บทที่ 11 ช่วยเหลือ
บทที่ 10
ช่วยเหลือ
เวลาต่อมา
จิรัชญาไม่รู้สึกเคยชินกันการนั่งอยู่เฉยๆ เลยสักนิด เพราะตั้งแต่โตมาชีวิตของหล่อนก็ยุ่งทั้งเรื่องเรียนและงานทุกวัน นานๆ ทีถึงจะได้นั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ แบบนี้
ตอนนี้หล่อนกำลังนั่งดูผู้ชายหน้าหล่อ แต่ป่าเถื่อนที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ อันที่จริงงานนี้หล่อนควรจะทำ แต่เพราะร่างกายมันไม่อำนวยจึงได้แต่นั่งดูเขาทำความสะอาดห้อง
ตู๊ดๆๆ
เสียงเรียกเข้าจากมือถือยี่ห้อดังของจัสตินดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะกดรับสายทันที
“ครับแม่ ว่าไงครับ” เขาพูดภาษาไทยกับครอบครัวตามปกติ แต่คนที่นั่งฟังกำลังอึ้ง
จัสตินหน้าฝรั่งขนาดนั้นทำไมพูดภาษาไทยได้ชัดเจนมาก แถมดูเหมือนกำลังคุยกับแม่
‘หรือว่าจะเป็นลูกครึ่ง เอ๊ะ...แล้วทำไมไม่เห็นบอกเราบ้าง ทำไมไม่พูดไทยกับเรา’ ได้แต่พูดในใจแบบนั้น แต่ก็นึกเคืองเขาอยู่เล็กๆ ที่ไม่ยอมพูดไทยกับเธอ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเธอเป็นคนไทย
“ได้ครับ ผมต้องไปอยู่แล้ว ครับๆ รักแม่นะครับ ตอนนี้ผมทำความสะอาดห้องอยู่ ไว้เสร็จแล้วจะโทรไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่นะครับ” พูดจบแล้วก็กดวางสาย ก่อนจะหันมามองจิรัชญา ซึ่งทางเธอเองก็กำลังอึ้งจนเห็นได้ชัด และทางชายหนุ่มก็พอจะเดาได้ว่าเธอกำลังอึ้งเรื่องอะไร
“คุณพูดไทยได้...”
“อืม”
“คุณแม่คุณเป็นคนไทยหรือคะ คุณเองก็คงจะเป็นลูกครึ่ง” ถามเขาเช่นนั้น
“ไม่เชิงว่าลูกครึ่ง ลูกเสี่ยวน่ะ พ่อเป็นลูกครึ่งไทยกับอเมริกัน แม่ฉันเป็นคนไทยแท้” ตอบตามความจริง
‘มีเชื้อชาติไทยด้วย แต่ทำไมรูปร่างหน้าตานี่ยังกับคนอเมริกันแท้ๆ เลย’
“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะค่ะ ว่าพูดไทยได้ ฉันจะได้พูดไทยกับคุณ”
“เรื่องของฉันน่ะ” ตอบแบบเย็นชาตามนิสัย เล่นเอาหล่อนหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจอะไรมาก ดังนั้นเธอจึงเล่นเกมส์ในมือถือเพื่อแก้เบื่อ
ทางชายหนุ่มเองก็กำลังจ้องมองมาที่เธอเช่นกัน ทว่าพอมองไปที่หน้าจอมือถือนั้นแล้วเขาก็พบว่าหน้าจอมันแตกเยอะมากพอสมควร จนเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมเจ้าของๆ มันยังใช้ได้อยู่
แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดห้องต่อ ทว่าใจของเขามันกลับไม่นิ่ง...
