บทที่ 2 สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น
บทที่ 1
สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น
หนึ่งวันต่อมา
ในขณะที่จิรัชญากำลังเดินทางไปทำงานพิเศษหลังจากเลิกเรียน แต่ในระหว่างที่เธอกำลังเดินไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหอพักเธอ ซึ่งมันก็อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเช่นกัน
หญิงสาวเดินทางลัดมา ดังนั้นมันก็จะเงียบๆ นิดนึง เพราะหล่อนเดินลัดเลาะมาในซอยแคบๆ ของตึก
หญิงสาวเลือกเข้าทางหลังร้านก็เพราะว่ามันปลอดคนมากกว่าข้างหน้าร้าน เนื่องจากเธอเป็นคนรักสันโดษ จึงเลือกที่จะอยู่ในที่เงียบๆ ปลอดคนเสียมากกว่าที่ๆ เต็มไปด้วยผู้คน
ทว่า... ครั้งนี้ทางเปลี่ยวๆ เกิดไม่ปลอดภัยสำหรับเธอขึ้นมา นั่นก็เพราะว่าเบื้องหน้าของเธอมีผู้ชายร่างสูงยืนขวางอยู่
“ขะ... ขอทางหน่อยค่ะ”
หญิงสาวรู้สึกตกใจนิดหน่อย ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ยืนขวางทาง และนึกขึ้นได้ว่าเขาคือรุ่นพี่จัสติน คนดังของมหาวิทยาลัย
“จะไปไหนเหรอ”
แกล้งถามทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าหล่อนกำลังจะไปไหน ทั้งที่เป็นคนจ้างให้เด็กเสิร์ฟของร้านอีกคนบอกแท้ๆ ว่าเธอจะมาทำงานเมื่อไหร่ และใช้เส้นทางไหนเข้ามา
“เอ่อ... คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกนะคะ ช่วยหลบหน่อย” เธอชักจะงงกับผู้ชายคนนี้ว่าอยู่ๆ ทำไมถึงทำแบบนี้ หนำซ้ำยังมาขวางทางเธออีกด้วย
“วันนี้ฉันว่าง ไปลั้ลล้ากันมั้ย อย่าทำมันเลยงาน ทำไปก็เหนื่อยเปล่า เสียดายของ” จัสตินเริ่มทำการหว่านเสน่ห์
ชายหนุ่มพูดจาสองแง่สองง่าม ก่อนจะโอบเอวของหล่อน เพื่อทำให้คนตรงหน้าเข้ามาใกล้
“ปล่อยนะคะ”
เพี๊ยะ!
เธอตีมือเขาอย่างแรง ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนโดนผู้ชายทำท่าทางหยาบคายแบบนี้ใส่ แต่ก็ไม่เคยมีรายไหนถึงเนื้อถึงตัวเท่านี้
หญิงสาวเข้าใจอยู่ว่าสังคมอเมริกากับที่ไทยมันต่างกัน ที่นี่มองเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ถ้าอยากจะลึกซึ้งกันก็ขอกันซึ่งๆ หน้า แต่ก็ใช่ว่าที่ประเทศบ้านเกิดของเธอจะไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
มันก็มีแต่มักจะเกิดในสถานที่ๆ คนรักสนุกไปรวมตัวกันยามค่ำคืนซะส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาไหนก็ได้เหมือนที่นี่ เพราะรู้ว่าประเทศนี้เสรีในเรื่องเซ็กส์ หญิงสาวจึงทำใจและปล่อยวาง แม้จะเคยถูกชวนไปทำเรื่องอย่างว่าหลายครั้งแล้วก็ตาม
“อย่ามาทำเป็นหยิ่งหน่อยเลย ฉันรู้ว่าเธออยากได้เงิน เอามั้ยล่ะ... ครั้งละห้าพัน”
เพราะอคติกับหล่อน และมีความหลงตัวเองนิดๆ จึงคิดว่าผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธตนเองลง และยิ่งเป็นผู้หญิงที่ขยันทำงานหาเงินแบบนี้ด้วย ชายหนุ่มจึงแน่ใจว่าหล่อนจะต้องยอมรับ
“ฉันไม่ต้องการ”
คำตอบแบบสั้นๆ แต่เรียบง่ายของหล่อนดังขึ้น เนื่องจากหล่อนเป็นคนที่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้ดี แถมยังไม่ใช่พวกพูดมาก ดังนั้นเธอจึงตอบเขาไปสั้นๆ เพราะยังไงก็รู้ว่าตนไม่สามารถหยุดความคิดสกปรกๆ แบบนี้จากชายตรงหน้าได้
“จริงเหรอ คืนละห้าพันบาทไทยเชียวนะ สองคืนก็เป็นหมื่นไม่สนเหรอ” เขายังคงทำท่าทางหยาบคายพร้อมกับลูบไล้สะโพกของหญิงสาวและพูดไปด้วย
“ก้นงอนดีนี่ นึกว่าจะเป็นไม้กระดาน ที่แท้ก็ซ่อนรูป...”
