะ เขาเชื่อว่าจิตสำนึกด้านดีมันต้องหายไปแน่นอน และความหื่นกระหายก็จะเข้ามาแทนที่ เขาเป็นผู้ชายนะมีอารมณ์ใคร่อยู่ในตัวอยู่แล้ว แถมพ่วงด้วยโรคนิมโฟมาเนีย ซึ่งแน่นนอนว่าไม่มีทางทนไหว
เวลาต่อมา
ตอนนี้จัสตินกำลังใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดห้องอยู่ ปกติเขามักจะจ้างแม่บ้านของที่นี่ แต่เพราะวันนี้ว่างๆ การบ้านก็ไม่มี เขาจึงอยากจะทำด้วยตัวเอง จนถึงตอนนี้จัสตินก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเขาถึงอยากจะกลับมาอยู่ที่นี่ทั้งที่ก็รู้ว่าไม่มีอะไรให้ทำ
แล้วเขาจะกลับมาทำไม...
ตอนนี้เจ้าตัวก็ยังคงไม่รู้ตัว รู้เพียงแต่ว่าอยากกลับมา แล้วก็รอคอยเวลาที่จะกลับมา
เพราะนอนหลับจนอิ่มแล้วก็ได้เวลาที่จิรัชญาจะตื่นสักที
“อื้อ...หลับสบายจังเลย” พูดขึ้นเบาๆ ก่อนจะขยี้ตาขับไล่ความงัวเงียออกไป
“ตื่นแล้วเหรอ” ชายหนุ่มที่กำลังเพลิดเพลินกับการทำความสะอาดห้องพูดขึ้น
“คะ...ค่ะ คุณกลับมาแล้วเหรอคะ”
รู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อตื่นมาแล้วเห็นเจ้าของห้อง หนำซ้ำเขากำลังทำความสะอาดห้องอยู่ด้วย
“ใช่ แล้วเธอล่ะ เป็นไง หายปวดท้องหรือยัง”
“ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ หายปวดท้องแล้ว”
“ก็ดี ถ้าพรุ่งนี้แน่ใจว่าหายแล้วก็ไปเรียนและไปทำงานได้ แต่ถ้ายังก็หยุดไว้ก่อน เข้าใจมั้ย” พูดแกมบังคับ
“ค่ะๆ” รับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้และไม่มีสิทธิ์เลี่ยง
“จะไปไหนน่ะ” เมื่อเห็นว่าร่างเล็กลุกขึ้นยืน เขาจึงถามขึ้น
“ไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
“เดี๋ยวก่อน” หญิงสาวหยุดยืนอยู่กับที่ทันที
“คะ”
ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอได้ถามอะไรก็เดินเข้ามาประชิดตัว และดึงดวงหน้าสวยเข้ามา ก่อนจะบดจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจเหมือนเช่นทุกครั้ง
เรียกได้ว่าเป็นการจูบที่เอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว เพราะอีกฝ่ายกำลังเจ็บ ไม่ได้มีความสุขหรือเพลิดเพลินในรสจูบของเขาเลยสักนิด
‘อีกแล้ว เอาแต่ใจอีกแล้ว’
ได้แต่บ่นอยู่ในใจด้วยสีหน้าเหยเก
‘หวานชะมัด จะจูบให้ปากช้ำเลย’ เขาคิดแล้วก็ตักตวงรสจูบอย่างดิบเถื่อนเช่นเคย
ไม่มีคำว่าอ่อนโยนในเรื่องเซ็กส์ และเรื่องการปรนเปรอสำหรับจัสตินจริงๆ