‘คงจะรักครอบครัวมากจริงๆ ทำงานได้เงินตั้งเยอะแยะแต่กลับส่งให้แม่ ให้น้องหมด ไม่หัดซื้ออะไรให้ตัวเองซะบ้าง’ ได้แต่คิดเช่นนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด
เงินเดือนของเธอก็ไม่ได้น้อยอะไรมาก ถึงจะเป็นแค่อาชีพเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร แต่เขาก็เคยได้ยินมาว่าร้านอาหารของอมริกาให้เงินเดือนพนักงานเยอะกว่าร้านอาหารของบางประเทศเสียอีก
เวลาต่อมา
หลังจากอาบน้ำเสร็จจัสตินก็อออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูสีขาวผืนไม่ใหญ่มากพันปิดไว้แค่ที่ช่วงล่าง ส่วนช่วงบนนั้นเปลือยเปล่าเดินผ่านหน้าเธอไปแต่งตัวโดยไม่เกรงใจเพื่อนร่วมห้อง
ร่างกำยำล่ำสันของชายหนุ่มทำเอาเธอผงะไปชั่วครู่ แต่เพราะตนไม่ใช่ผู้หญิงประเภทคลั่งซิกแพคผู้ชาย ดังนั้นจึงทำใจให้ไม่สั่นไหวได้
ถึงจะรู้สึกเขินๆ นิดหน่อย แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนได้เห็นมัน พอคิดไปถึงตอนที่เกือบจะเสียสาวให้กับชายหนุ่มในห้องน้ำ ความหวาดกลัวก็เริ่มเข้ามาเกาะกุม แต่พอคิดว่าถึงจะกลัว สักวันตนก็จะต้องเสียตัวอยู่ดี มันจึงพาให้รู้สึกหดหู่ไปด้วย
“ไปอาบน้ำสิ จะได้นอน” เสียงพูดของจัสตินดังขึ้น
“ค่ะๆ” หญิงสาวหลุดออกจากความหดหู่ทันที ก่อนจะไปเตรียมตัวอาบน้ำอย่างที่เขาบอก
‘เอ...วันนี้ฉันไม่จำเป็นต้องรีบอาบนี่นา ถ้างั้นของอาบนานๆ เลยนะ’
ใจที่หดหู่ก่อนหน้านี้เริ่มรู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีเรื่องดีเรื่องหนึ่ง หล่อนจะได้นอนแช่ในอ่างอาบน้ำนานๆ อย่างที่เคยฝันไว้
สีหน้าซีดๆ ของคนป่วยเริ่มมีแววตาแห่งความร่าเริงปรากฏขึ้น ถึงการอาบน้ำในความคิดของคนอื่นมันจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทุกๆ คนควรจะทำทุกวัน ทว่าสำหรับหล่อนนั้นมันเป็นเรื่องที่หญิงสาวชอบมาก
การอาบน้ำสำหรับเธอมันคือการผ่อนคลาย เป็นเพราะชีวิตที่พลิกผันหลังจากบิดาเสียชีวิต มันทำให้หญิงสาวต้องเร่งรีบจนเวลาอาบน้ำก็ต้องลดน้อยลง
“สบายจัง” พูดขึ้นในขณะที่นอนแช่ในอ่างอาบน้ำขนาดกว้าง
‘อิจฉาพวกคนรวยจริงๆ’ หล่อนยังคงคิดแบบนี้ทุกครั้ง
อิจฉาจัสตินจริง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอิจฉาในวาสนาของเขา
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
หญิงสาวแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าแจ่มใสถึงจะยังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นัก แต่การที่ได้อาบน้ำนานกว่าที่เคยอาบในทุกๆ วัน มันทำให้หล่อนรู้สึกดีมากๆ เลยทีเดียว
ด้านชายหนุ่มก็กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะทำงาน ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ เตียงนอนของเขา
ติ๊ดๆ
เสียงเรียกเข้าจากมือถือของจิรัชญาดังขึ้น
‘แม่’
เมื่อเห็นว่าใครโทรมารอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามของเธอ
“จ้ะแม่” น้ำเสียงที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
“แม่กินข้าวรึยังจ๊ะ หนูรักแม่นะ คิดถึงจัง”
และก็แน่นอนว่าจัสตินได้ยินทั้งหมด นั่นก็เป็นเพราะว่าเขากำลังแอบมองหล่อนอยู่นั่นเอง
อันที่จริงหญิงสาวก็ไม่ได้พูดเสียงดังมาก แต่อยู่ๆ ความอยากรู้อยากเห็นของเขามันก็โผล่ขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ปกติเจ้าตัวไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านเลย แต่ทำไมเขาถึงอยากรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรและพูดอยู่กับใคร