ปัก!
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบและทำมากกว่านี้ สาวน้อยจิรัชญาก็เตะเข้าที่กลางเป้าทันที
“ไอ้คนโรคจิต สารเลว จิตวิปริต!”
ความอดทนขาดผึ่งพร้อมกับความโกรธเคืองที่เข้ามาแทนที่
“เธอ... โอ๊ย”
ถึงกับเอามือกุมที่เป้าของตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด จิรัชญากำลังจะเดินผ่านเขาไป แต่ชายหนุ่มร้ายกว่าที่เธอคิด
ตุบ!
ผลักหล่อนไปชนเข้ากับกำแพง จากนั้นก็ทำสิ่งที่ตัวเองไม่คิดจะทำตั้งแต่แรก แต่จู่ๆ ก็คิดจะทำขึ้นมาเฉยๆ
“คุณ...อื้อ”
เรียวปากหยักหนาได้รูปเข้าประกบที่เรียวปากบางสวยทันที ก่อนจะบดจูบมันอย่างหยาบคายและขบกัดเพื่อเป็นการเอาคืนเธอทางลัด
หญิงสาวทั้งผลัก ทั้งหยิกและถีบ เธอต่อต้านเขาสุดชีวิต แต่มีหรือที่หญิงสาวร่างเล็กจะสู้แรงชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ได้
“อื้อ...”
รสจูบเต็มไปด้วยความสะใจของฝ่ายชาย และความหดหู่ของฝ่ายหญิงที่ไม่สามารถขัดขืนเขาได้
จัสตินหลงใหลในรสจูบของเธอมาก จากที่ในคราแรกรู้สึกเฉยๆ และอยากเอาชนะแม่คนนี้ แต่พอได้จูบเธอเท่านั้นแหละ ชายหนุ่มก็ได้กลายเป็นพวกตะกละตะกลามทันใด เพราะเขาไม่เคยได้รับรสจูบที่ไหน ที่ถูกใจเท่าเธอคนนี้มากก่อน
ชายหนุ่มทั้งจาบจ้วงและดูดดื่มปากบางเฉียบ โดยที่ไม่คิดจะสงสารมันเพราะความตัณหาราคะล้วนๆ
จิรัชญาถึงกับน้ำตาตก เธอเพิ่งเจอกับผู้ชายนิสัยเลวคนนี้แค่ไม่กี่นาที แต่กลับโดนเขาดูถูกและทำร้าย แถมขโมยจูบแรกของหล่อนไปอย่างหยาบคาย
ซึ่งที่หน้าเจ็บใจที่สุดก็คือหญิงสาวไม่สามารถปฏิเสธได้ เธอจึงได้แต่ปล่อยน้ำตาให้ไหลพรากออกมา และหวังว่าหยาดน้ำตาของตนจะทำให้เขาหยุด
“นี่เธอ...”
ได้ผล!
จัสตินผงะออกมาทันที เขาทำผู้หญิงร้องไห้ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน
“ฮึก... ฮือ”
ร่างบางทรุดลงไปกองกลับพื้น เธอปวดใจและช็อคกับเหตุการณ์แบบนี้มาก
จัสตินไปต่อไม่ถูกเพราะเขาไม่เคยจูบผู้หญิงคนไหน และทำให้ใครร้องไห้มาก่อน
ชายหนุ่มได้แต่ยืนมองเธอร้องไห้ เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ดังนั้นมันจึงทำให้เขาไปต่อไม่ถูก
“ฮือ... ไอ้เลว” พูดแล้วก็ปาดน้ำตา ก่อนจะเดินหนีเขาไป
จัสตินรู้สึกเจ็บในทรวงอกแปลกๆ ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายถูกกระทำ เธอเจ็บมันก็ถูกแล้ว แต่ทำไมชายหนุ่มถึงรู้สึกว่าหัวใจมันบีบเข้าหากันอย่างรุนแรง พร้อมทั้งเต้นแรงขึ้นจนเขาประหลาดใจ
เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน
มันเป็นเพราะอะไรกันแน่!