นี่ก็เป็นอาการที่เจ้าตัวเรียกว่า ‘อาการประหลาด’ ที่เกิดขึ้นมาอีกอย่าง
‘ต่อไปจะเป็นอาการอะไรว่ะ’ ถามตัวเองในใจ
เพราะไม่เคยดูหนังรัก ไม่ใฝ่ในเรื่องความรัก ไม่คิดจะมีความรักหรือมีแฟน เขาคิดแต่เพียงว่าเป้าหมายของเขาก็คือการรีบเรียนให้จบเร็วๆ จะได้ช่วยแบ่งเบาเรื่องงานของคุณพ่อได้
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะเชี่ยวชาญมากในเรื่องเซ็กส์เพราะมันเป็นการบำบัดความใคร่ของอาการที่เกิดกับคนเป็นโรคคลั่งเซ็กส์อย่างเขา
กลับกันกับในเรื่องความรัก ชายหนุ่มไม่ประสาในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ว่าอานุภาพของความรักนั้นรุนแรงนัก ถึงอย่างไรซะ สักวันเจ้าตัวก็จะรู้ด้วยตัวเอง
จิรัชญาพดคุยกับมารดาด้วยท่าทีสบายใจ คนที่แอบมองอยู่ยังสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงของเธอดูมีความสุขมากเมื่อได้พูดคุยผ่านมือถือกับบุพการี
“เอ่อ... แม่จ๊ะ หนูมีเรื่องจะคุยกับแม่ด้วยนะ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องดีนัก และหนูก็ไม่อยากจะทำ” น้ำเสียงของหล่อนฟังดูเศร้าหมองลงทันตา
หญิงสาวเล่าเรื่องอาการป่วยของเธอให้ท่านฟังรวมถึงเรื่องที่จะทำงานน้อยลง ซึ่งก็เป็นเพราะอาการป่วยของเธอนั่นเอง
หล่อนเป็นโรคกระเพาะ แถมร่างกายยังอ่อนล้าเพราะทานน้อยและพักผ่อนน้อย ซึ่งโรคกระเพาะนั้นก็เป็นที่รู้ๆ กันดีว่ามันไม่มีทางหายขาด ถ้าเธอยังทำงานหนักและเรียนหนักจนไม่มีเวลาทานอาหาร
อาการปวดท้องมันจะโจมตีหล่อนทันที แถมตอนนี้ร่างกายหญิงสาวก็ค่อนข้างจะอ่อนแรงเพราะยังมีไข้อยู่ ตามจริงหญิงสาวไม่ได้ใส่ใจอะไรกับอาการป่วยพวกนี้นัก เจ้าตัวไม่อยากจะรับงานน้อยลงเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็จำเป็นต้องทำตามและอธิบายให้มารดาเข้าใจถึงเหตุผลที่จะรับงานน้อยลง
เธอก็ได้บอกไปว่าแค่ป่วยเท่านั้น ยังไงซะหญิงสาวก็จะไม่บอกอีกเหตุผลหนึ่งให้ท่านฟังเด็ดขาด ไม่มีวันที่จะให้คนทางบ้านมานั่งไม่สบายใจในเรื่องที่เธอเป็นหนี้สิบห้าล้านบาทแน่
‘โธ่ลูก...ไม่เป็นไรนะลูกรัก หนูไม่ต้องทำโอที เงินที่ลูกส่งมามันก็พอกิน พอใช้หนี้จนเหลือเฟือแล้ว ต่อไปไม่ต้องทำงานหนักขนาดนั้นแล้วนะลูก ทำตามกำลังของหนูก็พอ ได้เงินเยอะใครๆ ก็ดีใจ แต่เราพอกินจนเหลือเฟือแล้ว พักผ่อนเถอะลูก ยังเจ็บมากมั้ย กินยาให้ตรงเวลา หิวเมื่อไหร่ก็กิน อย่าฝืนตัวเอง แม่ขอโทษที่เป็นแค่ผู้หญิงจนๆ คนหนึ่งที่ไม่สามารถเลี้ยงดูหนูกับน้องให้สบายได้ ขอโทษที่ทำให้ลูกทำงานหนักจนป่วย’ น้ำเสียงของคุณแม่สั่นเครือจากการร้องไห้
อันที่จริงลูกท่านไม่จำเป็นต้องทำโอที เงินเดือนที่ส่งมาให้ท่านกับลูกสาวพอกินจนเหลือเฟือแล้ว แต่เป็นเพราะอยากให้แม่และน้องสบายมากๆ ลูกสาวคนนี้ผู้มีความอดทนและไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาและความจน จึงอยากจะทำงานหนักและเรียนหนักเพื่อให้คนทางนั้นได้อยู่สบาย
“ฮีก...แม่อย่าร้องสิ หนูดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ ถึงเราจะจน เราจะขาดพ่อไป แต่ครอบครัวเล็กๆ จนๆ ของเรามันก็อบอุ่นและมีความสุขมากเวลาที่อยู่พร้อมหน้า”
จิรัชญาและนัยเนตร น้องสาวของเธอเกิดมาพร้อมกับความจน แต่ก็ไม่เคยอดอยากและได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป
นั่นก็เป็นเพราะการทำงานหนักในชนิดที่ว่าสายตัวแทบขาดของพ่อกับแม่ และบางครั้งยามที่ทางบ้านขัดสน พวกท่านก็ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบมา เพื่อจุนเจือครอบครัวให้อยู่รอดและไม่อดอยาก เพราะแบบนี้เองจิรัชญาจึงเติบโตมาเป็นคนที่เข้มแข็งและสู้ชีวิต
ทางด้านคนแอบฟังพอได้ยินเสียงร้องเจือสะอื้นของเธอ มันก็ทำให้เขาเกิดอาการหวิวๆ ที่ใจอย่างบอกไม่ถูก และเริ่มเกิดความสงสารขึ้นมา
‘ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะจิรัชญา อยู่ๆ มาทำให้ฉันสงสารทำไม’ พูดในใจ ในขณะที่เห็นแผ่นหลังบอบบางกำลังสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น
และเขาก็ไม่ได้ทำอะไร ได้แต่ยืนแอบมองเธอจากทางด้านหลัง
‘จะสนทำไมกับอีแค่นางบำเรอ นางบำเรอที่ติดหนี้’
คิดเช่นนั้น ทำนองว่าเตือนสติตัวเองว่าไม่ควรจะสนใจ ทว่าถึงจะเตือนตัวเองอย่างไร ขาของชายหนุ่มมันก็ไม่ได้ขยับไปไหนเลย
เจ้าตัวยังคงยืนอยู่ที่เดิมและไม่ขยับไปไหนยืนมองอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งหล่อนวางสายโทรศัพท์และหยุดร้องไห้
เมื่อยังหาคำตอบไม่ได้ จัสตินจึงทำเป็นไม่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมอยู่ๆ ถึงต้องทำอะไรแบบนี้ ชายหนุ่มเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะทำการบ้านต่อด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นกับตัวเขา เป็นความรู้สึกที่ยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร
กลางดึกของคืนนั้น
จิรัชญาเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำเพราะยังมีอาการจับไข้อยู่เล็กน้อย หล่อนเลยหลับลงไปอย่างง่ายดาย
ด้านจัสตินเองยังไม่ได้นอน เพราะปกติเป็นคนนอนดึกอยู่แล้ว จึงหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมส์จนกว่าตัวเองจะง่วง
พลันอยู่ๆ ก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมาจึงจะเดินไปดื่มน้ำที่ตู้เย็น ทว่าพอเดินผ่านที่โซฟาซึ่งเป็นที่นอนของจิรัชญา เขาก็สังเกตได้ว่าเธอกำลังหนาวสั่น
ยัยตัวเล็กกอดผ้าห่มแน่น หลับตาพริ้ม ตัวก็ดูจะสั่นๆ เพราะความหนาว
‘เปิดซะเย็น ลืมเลยว่ายัยนี่ป่วยอยู่’ คิดแล้วก็เดินไปเพิ่มอุณภูมิของห้องเพื่อให้อบอุ่นขึ้น จากนั้นก็เดินมายืนดูคนป่วยต่อ
‘ตัวเล็กขนาดนี้ แล้วยังจะทำมาเป็นเก่งเกินตัวอีก’ คิดแล้วก็ลองใช้มืออังหน้าผากของเธอดูว่าตัวร้อนขึ้นหรือเปล่า
‘ไข้ขึ้นเหรอเนี่ย’ ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติแล้วไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้หล่อน
แต่ว่าในขณะที่กำลังจะเอาน้ำใส่กะละมังเล็กๆ สมองของเขาดันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา
‘ว่าแต่ทำไมฉันต้องใส่ใจยัยนี่ด้วย ถึงเธอจะตายมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่หว่า’
ด้านมืดของเขาเริ่มทำงาน
‘แต่ว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ เธออาจจะอาการหนักขึ้นกว่านี้’
และก็เป็นอีกครั้งที่ด้านขาวชนะ ยังไงซะ ถึงจะไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่ แต่คนอย่างจัสตินก็ไม่ยอมแน่นอนที่จะเห็นใครป่วยตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างเย็นชา
พ่อแม่ของเขาไม่ได้ปลูกฝังให้เขาเป็นคนนิสัยแย่แบบนั้น ดังนั้นชายหนุ่มจึงตัดสินจะเช็ดตัวและป้อนยาให้จิรัชญา ถึงเธอจะเป็นแค่ลูกหนี้ แต่เธอก็เป็นคนเหมือนเขา ถ้าป่วยได้ ก็ตายได้!