พอมาถึงที่ทำงานหญิงสาวก็รีบเข้าไปล้างหน้าและล้างปากทั้งน้ำตา เป็นโชคร้ายของเธอจริงๆ ที่มาเจอผู้ชายคนนี้ เขาหยาบคายและเลวร้ายเป็นที่สุด
“ไอ้คนใจร้าย”
ด่าทั้งน้ำตาก่อนที่จะล้างปากที่บวมเจอของเธอต่อ รู้สึกหดหู่ไปทีเดียวที่อยู่ดีๆ ต้องมาเจอคนแบบนี้ ผู้ชายที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา และก็ภาวนาว่าจะไม่ขอเจอเขาอีกครั้ง
ค่ำคืนวันนั้น
“ทำไมเอาแต่ดื่มอย่างเดียวล่ะเพื่อน ไปสนุกกับสาวๆ เถอะ เขามองนายอยู่นะ” ผู้เป็นเพื่อนรัก และรักสนุกของเขาอดถามไม่ได้ เมื่อเห็นว่าจัสตินมีท่าทีซึมๆ แถมยังเอาแต่ดื่มอย่างเดียว
“ยังไม่อยากอ่ะ” ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ในเมื่อยังมีเรื่องให้คิดอยู่แล้วแบบนี้ ใครมันจะไปอยากลง ชายหนุ่มยังคงอยากรู้ว่าความรู้สึกเขามันเป็นอะไร ทำไมหัวใจมันถึงเต้นรัวตอนที่ได้เห็นน้ำตาของเด็กคนนั้น แถมเขายังรู้สึกเจ็บๆ จุกๆ อีกด้วย ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
‘อยากจะรู้จังว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน ต้องไปเกิดขึ้นกับยัยไม้กระดานนั่นด้วย’
ได้แต่ถามตนเองเช่นนั้น ก่อนจะกระดกเหล้าเพียวๆ หนึ่งแก้ว แต่ในเมื่อยังอยากรู้ แถมยังรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้ ชายหนุ่มไม่ควรที่จะมานั่งนิ่ง ควรจะไปค้นหาดีกว่าว่าทำไมอยู่ๆ ถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้น
หากเป็นคนอื่นคงจะพิสูจน์ความรู้สึกด้วยการเข้าไปตีสนิทด้วย แต่ไม่ใช่กับจัสติน เพราะชายหนุ่มคิดว่าถ้าตนจะมีเพศสัมพันธ์กับเธอ มันต้องลึกซึ้งมากกว่าเข้าไปตีสนิท และถ้าใกล้ชิดกันจนเป็นหนึ่งเดียวกันก็ต้องรู้แน่ๆ ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร
เพราะเหตุนี้เขาจึงจะหาวิธีดึงเธอมาสยบอยู่บนเตียงอีกครั้ง แม้ปากจะบอกว่าเธอไม่ใช่สเปค แต่เจ้าตัวก็จะยอมลองของแปลกสักครั้ง เพื่อหาคำตอบกับความรู้สึกของเขา ที่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
สามวันต่อมา
“นี่จัสตินๆ”
เจ้าของชื่อหยุดเดิน เมื่อได้ยินเสียงคนเรียก
“มีอะไรเหรอ” เอ่ยถาม เจียงอี้ฉาง ชายหนุ่มชาวจีนที่เรียกเขาด้วยท่าทีร้อนรน
“เอานี่ไป... พ่อฉันฝากมาให้พ่อนาย ท่านบอกว่าเป็นของฝากเล็กๆ น้อย” ว่าแล้วก็ส่งโถโบราณขนาดใหญ่ให้ชายหนุ่ม
“ใหญ่ชะมัด ทำไมไม่เอาไปให้ท่านเอง”
“ฉันมีนัดติวกับเพื่อนน่ะสิ ขอโทษทีนะ” เจียงอี้ฉาน ทำท่าจะส่งของโบราณราคาแพงแสนแพงนี่ให้กับลูกชายของเพื่อพ่อ
แต่ทว่าในระหว่างนั้น...
“ขอทางหน่อยค่ะ สายแล้วๆ”
เพล้ง!
